เวลาที่คุณเดินเข้าร้านหนังสือ คุณตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อหนังสือสักเล่มจากอะไร
· อ่านจากคอลัมม์วิจารณ์หนังสือ เห็นว่าดี อยากอ่าน
· เพื่อนแนะนำว่าเป็นหนังสือดี
· ไปอ่านในห้องสมุด เห็นว่าดี ซื้อมาเก็บไว้
· ติดชื่อนักเขียน โดยไม่เปิดดูเนื้อหา
· วางอยู่ในชั้น “หนังสือขายดี”
· พิมพ์มาหลายครั้งแล้ว ต้องดีแน่ๆ
· ดูหนังแล้วชอบ ต้องหาหนังสืออ่าน
· ซื้อไว้ใช้อ้างอิงได้
· อยู่ในกลุ่มเรื่องที่สนใจอยู่เดิม ซื้อไปอ่านเพื่อเติมเต็ม
· ต้องใช้ในการทำงาน
· ปกสวย กระดาษดี ซื้อไปเก็บในตู้
· ฯลฯ
ฉันเดินเข้าร้านหนังสือเมื่อมีหนังสือที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว และมักจะมีหนังสือที่ไม่ตั้งใจติดมือกลับมาทุกครั้ง หลังจากไปยืนพลิกๆ อ่านคำนำ คำนิยม พลิกอ่านเร็วๆ ในเล่ม มันอดใจไม่ไหว
หนังสือประเภทเดียวที่ไม่ซื้อ คือหนังสือที่ร้านห่อหุ้มพลาสติกไว้แน่นหนา ป้องกันคนเปิดอ่าน ฉันสันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่า “ต้องเป็นหนังสือที่ไม่ดีแน่ๆ ถ้ามั่นใจว่าดีจริงต้องกล้าในคนแง้มชิมได้สิ” (ใครจะมายืนอ่านจนจบเล่มฟะ)
วันนี้ไปจัตุรัสจามจุรี เข้าร้านหนังสือ เจอเล่มหนึ่ง เห็นเขียนชื่อที่ปกว่า “คนอื่นเรียกนายก แต่เราเรียกพ่อ” จำไม่ได้ว่าใครเขียน วางอยู่บนขั้น “หนังสือขายดี” ซะด้วย
เลยไม่ซื้อซะงั้น....
ป.ล. อยากทราบค่ะว่าคนอื่นเลือกซื้อหนังสือสักเล่มเพราะอะไร
อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ผมเลือกซื้อที่ชื่อนักเขียนครับ แน่นอน ถ้าปราบดา หยุ่น , มูราคามิ นี่หายาก ซื้อมาทีไรเพื่อนมักจิ๊กไปทุกที ฮาลาน โคเบนด้วย อันนี้ชอบสุดๆ
สำนักพิมพ์ ก็สำคัญ เพราะกระดาษดี ส่วนเนื้อหา ผมแค่ชอบการอ่าน อ่านมันได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าครับ
ไม่สนว่าจะห่อหรือไม่ห่อ แต่ที่ไม่ค่อยชอบอ่าน คือ หนังสือนิยาย รักๆ เพราะไม่ค่อยเจอเรื่องแบบนี้ เลยไม่ชอบอ่าน
เลือกซื้อหนังสือ จากนักเขียนที่ชื่นชอบค่ะ
เข้าร้านหนังสือ ไม่ได้เลือกแต่ตั้งใจไปก่อนจากการบอกกล่าวและอ่านจากการแนะนำ ถ้าเป็นนักเขียนที่คุ้นชินจะเก็บไว้ทุกเล่ม
สวัสดีครับ พี่ nui ;)
เห็นชื่อบันทึกแล้วไม่เข้ามาไม่ได้แล้วครับ ... ถูกใจ้ ถูกใจ เป็นที่สุด
หนังสือ ... ทำไมร้านต้องห่อถุงพลาสติกเสียเป็นอย่างดี ???
สิ่งที่เราตั้งข้อสงสัย อาจจะคิดได้หลายด้านตามมุมมองและหัวใจข้างในของคนแต่ละคน ครับ ... ผมแค่ลองเดินไปรอบ ๆ ปัญหา แล้วก็คิดทีละแง่ ๆ ไปเรื่อย ๆ
แต่ที่แน่ ๆ พฤติกรรมส่วนตัว คือ จะวิ่งเข้าไปจับอ่านปกหน้า พลิกมาปกหลัง แล้ววาง ... เพราะยังหาจุดที่เกิด "กิเลส" อยากได้เป็นเจ้าของไม่พบ ไม่พบก็ไม่ซื้อ ... หาคุณค่าในใจไม่เจอ ครับ
ผมเชื่อว่า คนรักหนังสือคงทำใจไม่ได้เหมือนกัน เมื่อเห็นคนเลือกซื้อหนังสือ มาอ่านเป็นเล่ม ๆ แต่ไม่ซื้อ พฤติกรรมแบบนี้น่าปวดใจแทนเจ้าของร้านครับ
แต่หากว่ากันด้านการตลาด ... การอ่านเข้าไปในเนื้อใน หมายถึง การลงทุนให้ผู้อ่านได้ดูสินค้าก่อนตัดสินใจ เพราะหากมันดีจริง เขาจะไปบอกต่อ แล้วจะมีคนที่เห็นว่า คนอื่นว่าดี จะมาซื้อตามกัน ครับ
นี่ไม่เห็นสินค้า ... เลยไม่รู้ว่า ดีจริงเหรอ ??? เรียกว่า เป็นคนช่างสงสัย
ใช่หรือเปล่าครับนี่ พี่ nui ;)
ว่ากันไปซะยืดยาว
ขอบคุณนะครับ ;) ประเด็นนี้เจ๋งมาก
สวัสดีค่ะคุณ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ขอทำนายว่าท่านผู้เฒ่าเป็นผู้ "รักเดียวใจเดียว และ มั่นคงมาก"
เหอ เหอ สงสัยจะเป็นคนคิดมากไปหน่อยน่ะครับ พี่ nui ;)
ขอบคุณคร้าบ
สวัสดีครับ ขอบคุณครับที่เข้าไปทักทายผม เก็บดอกอังกาบชมพูมาฝากครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ
สงสัยเป็นหนังสือข้างในซ่อนภาพโป๊ คนที่มาซื้อคือขาประจำ รู้กันดี
สวัสดีค่ะ
เข้าใจพูดนะคะ...เคยเห็นค่ะหนังสือเล่มนี้....
ส่วนใหญซื้อจาการแนะนำ การอ่านคำนิยม...
เช่น the secrete...ชอบมากๆ
และชอบ เราจะข้ามเวลามาพบกัน...เป็นเรื่องจริงนะคะ...
อ่านหนังสือตามอารมณ์...อ่านเพื่อช่วยเพิ่มสถิติ...การอ่านหนังสือของคนไทยค่ะ
เป็นแนวคิดที่ดีมาก จะไปปรับใช้ครับ ขอบคุณสำหรับแนวคิดดีๆครับ
ถ้าแกะปล้วอ่านกันถนอมก็ไม่ว่าหรอกนะแต่แกะอ่านแล้วทำนิสัยส้นตีนไม่รักษาของก็อย่าแกดีกว่า อย่าเห็นแก่ตัวกันนักเลย พนักงานเค้าเดือดร้อนโดนด่ากันพวกมึงรู้กันบ้างใหม
อ่านกันแล้วก็เก็บที่เดิมกันไม่เป็นไอ้หน้าส้นตีน การศึกษามีกัน แค่เก็บหนังสือเข้าที่เดิมกันยังเก็บกันไม่ได้ ไอ้ควายเอ๋ย