...

 [ flickr ]

ภาพพาสต้า (pasta) รูปตัวอักษร > Thank [ flickr ] , [ dagotahsgirl ]

...................................................................................

คุณครูสุชา ณ พัทลุง, อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ (ท่านสำเร็จการศึกษาด้านจิตวิทยาภาษาอังกฤษจากสหรัฐฯ) กล่าวไว้เมื่อ 30 กว่าปีมาแล้วว่า

ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร... ถ้าเราไม่รู้ความหมาย ให้ลอง "ออกเสียง-ตั้งใจฟัง" แล้วฝึกเดาความหมายจาก "น้ำคำ" ให้ได้ว่า

...

คำๆ นี้มีความหมายน้อมไปทางใด เช่น ความหมายน่าจะดีหรือร้าย สุภาพหรือหยาบ สนับสนุนหรือคัดค้านบ่อยๆ... วิธีนี้จะทำให้เราเข้าถึงภาษาได้เร็ว และเข้าใจวัฒนธรรมของภาษานั้นๆ ได้เร็ว

คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด อังกฤษทำการศึกษาร่วมกับเชฟ(กุ๊ก)มืออาชีพ (chef Heston Blumenthal) พบว่า คนเราสามารถที่จะได้ยิน "ชื่อ", "ขนาดหรือปริมาณ", และ "ลิ้มรส" ได้อาหารได้ตั้งแต่ได้ยินชื่ออาหารแล้ว

...

ความสัมพันธ์ระหว่าง "เสียง(ชื่อ)" และอาหารที่สำคัญได้แก่

  • (1). เสียงต่ำ > มีความสัมพันธ์กับอาหารรูปกลม + ขนาดใหญ่ขึ้น
  • (2). เสียงสูง > มีความสัมพันธ์กับของที่มีรูปร่างไม่แน่นอน เช่น รูปดาว ฯลฯ

...

คนน้อยกว่า 1% ของประชากรโลกมีปรากฏการณ์พิเศษที่เรียกว่า 'synesthesia' หรือ "ความรู้สึกร่วม" เช่น เมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง หรืออ่านตัวหนังสือ(ขาวดำ)บางคำจะกระตุ้น (trigger) ทำให้เห็นสีบางสี ฯลฯ

การศึกษาใหม่ทำโดยศาสตราจารย์ชาร์ลส์ สเพนซ์ (Charles Spence) ผู้เชี่ยวชาญสาขาจิตวิทยาการทดลอง มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด พบว่า คนเราต่างก็มีปรากฏการณ์นี้กันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า จะมีมากหรือจะน้อย (แต่ละคนไวต่อเสียงหรือคำไม่เท่ากัน)

...

การศึกษานี้ทำโดยการให้อาสาสมัคร 12 คนมองภาพหลายรูปแบบที่ฉายในช่วงเวลาสั้นๆ (flash = ภาพที่ปรากฏช่วงสั้นๆ คล้ายๆ ไฟแฟลชถ่ายภาพ) พร้อมกับมีเสียงต่ำ (low-pitched) หรือเสียงสูง (high-pitched) ประกอบ

ปี 1929 หรือ พ.ศ. 2472 อาจารย์วูลฟ์กัง โคเลอร์ (Wolfgang Kohler) นักจิตวิทยาชาวเอสโตเนีย ทำการทดลองเรื่องเสียงแข็ง-แหลม และเสียงอ่อน (sharp-sounding & soft-sounding words)

... 

เสียงที่ใช้ในการศึกษาคือ 'bouba = เบาบา" และ "kiki = กิกิ"

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือกเสียง "กิกิ" กับของที่มีสีสันสดใส คือ สีส้ม และรูปร่างเหลี่ยม (orange angular shape) และเลือกเสียง "เบาบา" กับของที่มีสีทึบ คือ สีม่วง และรูปร่างกลม (purple rounded shape)

...

ศาสตราจารย์สเพนซ์คิดว่า ภาษาประหลาดๆ แบบนี้น่าจะมีผลต่อตุ่มรับรสที่ลิ้น จึงทำการวิจัยร่วมกับอาจารย์เชฟเฮสทัน บลูเมนตาล

ชื่อ "เบาบา" เป็นตัวแทนของเสียงต่ำและอ่อนโยน ส่วนเสียง "กิกิ" เป็นตัวแทนของเสียงแหลมและแข็ง

...

จะใช้ชื่ออื่น เช่น "มาลูมา" แทนเสียงต่ำและอ่อนโยน, "ตากีติ" แทนเสียงสูงและแข็งก็ได้

อาจารย์สเพนซ์บอกว่า ตัวอย่างที่ดีคือ "บรี (brie = เนยโคแบบอ่อนนุ่ม)" = very maluma = ฟังดูเหมือนอาหารจะอ่อนนุ่ม เต็มปากเต็มคำ(ขนาดใหญ่) รูปร่างกลมๆ

...

ส่วน "แครนเบอร์รีส์ (cranberries)" = very takete = ฟังดูเหมือนอาหารจะมีขนาดเล็ก รสรุนแรง เช่น เปรี้ยวจี๊ด แก้ง่วง ฯลฯ อะไรทำนองนี้

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ถ้าให้เด็กกินผักเฉยๆ... เด็กๆ จะไม่ค่อยยอมกิน แต่ถ้าแข่งกันตั้งชื่อ เช่น แครอทก๊อดซิลลา, คะน้าปลาเค้มเค็ม ฯลฯ เด็กๆ จะกินผักมากขึ้น

...

วิธีที่ดีคือ ให้เด็กๆ ช่วยตั้งชื่อผักหลายๆ สี และลองให้กินทีละน้อย... เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ จดชื่อไว้หน่อย วันหลังจะได้ไม่ลืม

กล่าวกันว่า อาหารยุโรปหรืออาหารฝรั่งที่มีชื่อเสียงมากๆ มาจาก 2 ค่ายใหญ่ คือ ฝรั่งเศสและอิตาลี

...

คำที่ใช้ในภาษาฝรั่งเศสและอิตาลีมีส่วนคล้ายกัน คือ ไม่ค่อยมีคำแข็งๆ หรือคำ "ตาย" ในภาษาไทย หรือคำที่สะกดด้วยตัว "ก,ด,บ" และผสมกับสระเสียงสั้น

การตั้งชื่ออาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มควรเลือกเสียงที่ฟังดูหรูหน่อยๆ แบบว่า ให้ฟังคล้ายๆ อาหารฝรั่งเศสหรืออิตาลีน่าจะดี

...

ทีนี้ถ้าจะตั้งชื่ออาหารลดความอ้วน ควรตั้งชื่อให้เสียงมันนุ่มๆ ทุ้มๆ เข้าไว้... เวลากินจะได้รู้สึกเหมือนกินเข้าไปมาก และอาจจะช่วยให้เกิดความรู้สึก "พอ" ขึ้นมาตั้งแต่ได้ยินชื่ออาหาร

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 > Thank BBC; Thank [ flickr ] , [ dagotahsgirl ] 

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 30 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.