ปลูกฝังให้รักภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก
สวัสดีค่ะ ซายน์เองค่ะ หรือนามแฝง Nicha ไม่ทราบว่าคิดถึงกันหรือเปล่าคะเพราะว่าหายหน้าหายตาไป 1 สัปดาห์เต็ม พอดีว่างานเข้าน่ะค่ะก็เลยไม่ได้เข้ามาUpdate บันทึกใหม่ ๆ ให้เพื่อนๆ สมาชิก

ได้อ่านกันวันนี้มาแล้ว.....ซายน์จะมาถ่ายทอดความรู้ซึ่งถือได้ว่าเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่งทั้งด้านการศึกษา และด้านการทำงาน การติดต่อสื่อสาร สิ่งที่ทรายกำลังจะเล่าสู่กันฟังวันนี้ก็คือ การเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้เก่ง พูดได้ เขียนได้อ่านคล่อง ทรายเป็นคนนึงที่ชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่สมัยอนุบาลค่ะ ชอบมากกกกกก.....คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้บังคับให้ชอบให้เก่ง ต้องได้คะแนนสูงนะ ไม่เคยเลยค่ะ มันเกิดจากการที่เราชอบของเราเอง แต่เด็กสมัยนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทค่ะ ประเภทที่ 1 คนที่เก่งอังกฤษตอนนี้เพราะตอนเด็ก ๆ พ่อแม่ให้เรียนพิเศษและส่งเสริมเป็นอย่างมากแต่ตัวเองไม่ได้ชอบแต่เนื่องจากข้อมูลถูกนำเข้าบวกกับเงื่อนไขต่าง ๆ มากมาย ทำใหให้ต้องเรียนโดยไม่มีข้อแม้ ประเภทที่ 2 คือเด็กชอบแต่พ่อแม่เฉย ๆ ไม่ได้สนับสนุนประมาณว่าขวนขวายเอง ประเภทที่ 3 เด็กชอบและพ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ ทีนี้ทั้ง 3 ประเภทนี้ เพื่อน ๆ คิดว่าคนไหนจะเก่งภาษาอังกฤษมากกว่ากันคะ คำตอบคือเรียงตามลำดับค่ะ พอเด็กโตขึ้นคนที่เก่งภาษาอังกฤษรู้ศัพท์มากมาย สื่อสารได้ ฟังได้ เขียนได้ เจอฝรั่งไม่วิ่งหนี ก็จะเป็น 3 2 และ 1 ค่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ เดี๋ยวจะอธิบายให้ทราบเป็นข้อ ๆ เผื่อว่าเพื่อนๆ gotoknow มีลูกแล้วอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษจะได้นำไปใช้ได้ค่ะ

การที่เด็กจะชอบหรือไม่ชอบภาษาอังกฤษนั้นถ้าถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เด็กเกิดความชอบด้วยตัวเอง ก็จะเป็นผลดีต่อเด็กค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปบังคับเขา เพราะความชอบจะอยู่ในจิตวิญญาณของเขาเอง เขาจะไขว่คว้าหาความรู้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษนอกเหนือจากเรียนในห้องค่ะ เช่น ฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าปลูกฝังเท่าเท่าไหร่ก็ไม่เกิดผลอันนี้อยู่ที่ความสามารถและความสนใจของเขาน้อยไป force เขาเท่าไหร่ เขาก็ไม่รับสิ่งที่เราป้อนให้เพราะสมองสั่งใจให้ไม่ชอบเขาก็เลยไม่ชอบ และสุดท้ายคือ เขาชอบของเขาเองและเขามีความขยันตั้งใจที่จะค้นคว้าอยากเรียนรู้กระตือรือร้นอยู่ตลอด อันนี้ชนะเลิศค่ะ เพราะว่ายิ่งเด็กไม่ชอบแต่ถือบังคับให้เรียนพิเศษเด็กก็จะเรียนด้วยความจำเป็นเพราะพ่อแม่ขอร้อง
เอ...แล้วทำยังงัยให้ลูกๆ ชอบและรักภาษาอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจคะ คำตอบคือ นำข้อ 2 กับ 3 มารวมกันจะทำให้เด็กเกิดความชอบก่อน และ รัก ท้ายที่สุดก็จะถนัด เรียกว่าอยู่ในจิตวิญญาณ คำ ๆ นี้สามารถใช้ได้จริง ๆ นะคะ เพราะดิฉันเองก็เป็นแบบนั้น แต่ถ้าให้ดีนะคะพ่อแม่ควรพูดศัพท์ภาษาอังกฤษหรือประโยคสั้น ๆ ให้เด็ก ๆ ฟัง ตั้งแต่ยังเล็ก พูดบ่อย ๆ พูดทุก ๆวัน คราวนี้เค้าก็จะเกิดความคุ้นเคยและนำไปสู่ความชอบได้เหมือนกันค่ะ
ตอนนี้ดิฉันสอนพิเศษภาษาอังกฤษอยู่ค่ะ เสาร์-อาทิตย์ วันละ 3 ชม.เด็ก ๆน่ารัก โชคดีที่ได้นักเรียนดีและชอบภาษาอังกฤษโดยส่วนตัวอยู่แล้วจึงไม่ยากที่จะป้อนความรู้ให้เขา ไม่เพียงแค่นั้นนะคะเราต้องมีหลักการและเทคนิคหลอกล่อ เย้ายวนใจ กับเด็กด้วย (ใช้คำเวอร์ไปรึเปล่าเนี๊ยะ...) คำศัพท์บางคำจำยาก เขียนยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะท่องยากนิคะ เราก็สอนให้เค้าท่องเป็นจังหวะ และจินตนาการว่าถ้าหนูเห็นคำศัพท์นี้หนูต้องนึกถึงสิ่ง ๆ นี้นะ ตอนนี้ก็มีความสุขมากค่ะ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กๆ เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้เราประเมินตัวเองได้ว่าเด็กต้องชอบทั้งครูสอนและชอบสิ่งที่ครูสอน เอาล่ะค่ะ คลิกขึ้นไปดูข้างบนยาวซะ ..ลืมตัวไปเลยค่ะ ไว้วันหน้าจะมาบอกเล่าเก้าสิบกันใหม่นะคะ
ถ้าใครมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ หรืออยากจะปรึกษา ก็ยินดีนะคะ คุณครูซายน์ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ
แล้วเจอกันใหม่กับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์จากใจของซายน์เองค่ะ
สวัสดีครับ คุณซายน์
มีข้อเสนอแนะครับผม ... คือ ข้อความของบันทึก อาจจะไม่ต้องลงสีก็ได้นะครับ อาจทำให้ผู้อ่านตาลายไปหน่อย แต่ถ้าต้องการเน้นจริง ๆ เลือกเฉพาะคำสำคัญครับ
แต่หากชื่นชอบเป็นพิเศษ ใช้หลักการออกแบบ คือ ตัวอักษรสีเข้ม บนพื้นสีอ่อน หรือ ตัวอักษรสีอ่อน บนพื้นสีเข้ม ครับ
ทดลองดูนะครับ บันทึกจะน่าอ่านมากขึ้นทีเดียวครับ
ขอบคุณครับ ;)
ป.ล. ลูกสาว ลูกชาย มากมายเลยนะครับ :)
สวัสดีครับ คุณซายน์
สวัสดีค่ะคุณซายน์
ดิฉัน นกเล็กค่ะเป็นสมาชิกใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักและแบ่งปันความรู้ดิฉันสอนภาษาอังกฤษเหมือนกันค่ะ จบ ป.โทมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
นกเล็ก
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ ดีใจค่ะที่ได้เพื่อนสมาชิกใหม่มาอีกคน คุณนกเล็ก รวมทั้งพี่ ๆ 2 ท่านข้างบนที่แนะนำการทำเนื้อหาให้อ่านง่าย ก็ปรับใหม่แล้วนะคะ
ขอปรึกษาครับ
ตั้งแต่มีอังกฤษเพื่อการสื่อสารมา เด็กสอบได้คะแนนน้อยมาก
ผมได้ยินบางคนเขาพูดมาว่า อังกฤษเพื่อการสื่อสาร ไม่เน้นศัพท์ ไม่เน้นไวยากรณ์ เน้นการสื่อสาร
ผลออกมา คะแนนต่ำครับ
สวัสดีค่ะ คุณSmall man ดิฉันคิดว่าหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเน้นเฉพาะประโยคเพื่อการสนทนาแต่อันที่จริงแล้วก่อนที่เราจะพูดได้เราก็ต้องรู้หลักการใช้ความหมายของคำศัพท์นั้นก่อน ถ้าเด็กไม่รู้แล้วให้เด็ก speak speak ต่อให้speak เท่าไหร่แต่พอเจอเหตุการณ์จริง หรือ ข้อสอบ ยังงัยก็ไม่สามารถทำได้หรอกค่ะ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งดิฉันเคยจัดโครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรสายสนับสนุน 3 ปี แต่หลายคนก็อยากที่จะพูดเป็นอย่างเดียวไม่ชอบเรียนGrammar ซึ่งอาจารย์ผู้สอนก็ปรึกษากับดิฉันว่า คนไทยชอบคิดแบบนี้ อยากที่จะพูดเป็นแต่ขขี้เกียจที่จะเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องไวยากรณ์ จะพยายามเท่าไหร่คุณก็พูดไม่ถูก ตอบคำถามไม่ได้หรอกค่ะ เพราะภาษาอังกฤษมันซับซ้อน มี อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่เหมือนภาษาไทยเรา คำว่าไป ถ้าไปมาแล้ว ก็ พูดว่าเมื่อวานฉัน/ผม ไป....มาแล้ว แต่ภาษาอังกฤษ คือ go ถ้าอยากจะสนทนาให้ถูกต้องก็ต้องลืมคำว่า go แล้วใช้ Verb ช่อง 2 คือ went แทน ถ้าเด็กไม่รู้ ก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้คะแนนออกมาสูงได้หรอกค่ะ มันต้องเรียนควบคู่กันไป ถ้าเด็กไม่รู้ศัพท์ และมีการสอบแบบ Interview นึกศัพท์ไม่ออก เรียบเรียงเป็น Sentence ไม่ได้ ก็จบ
ฉะนั้นขอฟันธงค่ะ ว่า Grammar Vocab. และ Conversation ต้องควบคู่กันไปค่ะ
ขอบพระคุณที่ให้เกียรติครับ น้อง Nicha ;)
ขอฟันธงค่ะ ว่า Grammar Vocab. และ Conversation ต้องควบคู่กันไปค่ะ
ผมก็คิดอย่างนี้เหมือนกันครับ แต่นัก....อะไรไม่รู้ มาบอกว่าไม่เน้นไวยากรณ์ ไม่เน้นศัพท์ เน้นสื่อสาร
ไม่รู้ไวยากรณ์ ไม่รู้ศัพท์ จะสื่อสารได้อย่างไรใช่ใหมครับ
ขอบคุณมากครับ
ยินดีค่ะคุณSmall man มีข้อสงสัยอะไรก็เข้ามาถามกันใหม่ได้นะคะ ความรู้ไม่กั๊กค่ะ
มีให้เต็มที่ไม่อยากเก็บไว้คนเดียวค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะคะ แค่มีคนเข้ามาเยี่ยมก็ปลื้มมากแล้วค่ะ
ขอบคุณทุกคำชมค่ะ ตัวจริงไม่สวยหรอกค่ะ ภาพมันหลอกตาน่ะค่ะ
เจริญพร คุณครู Nicha
เข้ามาขอความรู้จากครู เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยของอาตมาได้เปิดสถาบันสอนภาษาให้แก่เด็ก ผู้ใหญ่ และพระภิกษุสามเณร ประเด็นคือ ตอนนี้กำลังจะทำโครงการเพื่อนำเด็กมาพัฒนาภาษาอัีงกฤษที่มหาวิทยาลัย โดยเป็นโครงการให้เปล่าเพื่อพัฒนาเด็กๆๆ ในจังหวัดอยุธยา (เพราะมหาวิทยาลัยตังอยู่ในจังหวัดอยุธยา www.mcu.ac.th) จึงมีความปราถนาที่เชิญครูให้แนวทางในการพัฒนาเด็กในโครงการดังกล่าว (เด็กปฐม) อีกทั้ง หากไม่รบกวนครูเกินไป อยากจะเชิญครูไปร่วมเป็นวิทยากรด้วย
เจริญพร
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
มจร.
อยากทราบปัญหาเด็กไทย
thai student don't listen
ช่วยตอบหน่อยน่ะคะ