ตอนที่ 23
วัยทำงาน ต่อ
เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2523 ปรกติแล้ววันเสาร์ผมจะต้องทำงานมีบางเสาร์เท่านั้นที่อาจจะแวบเพราะลูกจ้างต้องทำงานในวันเสาร์ แต่วันเสาร์ดังกล่าวไม่รู้เป็นอะไรนึกอยากจะกลับบ้าน ๑๑ โมงเช้าจะมีขบวนรถไฟจากลำปางไปพิษณุโลก อย่างที่กล่าวมาแล้วผมทำงานเช้าได้ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ผมรีบกลับไปที่พักเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพื่อกลับบ้านอุตรดิตถ์ เมื่อมาถึงบ้านประมาณบ่ายโมงนั่งเล่นอยู่ที่ชิงช้าหน้าบ้าน มีเพื่อนพ่อขี่จักรยานมาบอกข่าวว่าพ่อเสียชีวิต อยู่ที่ลพบุรี ร.พ.ลพบุรี (บ้านน้องสาว) เย็นจะนำศพมาที่อุตรดิตถ์ เพื่อนพ่อติดต่อวัดให้เรียบร้อย เย็นวันนั้นผมอยู่ที่วัดคลองโพธิ์ ประมาณทุ่มกว่า ๆ รถนำศพพ่อมาถึงที่วัดตอนนี้เองพี่น้องแต่ละคนรวมถึงแม่ด้วยร้องไห้กันหมดทุกคน น้องสาวที่นำศพมาเล่าให้ฟังว่า พ่อไปโรงพยาบาลมักกะสันมาเพื่อตรวจร่างกายประจำปี ตามที่รถไฟ (พนักงานรถไฟต้องมีการตรวจสุขภาพประจำปี) เมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่อมาขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง ในระหว่างที่จะไปขึ้นรถไฟพ่อเดินไปซื้อเงาะที่หน้าสถานีรถไฟ เพื่อที่จะไปนั่งกินบนรถไฟ ระหว่างที่ซื้ออยู่นั้นฝนเริ่มตก เมื่อพ่อซื้อเงาะเสร็จพ่อวิ่งมาที่สถานีพ่อลื่นหงายท้องหัวฟาดพื้น แต่ลุกขึ้นได้และเดินมาที่ขบวนรถไฟเพื่อที่จะกลับอุตรดิตถ์ ระหว่างเดินทางพ่อปวดหัวมากจึงแวะหากน้องสาวที่สถานีรถไฟช่องแข (น้องสาวแฟนเป็นผู้ช่วยนายสถานีรถไฟขณะนั้น) และพ่อก็เล่าให้น้องฟังว่าเกิดอุบัติเหตุหงายท้องหัวกระแทกกับพื้นถนน ปวดหัวมากเลยแวะหาน้องสาวคิดว่าถ้าหายพรุ่งนี้จะกลับอุตรดิตถ์ คืนนั้นพ่อถ่ายบ่อยมาก น้องเห็นถ้าไม่ค่อยดีพอใกล้จะสว่างจึงพอพ่อไป โรงพยาบาลลพบุรี ไปถึงโรงพยาบาลหมอยังไม่มาปล่อยให้พ่อนอนรอประมาณสองชั่วโมงหลังจากหมอมาสั่งให้น้ำเกลือ ปรากฏว่าพ่อช็อคเพราะขาดน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในขณะที่ผมเองในวันจันทร์ผมต้องเดินทางไปทำงาน และต้องไปบอกกับที่ทำงานว่าพ่อเสีย (สมัยนั้นเครื่องมือสื่อสารไม่ทันสมัยเหมือนสมัยนี้) หัวหน้าผมเค้าก็ดีบอกให้ไปช่วยงานดูแลงานของพ่อให้เรียบร้อยเถอะเรื่องงานทางนี้ไม่ต้องห่วง ครับผมกลับอุตรดิตถ์อีกครั้งเพื่อช่วยทางบ้านดูแลงานศพให้เรียบร้อย พ่อมีลูกชาย ๓ คน ทุกคนบวชหน้าไฟให้พ่อหมดทุกคน