ที่จะต้องทำต่อ คือ ทำทันที นำเอาไปใช้เลย ยิ่งใช้บ่อย ก็จะยิ่งเก่ง ไม่หนักใจในการบอกข่าวแก่เด็ก ข่าวข้อมูลที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เด็กต้องรู้

ทีมเชียงราย ประชุมกันหลายครั้งเพื่อ เตรียมงานสัมมนาเอดส์ชาตินี้ 

ให้ หนุกหนาน และมีสาระได้ประโยชน์

เราเตรียมกลอง เตรียมแทมโบลีน เตรียมเพลง เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ต่างๆ  ซ้อมร้อง ซ้อมเต้น เพื่อไปจัด skill building การเปิดเผยผลเลือดในเด็กที่ติดเชื้อ เอชไอวี (Disclosure) ในงานสัมมนาโรคเอดส์แห่งชาติ วันที่ 27 พค 2552  กัน

 

 ทางผู้จัด กำหนดให้งบการเดินทางและที่พักได้ ไม่เกิน 5  คน แต่ทีมเชียงรายหาผู้สนับสนุนเสริมมาเพิ่มได้ รวมทีมมาจากเชียงราย  8  คน

                     

 ย้อมใจ ปลุก เรียกขวัญทีมกันก่อน เย้ เย้ ทีมเราทำได้ เพราะเรายอด เพราะเราเยี่ยม 

  

 

ที่หน้าห้อง นอกจากลงทะเบียน เรายังไปออกแขก ไปร้องไปเต้นกันหน้าห้อง เรียก คนเข้าห้อง ก่อนเวลา

 

 

 

 คุณหม่องพรทิพย์ จากสำนักโรคเอดส์ฯ ผู้จัด skill building ให้เวลา 120 นาที และให้โควตาคนเข้าประมาณ 30 เราเตรียมเผื่อไว้เป็น  40 คน

แต่คนมามากเกินกว่าที่คาด  ป้ายิ้มวิ่งไปหาเก้าอี้เสริมมาเพิ่มอีก เป็น 48 ที่ 

 ยังไม่พอ คนเข้ามาอีก ก็เลย เป็น observer นั่งหลังห้อง และขอบด้านข้างของห้อง อีก 20 กว่าคน สังเกตุ คุณโหน่ง วรวรรณ จาก TUC ก็มาด้วยค่ะ

 

                      และยังมีผู้สนใจเดินเข้ามาทางประตูหลังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ

 

แนะนำสมาชิกทีมเชียงราย  หมอรวิวรรณหน่อย  เดชขจรเดช นุด นุจนีย์ เอ๋อารีรัตน์ ป้าตู่ ชนิภรณ์ ป้ายิ้มสุภรณ์ เล็กแสงดาว  และมือกลองลุงบุญโรจน์ท่านประธาน อสม เชียงราย   ด้วยเพลง   บ้านเชียงราย  

     

 

 

แล้ว จัด แยกให้แต่ละกลุ่มหลากหลาย มีทุกสหวิชาชีพ เท่าๆกันเป็น 4 กลุ่ม 4  สีด้วยเพลง ลมเพลมพัด แนะนำตัวให้รู้จักกัน 

 แต่ละสี ช่วยกันคิดท่าเชียร์เด็ดๆ น่ารักๆ และเสียงเชียร์ประจำกลุ่ม ไว้โชว์  

  สีแดงแรงฤทธิ์ สู้เอดส์     สีขาว เราสวย    สีเหลือง จริงใจ    สีฟ้า ช่า ช่า ช่า

 

                           

 

โยนโจทย์ ลงกลางวง โจทย์น้องหนูดี ทีน้องอยากรู้ว่าทำไมต้องกินยา ต้าน 

ให้ ทั้ง 4 สี ช่วยกันวิเคราะห์  แล้ว ให้แต่ละทีมสรุปนำเสนอความรู้ ทฤษฎี ในการ Disclosure

 

                     

 

ตัวเอก น้องตั้ม (คุณ รุจิรัตน์)ยิ้มกว้างในรูปบน และ

ป้าหมอผมยาว (คุณนุสรา)ในรูปล่าง

    

ให้ในแต่ละกลุ่มแสดงละคร 2 โรง โรงเล็กก่อน  เราได้พบดาวเด่นมากมาย แต่ขอเลือก ตัวละครกลุ่มละคน มาแสดงละคร โรงใหญ่ ที่หน้าห้อง 

เรื่อง น้องตั้มแอบไม่กินยาลับหลังคุณแม่  

ดูจบให้บอกความรู้สึก และ  วิพากย์แบบ  Appreciative inquiry 

 คุณหมอ กิ๊ก กาญจนา จากเชียงราย

และคุณหมอ อ้อย จาก กาญจนบุรี ก็ ร่วมแจม ให้ ความเห็น

 

ผู้ปฏิบัติจริงที่เชียงราย  เล่าประสบการณ์

 

นุด   :การทำ full disclose ทำให้เด็ก มี ความรู้สึกที่ดี ต่อ การเจ็บป่วยของตนเอง มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป ตอนแรก นุดนึกว่า เด็กจะรู้ภาวะการเจ็บป่วยของตนเองแล้ว แต่ที่จริงเด็กไม่เข้าใจมากนัก ไม่เข้าใจว่า HIV  ต่างจากAIDS พอเข้าใจเด็กเลือก ไม่ยอมเป็นAIDS  มีกำลังใจและตั้งใจในการใช้ชีวิต อยากทำกับเด็กทุกราย แต่ต้องเลือกทำในรายที่จำเป็นกว่า ก่อน

 

หลังจากเข้าคุย ทำ full disclosure แล้ว เห็นเด็กมีความตั้งใจในการกินยามากขึ้น มี หนึ่งรายที่มาบอกเรา จะหยุดยา แต่หลังเข้าทำ full disclosure เด็กก็ บอก จะรับประทานยา ต่อไป

 

เดช : หลังจากที่ทำแล้วสังเกตุว่าเด็กมีความตั้งใจมาก ในวันคลินิก ตั้งใจนับเม็ดยาขึ้น กล้าถาม กล้าพูดคุย ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่มานั้งรอเฉยๆ ไม่พูดกับใคร เวลาจัดเตรียมยาก็ ต้องเรียก ให้ นับเม็ดยาก็นับผิดๆ ถูกๆ ไม่ตั้งใจ เวลาผมทำ Day care ต้องพูดคุยก็ไม่กลัวคำพูดที่จะไปเปิดเผย หรือกระทบจิตใจเด็กๆ

ป้ายิ้ม   : การทำ disclosure ต้องมีการขออนุญาตผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง ที่ได้ทำไปส่วนใหญ่เราจะปูพื้นแก่ผู้ดูแลก่อนตอนเข้าค่าย โดยมีกิจกรรมของผู้ดูแลที่พูดคุยเกี่ยวกับการเปิดเผยผลเลือดแก่เด็ก ซึ่งผู้ดูแลจะมีทั้ง 2 กลู่ม คือ ต้องการบอก และไม่ต้องการบอก หลังจากนั้นก็ให้บอกเหตุผล แล้วแลกเปลี่ยนกันภายในกลุ่ม

 รวิวรรณ: แนะนำให้ เริ่มเร็ว เข้าเรื่องเร็ว (อย่าเสียเวลารำเบิกโรง ชักแม่น้ำทั้ง 5 นาน )

 เริ่มด้วยการเข้าเรื่อง บอกสภาวะติดเชื้อเลย ว่า

้ตอนนี้เราจะคุยกันเรื่องสุขภาพของหนู คุยกัน 15 – 30 นาที เรื่องนี้เป็นความลับของเรา

 ตอนนี้อายุเท่าไรนะ ..สิบสองแล้ว เป็นเด็กโตแล้ว......โตมากพอที่จะเข้าใจ เรื่องการเจ็บป่วยของหนู เอง

หนูทราบไช่ไหมว่า มีโรคประจำตัวที่เป็นมาตั้งแต่เกิด  (เด็กจะพยักหน้า)  คือ โรคเม็ดเลือดขาวต่ำ เม็ดเลือดขาวเอาไว้สู้เชื้อโรค (อธิบาย วาดรูปเส้นเลือดเม็ดเลือด และ ไวรัส)

ตอนเล็กๆ ยังไม่มีใครรู้พอเม็ดเลือดขาวต่ำ หนูเลยป่วยบ่อย

ี่เม็ดเลือดขาวต่ำ เพราะมีไวรัสตัวหนึ่งแบ่งตัวเร็วมาก รูปร่างเหมือนเงาะ กินเม็ดเลือดขาว 

ตอนนี้.หมอให้ยาฆ่าไวรัสแล้ว เมื่อฆ่าไวรัสจนหมดในเลือดจะมีบางตัวหนีไปนอกเส้นเลือด  .ซ่อนอยู่ อยู่นิ่งไม่แบ่งตัว ไม่มีใครรู้ว่าเรามีไวรัส ถ้าเราไม่ตรวจเลือด

แล้วดำเนินการต่อ อีก 9 หัวข้อจนครบ ทั้ง 10 ข้อ ที่ต้องทราบ

 

 ข้อความที่ใช้จากคู่มือเปิดเผยผลเลือด ขอ อ วิฐารณและ อ กุลกัญญา ซึ่งคัดลอกมาไว้ในตารางmind map ที่นี่

 ตอนนี้ทุกท่านได้ information เห็น Example ได้ลองปฏิบัติ(practice) ได้ เห็น การวิพากย์ และเพิ่มเติม ครบกระบวนการเรียนรู้สี่ขั้นตอนแล้ว

สิ่งที่จะต้องทำต่อ คือ ททท ทำทันที นำเอาไปใช้ practice เลย ยิ่ง Practice บ่อย ท่านก็จะยิ่งเก่ง เนียนและไม่หนักใจในการบอกข่าวแก่เด็ก 

ข่าวที่เด็กๆได้สะท้อนบอกเราว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เขาต้องรู้ ค่ะ

ขอบคุณ น้องกิ๊ก ชื่นกมล แห่งสำนักโรคเอดส์ ที่ช่วยเตรียมอุปกรณ์ และประสานงานได้เยี่ยม เธอเตรียม mind map disclosure ของเชียงราย และหนังสือ การเปิดเผยผลเลือด ของ รพ ศิริราช และสถาบันสุขภาพเด็ก ไว้ให้ ผู้เข้าประชุม พกพาความรู้กลับบ้าน ด้วย 

  ที่เกินคาด อีกประการคือ เธอมอบ รูปขณะทำกิจกรรมที่เธออาสาเป็นตากล้องให้ มาประกอบในบล็อก ทำให้เป็น CD มอบทันทีเมื่อเราจบ session เลย

สุดยอด ในความไว ประทับใจจริงๆ