การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

       

              ปัญหาใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงปี 2547 เป็นต้นมา คือมีข้าราชการครูขอย้ายไปช่วยราชการ ต่างพื้นที่จำนวนมาก ด้วยเหตุของความไม่ปลอดภัย  จนมาถึงปัจจุบัน แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่ได้พยายามแก้ปัญหาโดยจ้างครูอัตราจ้างหรือพนักงานราชการเข้าสอนแทน เพื่อช่วยโรงเรียนที่ขาดครูขั้นวิกฤติ

              มาวันนี้ ได้ทราบว่า ก.ค.ศ.โดย นายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เมื่อเร็วๆ นี้ได้พิจารณาอนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครูสายงานการสอน ซึ่งสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต่างๆ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปช่วยราชการในโรงเรียนต่างๆ ภายในเขตพื้นที่เดียวกันหรือต่างเขตพื้นที่ จำนวน 1,447 คน โดยให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนจากโรงเรียนเดิมไปกำหนดในโรงเรียนที่มีอัตราข้าราชการครูสายงานการสอนต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ โดยมีเงื่อนไข 3 ประการ คือ

            1.ต้องได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ปลายทางที่รับการตัดโอนและรับย้ายผู้นั้นมาดำรงตำแหน่ง 

           2.โรงเรียนที่รับการตัดโอนและรับย้ายจะต้องมีอัตรากำลังข้าราชการครูสายงานการสอนต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด และเมื่อรับการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนมากำหนดแล้วโรงเรียนนั้นต้องมีอัตรากำลังข้าราชการครูสายงานการสอนไม่เกินเกณฑ์ และ

           3.ให้ สพฐ.จัดสรรอัตรากำลังข้าราชการครูสายงานการสอนหรืออัตราจ้างไปทดแทนในโรงเรียนเดิม ที่มีอัตรากำลังข้าราชการครูสายงานการสอนต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดต่อไปด้วย

           "มติก.ค.ศ.ดังกล่าว จะเป็นผลดีทำให้ข้าราชการครูที่ช่วยราชการทุกคน ซึ่งบางรายช่วยราชการมานานถึง 5 ปี ได้ลงตำแหน่ง นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลแล้ว ยังเป็นขวัญและกำลังใจอีกทางหนึ่งด้วย" (ที่มา :มติชน)

           จึงเป็นข่าวดีกับครูที่ไปช่วยราชการที่ได้ตัดลงตำแหน่ง และข่าวดีสำหรับโรงเรียนต้นทาง ที่มีครูขาดแคลน จะได้มีครูครบตามเกณฑ์ที่กำหนด