วันนี้ได้อยู่บ้านสบายๆ แบบไม่คิดให้ภาระที่มีอยู่มาตีกรอบชีวิต ก็วันนี้จะพักใจ พักกาย ทำสิ่งที่ชอบแม้จะดูไร้สาระ

ตั้งใจว่าวันนี้จะนำถ้วยชา กาชา และกล่อง ขวดใบชาต่างๆ มาจัดใส่ตู้ที่สามารถมองเห็นได้ ด้วยไปเมืองจีนกลับมาก็ได้กาและถ้วยชามาใหม่อีกชุด ได้ใบชาใหม่ ได้ขวดใหม่กะทัดรัด บวกของเดิมที่มีอยู่สองสามชุด ไม่อยากให้น้อยใจกันว่าได้ใหม่ลืมเก่า (จะเล่าเรื่องชาต่างหากเมื่อจัดตู้เสร็จนะคะ)

นั่งดื่มกาแฟยามเช้าสงบๆที่ศาลา เย็นสบายจากฝนที่ตกเมื่อคืน กระรอกไต่ไปมาบนต้นไม้ ทำให้น้ำฝนที่ค้างบนใบไม้ตกกระทบใบไล่กันลงมา ฟังเพลิน

 

ผีเสื้อหลากหลายยังคงบินมาแต่เช้ากินน้ำหวานดอกไม้ต่างๆใกล้ศาลา เมื่อวานเก็บภาพ ผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก Common Jay ได้ชัดเจน เป็นผีเสื้อชนิดที่เพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกที่บ้านนี้ เป็นผู้มาเยือนใหม่ มาสมทบกับผีเสื้อหนอนจำปีธรรมดาที่มาเป็นประจำสองสามตัว

 

นึกถึงงาน Gotoknow Forum  ครั้งที่ 1 ที่หาดใหญ่ที่เพิ่งเสร็จไปไม่นาน ยังมีความประทับใจในการได้พบกัลยาณมิตรมากมาย คุณครูอ้อย ให้พวงกุญแจ สงสัยเป็นของชำร่วยการมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์รอบที่สิบ มีชื่อและหัวใจเกี่ยวกันมาเลย เป็นคู่เฮฮาแสนน่ารัก

คุณโอ๋-อโณ ทำของฝากถุงผ้าแฮนด์เมดมาให้เลือก คนรักหมา เลยเลือกใบนี้มาค่ะ ได้กอดด้วยความดีใจที่พบกันอีกหลายรอบ

ขอมาเพิ่มเติม(31 พ.ค.) ด้วยตกของฝากสำคัญ ที่ได้รับมาด้วยการมีมิตรจิตร มิตรใจเช่นกัน เพียงแค่ทราบว่าผู้เขียนอยากได้ นั่นคือ เมล็ดบวบหอม จากคุณไก่-ประกาย พอเธอพบกับผู้เขียนก็รีบบอกว่าเธอคือ ไก่-ประกาย แล้วมีเมล็ดบวบหอมมาฝาก เธอทราบจากการที่ผู้เขียนไปเยี่ยมบล็อกอาจารย์ขจิต และ คุณแก้ว-อุบล ซึ่งคุยกันถึงเรื่องการปลูกบวบพันธุ์ดีลูกใหญ่มาก (ต้นตอนั้นมาจากอาจารย์ขจิต) แล้วผู้เขียนบอกว่าอยากได้เมล็ดบ้าง 

 

สายหน่อย พี่น้อยมาบอกว่า ป้าลาน ที่บ้านอยู่เหนือโค้งน้ำขึ้นไปฝากข้าวโพดมาให้ เคยเดินเล่นไปถึงท่าน้ำบ้านป้าลาน ทักทายแก ยังถ่ายรูปดงข้าวโพดไว้เลย สามีแกเสียมาหลายปี ลูกหลานไม่อยากให้แกทำเกษตรพืชผักพื้นๆที่ท่าน้ำอย่างเคย เพราะแกใช้แรงตัวเองทำทุกอย่างตั้งแต่พรวนดิน ปลูก รดน้ำ เก็บขาย แต่แกยังคงทำอยู่เท่าที่แรงคนเดียวจะทำไหว แกบอกว่า “เสียดายที่ดินว่างอยู่เปล่าๆ

 

นึกว่าแกเอาข้าวโพดดิบมาให้ แต่กลับเป็นข้าวโพดข้าวเหนียวต้มแล้ว ทำเป็นมัด  พี่น้อยบอกว่าแกต้มหาบไปขาย แกช่างมีน้ำใจมาให้เราเฉยๆ ผู้เขียนรำพึงกับพี่น้อยว่า อยากอุดหนุนแก ตัวเองไม่เห็นไปทำประโยชน์อะไรให้แกเลย แถมน้องหมาบ้านเรายังมักเห่ากันขรมเวลาแกเดินผ่าน พี่น้อยบอกว่า “ก็คุณนุชดีกับแกอ่อนน้อม ไหว้แกเวลาเจอกัน หรือหากขับรถไปข้างนอกแล้วเจอแก ก็มักถามว่าไปไหน จะให้ไปส่งไหม แกเลยรู้สึกว่าคุณนุชน่ารัก ไม่ถือตัว”  

ทำให้นึกถึงพระคุณของคุณตา คุณยายที่บ้านเมืองกาญจน์ ซึ่งอบรมสั่งสอนเรื่องความอ่อนน้อม ความเอื้อเฟื้อ จนเป็นคุณสมบัติติดตัวมาจนทุกวันนี้

 

บรรยากาศแห่งการอยู่กันแบบสังคมไทยที่ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ยังคงมีคุณค่า ยังสื่อสารถึงกันได้ ทุกวันรู้สึกขอบคุณมิตรจิต มิตรใจที่ได้ให้และได้รับเสมอๆ ทำให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างอุดมและเป็นสุขจริงๆ