กำหนดการแห่งการกาลเวลายังไม่ถึงปีดีที่ข้าพเจ้าได้กลับไปที่เครือข่าย R2R ที่โรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นการเดินทางที่คาบเกี่ยวสองช่วงเวลา คือ จันทร์-อังคาร ; 25-26 พค 52 ทำกระบวนการ R2R ที่โรงพยาบาลหล่มสัก ให้กับโซนเหนือจังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นเดินทางกลับมาขอนแก่นเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปประชุมที่ สวรรส. กทม. ในวันพุธที่ 27 และกลับมาในตอนเย็น...นอนที่บ้านที่ขอนแก่น และตื่นเช้าขึ้นมาเดินทางไปทำกระบวนการต่อที่ หล่มสัก 28-29 พค. 52...
เป็นการเดินทางที่คุ้มค่ามาก เพราะกระบวนการเรียนรู้ R2R ที่ดำเนินการนั้น ไม่ได้เป็นเพียงไปสร้างหรือไปส่งเสริมการเรียนรู้ R2R เฉพาะบุคลากรที่หล่มสักเท่านั้น
สำหรับข้าพเจ้าเอง ได้เกิดการเรียนรู้มากมาย
ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลหล่มสัก นพ.พงศ์พิชญ์ วงศ์มณี ทันทีที่มีเวลาว่างจากภารกิจมากมาย ท่านรีบปลีกตัวมาเพื่อมาให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้การทำงานและการพัฒนาของท่าน ผ่านเรื่องเล่า ... ท่านได้ถอดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาโรงพยาบาล เครือข่าย และอำเภอ ... ให้ได้เห็นความเชื่อมโยง เป็นต้นว่าการแก้ไขระบบของงานบริการในเชิงบำบัดรักษา... ในมิติที่ได้คุยกับท่านนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นความเชื่อมโยงที่แยกส่วนออกจากกันไม่ได้เลย ระหว่างงานบำบัดรักษา ป้องกัน ส่งเสริม และฟื้นฟู... ทุกๆ มิติต่างเคลื่อนไปพร้อมกัน อย่างแยกส่วนกันไม่ออก ทำให้นึกย้อนกลับมามองบริบทว่า คนทำงานพยายามแยกส่วนการทำงาน แยกส่วนของการพัฒนา ...
แต่ต้นแบบโรงพยาบาลหล่มสัก ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ แห่งความเป็นชีวิตของการใส่ใจ ไม่ว่ารายละเอียดของการทำโรงพยาบาลให้เป็นบ้าน ในมิติของสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ท่านเล่าถึงกระบวนการทำงานที่มองร่วมกันกับท่านสาธารณสุขอำเภอ ที่ท่านออกตัวว่าไม่ใช่เพราะเป็นความสัมพันธ์เชิงครอบครัวจึงทำให้งานแห่งความขับเคลื่อนนี้ไปได้ แต่สำหรับข้าพเจ้าเองมองบนฐานแห่งสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นำสองท่าน สามารถทำให้เกิดการน้อมใจร่วมมือกันในการพัฒนาให้ไปสู่ความเจริญขึ้นได้
การกระจาย...ผู้ป่วย เพื่อลดความแออัด
การทำกระบวนการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การกระตุ้นและเปลี่ยนวิถีแห่งการรักษาที่นำไปสู่ชุมชนในเครือข่ายมากขึ้นทำให้มองเห็น โอกาสของคนหน้างานตัวเล็กๆ ที่สรรค์สร้างงานของเขาให้เกิดคุณค่าได้อย่างมากมาย
สำหรับการที่ได้คุยกับท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลหล่มสักทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นมิติของการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยมากมายหลายงานมาก แม้แต่งานเล็กๆ การเจาะแล๊ป CBC ที่เดิมทีผู้ป่วยต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันในการมาเจาะเลือด แต่เมื่อมองหน้างานแล้วพบว่า ระยะเวลาในการเจาะเลือกนี้ใช้เวลาประมาณสองนาทีเอง เท่านั้นแหละเกิดเป็นประเด็นนำไปสู่การพัฒนาได้ เพียงถอยออกมาสักก้าวและย้อนมองกลับเข้าไป จะพบว่าเป็นเพียงแค่การบริหารจัดการในงาน ก็จะสามารถอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนได้
หรือว่า "แนวคิดการเยียวยาใต้เตียง" ที่พี่ละไมหัวหน้าหอผู้ป่วย... ได้คิดขึ้นมาจากประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เคยไปเป็นญาติผู้ป่วยและได้ถูกให้นอนใต้เตียง ทำให้ย้อนกลับมาพิจารณาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในหอผู้ป่วย ที่มองรวมไปถึงคุณภาพชีวิตของญาติที่มานอนเฝ้า งานพัฒนานี้ขยายผลไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอื่น เช่น การจัดแสงไฟที่กระตุ้นให้เกิดการได้นอนพัก การติดภาพบรรยากาศที่สวยงามมองดูสบายตาและผ่อนคลาย การจัดห้องพักและนำพาผู้ป่วยและญาติสวดมนต์ก่อนนอน ตื่นเช้ามาก็มีเทปธรรมะเปิดให้ผู้ป่วยฟัง...
หรืออีกประเด็น ... "ช่องท่างด่วน" ที่เอื้ออำนวยให้กับผู้ เช่น ผู้ป่วยวัณโรคหรือผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ป่วยอื่นที่ต้องมาเจาะเลือดนั้น จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลานานมาก แต่จากการพัฒนาเครือข่ายไปสู่ชุมชน คนไข้สามารถที่จะเจาะเลือดได้ก่อนมาตรวจ เมื่อถึงวันที่มาโรงพยาบาลก็ไม่ต้องไม่เสียเวลาในการเจาะเลือดตรวจ จากเดิมที่ใช้เวลาในการมาพบแพทย์ทั้งวัน แต่ตอนนี้สามารถย่นระบะเวลาไปได้อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
การเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นภาพแห่งบริบทของคนหน้างาน
ทำให้สามารถที่จะนำมาสู่การออกแบบกระตุ้นให้คนหน้างานได้มองประเด็นหน้างานของตนเองออกมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การทำ R2R ได้ต่อ


มาเรียนรู้ด้วยคน คะอาจารย์กะปุ๋ม
อ่าน อ่านให้ความรู้เพิ่ม R2R แล้วจะลงมือมื่อไหร่ เริ่มจะถูกถามแล้วคะ
สำคัญอยู่ที่การเปิดประตูใจเพื่อให้โอกาสตนเองไปสู่การเรียนรู้ค่ะ..พี่ไก่ ประกาย~natachoei ที่~natadee
เริ่มได้เมื่อไร ถอดบทเรียนมานำเล่าสู่การฟังนะคะ รอรอเชียร์ค่ะ
(^__^)