อยู่ไปนาน ๆ ก็ผูกพันกันไป

เมื่อวานขึ้นรถสาย 36 จาก Orchard Road ไปเกือบสุดสาย ไปลงแถว Marine ไปดูชายหาด  East Coast  ซึ่งเป็นชายหาดของจริง (เพราะที่นี่ส่วนใหญ่ ชายหาดจะทำขึ้นมาใหม่ แต่เขาก็ทำดูเป็นธรรมชาติ) ไปถึงก็มืดค่ำ จนไม่ได้บรรยากาศชายทะเลสักเท่าไหร่ ได้แต่เดินเล่น กินข้าว ซื้อของ ไม่น่าเชื่อว่ายิ่งออกนอกเมือง ข้าวของต่าง ๆ จะถูกกว่าตัวเมืองครึ่งต่อครึ่ง ใครจะเชื่อ ข้าวมันไก่ 1.80 เหรียญ แต่ถ้าเป็นในตัวเมือง 5 เหรียญ และมีผลไม้ขายเยอะแยะราคาก็ไม่แพงเลย โดยเฉพาะทุเรียนที่มีเยอะมาก เขาแกะใส่แพ็คให้แล้วอย่างดี แต่ไม่กล้าซื้อ เพราะที่นี่ห้ามเอาทุเรียนขึ้นรถโดยสาร เพราะจะโดนปรับ จะให้กินที่นั่นเลยก็ไม่มีที่จะกินด้วย เลยคิดว่าอดทนอีกหน่อยแล้วจะกลับมากินที่เมืองไทยของเรา

เมื่อออกนอกเมืองก็เช่นเดียวกัน ภาษาอังกฤษของคนที่นี่ก็เริ่มไม่แข็งแรงซะแล้ว พอเห็นเราก็พูดภาษาจีนใส่เราเลย หรือพูดอังกฤษได้นิด ๆ หน่อย ๆ พอถามภาษาอังกฤษไปปุ๊บ งงเลยเพราะจะพูดจีนแมนดาริน (จีนกลาง) ครูสุพูดได้นิดหน่อย ได้แค่ทักทาย ถามราคา และนับเลขได้บ้าง เลยพอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้บ้าง บางร้านต้องใช้ภาษามือเยอะหน่อย พูดกันเหนื่อยเมื่อยแขนกันไปเลย แต่ก็สนุกดี

ไปเที่ยวได้สักพักก็เริ่มอยากกลับบ้าน บ้านในที่นี้ คือโรงแรม Relc นั่นเอง บ้านแห่งนี้ไม่เหงา เพราะสนิทกับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านที่ชอบพูด ฮาโล้ หรือบางครั้งก็พูด good morning  ทั้งที่บ่ายไปแล้ว (มองโลกในแง่ดี เขาอาจทำงานจนลืมวันเวลานะ)  ยามที่เรียกเราว่า friend  (เราเป็นเพื่อนเขาตอนไหนหว่า...) เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ชอบทำเสียงสูงเรียกเราว่า สุ-ป๊าก ฯลฯ

บางครั้งก็ลืมไปเลยว่านี่คือโรงแรม คือที่เรียน เพราะรู้สึกที่ผูกพันกันมาก ๆ ในใจที่นี่ก็เป็นเหมือนที่บ้าน ทั้งที่จริงแล้วคือบ้านของคนอื่น บ้านเมืองของเขา ที่เราไปอาศัยอยู่ครั้งหนึ่งแล้วเกิดความสุขในใจ