“ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาร่วมกัน และเป็นไปได้ว่าจะเป็นสิ่งสูงสุดที่เราต้องการ ขณะที่เราต้องการสิ่งอื่นๆ เพียงเพื่อเป็นวิถีไปสู่การเพิ่มความสุขเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงขอถืออภิสิทธิ์ที่จะกล่าวว่าความสุขมวลรวมประชาชาติ เป็นวัตถุประสงค์การพัฒนาของภูฎานที่ไม่อาจระบุปริมาณ...........แวดวงวิชาการมิได้มีการพัฒนาเครื่องมือที่จำเป็นที่ต้องใช้ในการมองดูความสุข ซึ่งเป็นระบบการให้คุณค่าเบื้องต้นของมนุษย์ สิ่งนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งในตัว กล่าวคือเป้าหมายเบื้องต้นของการพัฒนาคือความสุข แต่เป้าหมายที่แท้จริงนี้ก็ทำให้การวิเคราะห์ของเราล้มเหลวเพราะนักวิชาการมักมองกันว่ามันเป็นเรื่องจิตวิสัย.......เราต้องตั้งหลักการและคำถามทางจริยธรรมเกี่ยวกับความสุขขึ้นมาใหม่ ให้เป็นข้อเสนอและระบบของการให้คุณค่าซึ่งสามารถใช้ได้โดยทั่วไป......เป็นเป้าหมายที่มนุษยชาติทั้งหลายได้ร่วมกันกำหนดขึ้นโดยพื้นฐาน”
สุนทรพจน์ ของท่าน เลียงโป จิกมี วาย ธินเลย์
ประธานคณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาลหลวงแห่งประเทศภูฎาน
แสดงต่อที่ประชุมสหัสวรรษเพื่อเอเชียและแปชิฟิก
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2541
ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
(แปลโดย เจษณี สุขจิรัตติกาล)
เมื่อสรุปได้ว่าหน่วยวัดมาตรฐานการพัฒนาของภูฎาน คือความอยู่ดีมีสุขของประชาชน แทนที่จะเป็นแค่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นภายใต้พื้นฐานของแนวคิดนี้ ของภูฎาน จึงสามารถสรุปองค์ประกอบของแนวคิดการพัฒนาความสุขมวลรวมประชาชาติ โดยมีกรอบคิดการพัฒนาของภูฎาน ดังนี้ คือ
-
การพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางหรือการพัฒนาของมนุษย์บนฐานการพึ่งพาตนเองทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม
-
ความเชื่อมั่นในตนเองหรือความไว้วางใจในตนเองบนฐานการพัฒนาธรรมาภิบาล
-
การอนุรักษ์วัฒนธรรม
-
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จากการสรุปองค์ประกอบของแนวคิดการพัฒนาความสุขมวลรวมประชาชาติข้างต้น ดังกล่าว สามารถสรุปเป็นตัวแบบ GNHของภูฎานได้ดังนี้
- จีดีพี โอกาสทางเศรษฐกิจและการตลาด
- ธรรมาภิบาล
- การศึกษา วัฒนธรรมและสื่อ
- การมีส่วนร่วมทางการเมือง
- การอนุรักษ์ธรรมชาติ
- สวัสดิการสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
- การอนุรักษ์วัฒนธรรม
- ความสุขแบบสันโดษ หรือความหลุดพ้นทางพุทธศาสนา
สิ่งที่น่าสนใจคือวันนี้ภูฎานได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า ทิศทางที่จะนำเราไปสู่สังคมอุดมคติ “ความอยู่ดีมีสุขร่วมกันในสังคมจากจุดเล็กๆแล้วรวมกันความสุขมวลรวมประชาชาติ” นั้นประเทศภูฎานสามารถริเริ่มได้แล้ว และในสังคมไทย เราก็เห็นแล้วว่าชุมชนเล็กๆหลายๆท้องถิ่นสามารถจัดทำตัวชี้วัดความสุขมวลรวมชุมชนท้องถิ่นเองได้ โดยสามารถริเริ่มในขั้นตอนเล็กๆของกระบวนการจัดทำตัวชี้วัดความสุขให้เป็นจริงได้ในขั้นหนึ่ง เช่นที่ตำบลบ้านเลือก ......ขอเรามาร่วมกับชุมชนลงมือสร้างสรรค์ สู่สังคมอุดมคติ "อยู่ดีมีสุข" แม้ว่าจะเป็นการริเริ่มในจุดเล็กๆ ณ ที่แห่งใดก็ตาม หากแต่ละพื้นที่มีการจัดทำตัวชี้วัดความสุขมวลรวมของแต่ละชุมชนท้องถิ่นแล้ว หากเมื่อมารวมกัน ทั้งมวลก็จะกลายเป็น"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" นั่นเอง