และแล้วการผจญภัยในเมืองหลวงก็ผ่านพ้นไปแบบทรหดสมใจจริงๆ เขียนบันทึกนี้จบก็คงสลบยาวไปจนถึงเช้าแน่นอน แต่ยังไงๆก็ต้องขอเขียนบันทึกไว้ให้ตัวเอง เป็นวีรกรรมที่น่าประทับใจและอาจจะทำไม่ได้อีกแล้วก็ได้ค่ะ

เริ่มจากออกเดินทาง 5 โมงครึ่งของวันศุกร์ อุตส่าห์ตั้งโทรศัพท์มือถือชาร์จไว้เตรียมติดตัวไปด้วยแบบสบายๆใจ แต่ถีงเวลาออกจากบ้านก็ลืมหยิบติดไปด้วย เวลาจวนเจียนมากเลยต้องเอาของพี่เหน่น (ที่ไปส่งคุณแม่ด้วย)ไปแก้ขัด (แก้ขัดจริงๆ เพราะแบตจะหมดอยู่แล้ว และไม่มีเบอร์ใครๆที่คุณแม่รู้จักเลยนอกจากของคุณพ่อและพี่วั้น) ขึ้นรถทัวร์แบบ VIP 32 ที่นั่ง ก็พอทนหลับๆตื่นๆไปถึงกรุงเทพเอาเช้าวันเสาร์ เห็นว่าเวลาเหลือเฟือและแบกกระเป๋าของใช้พี่วั้นที่ไม่เกะกะเท่าไหร่ ก็เลยขึ้นรถเมล์แอร์อย่างที่อยากขึ้นเพื่อดูเมือง ได้เห็นว่าฝั่งธนฯที่เราคุ้นเคยนั้นเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับฝั่งกรุงเทพ ใช้เวลาเพียงเกินครึ่งชั่วโมงไม่มากก็ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เลยเลือกที่จะขึ้นรถเมล์แอร์ต่อไปถึงธรรมศาสตร์ รังสิต ยาวนานจริงๆ มีหลายช่วงที่ถึงกับหลับ แต่ก็มาถึงที่ได้โดยสวัสดิภาพ

ได้เห็นสภาพหอพักเอเชียนเกมส์ที่ใช้เป็นที่พักนักศึกษาปัจจุบันแล้ว บอกได้ว่าถูกใช้งานมาหนักจริงๆ ห้องพี่วั้นโทรมมากๆแถมท่าทางยังซ่อมไม่เสร็จละมัง ลิ้นชักโต๊ะก็เสียไปหนึ่ง ประตูมุ้งลวดก็ตก ปิดแล้วรูเบ้อเริ่ม กระเบื้องผนังห้องน้ำก็โป่งพองทำท่าจะระเบิดในเร็ววัน นอกจากนั้นในแอร์เหนือหัว ที่แม้จะทำงานได้ตามปกติ (เปิดแล้วเย็น) แต่ปรากฎว่ามีรังนกเก่าๆอยู่ 1 รังท่าทางจะเป่าเชื้อโรคออกมาได้เยอะแน่นอน เห็นแล้วก็ดูท่าว่าลูกคงได้วุ่นวายกับการเรียกช่างหลายเรื่องทีเดียวกว่าจะเรียบร้อย

ได้ร่วมงานปฐมนิเทศน์ผู้ปกครองนักศึกษาธรรมศาสตร์ และช่วงบ่ายเป็นของ SIIT ถ่ายวิดิโอลูกรับทุนแล้วก็ฟังรายละเอียดต่างๆจนจบช่วง ก็ไปจัดการโยกย้ายข้าวของกับคุณพ่อเพื่อนพี่วั้นที่แสนกรุณาให้ที่พักพิงแล้วยังช่วยขนของมาให้ด้วย

เดินทางออกจากธรรมศาสตร์ด้วยรถตู้กลับไปที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ครั้งนี้ใช้เวลาเร็วว่ารถเมล์อย่างครึ่งต่อครึ่งทีเดียว ทั้งๆที่ฝนตกรถติด ต่อด้วยรถตู้อีกเช่นกันไปยังสถานีขนส่งสายใต้ ถึงสถานีได้แบบหวาดเสียวสุดๆ คือเวลา 6 โมงครึ่งซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่รถออกพอดี (แต่ออกจริงๆเกือบทุ่มเพราะรอผู้โดยสาร) โทรศัพท์พี่เหน่นก็รับใช้คุณแม่ได้ดีมาก โทรได้ครั้งสุดท้ายตอนที่ขึ้นรถนี่เองก็หมดแรงแบตไปเลยจริงๆ หลับๆตื่นๆยาวมาถึงหาดใหญ่ 6 โมงครึ่งกว่าๆ คุณพ่อมารับกลับมาถึงบ้าน 7 โมงหน่อยๆ แล้วเราก็ไปขึ้นรถบัสคณะแพทย์ไปต่องานอบรม (ภาคบังคับ) ของภาควิชา "การประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ตามมาตรฐาน มอก.18001" ที่สงขลาทั้งวัน กลับถึงบ้านจริงๆเอาเมื่อ 5 โมงเย็นนี่เองค่ะ กัดฟันไปว่ายน้ำกับพี่เหน่นอีกด้วย สรุปว่าเป็นสุดสัปดาห์ที่แสนทรหดจริงๆ

เก็บภาพฟ้ากรุงเทพ ที่ยังคงเป็นผืนเดิมที่ธรรมชาติสรรสร้างเมฆสวยให้เราเห็น ไปพร้อมๆกับครอบคลุมโอบอุ้มฝนมาแผ่พรม แม้สภาพถนนหนทางช่างเปลี่ยนแปลงไปมากมาย จากที่เคยเห็นครั้งสุดท้าย (จากบนรถเมล์) ที่มีเพียงสะพานลอยชั้นเดียว มาเป็นหลายซับหลายซ้อนในปัจจุบัน ธรรมชาติก็ยังคงเดิม...

 Bangkokskymay09a