นิทาน เด็กเลี้ยงแกะกับเด็กน้อย
กาลครั้งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งเบื่อการเลี้ยงแกะของตน เพราะเขาคิดว่า “มันน่าเบื่อนะดูแกะกินหญ้าเนี้ย” เขาจึงออกเดินหาอะไรทำไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเล่นน้ำ ปีนต้นไม้ เก็บผลไม้กิน ทำไปมากมายหลายอย่างแต่เขาก็ยังไม่พอใจกับมัน เขาจึงเลิกเลี้ยงแกะและลองหางานอื่นทำดูในหมู่บ้าน หลังจากทำไปได้ไม่นานเด็กเลี้ยงแกะก็พบว่ามันไม่ดีเลย ไม่มีอะไรที่จะเหมาะกับเขาเลย เขาจึงกลับมาบ้าน คิดถึงทุกอย่างที่เขาทำไป งานต่างๆที่ทำมา กลับไม่มีงานไหนที่ดูจะเหมาะกับเขาเลย
จนวันหนึ่งเขาเดินผ่านทุ่งนาแห่งหนึ่ง เด็กเลี้ยงแกะเห็นเด็กน้อยนั่งเล่นดินโคลนอย่างสนุกสนานจนทั่วตัวเละไปด้วยโคลน เด็กน้อยโดนแม่ว่าและตี แต่วันต่อๆมาเด็กเลี้ยงแกะก็ยังเห็นเด็กน้อยมาเล่นบ่อยครั้ง เด็กเลี้ยงแกะสงสัยจนเดินเขาไปถามเด็กน้อยว่า “ทำไมไม่ไปหาอะไรที่จะไม่โดนแม่ว่าล่ะ” เด็กน้อยก็บอกว่า “เล่นอะไรก็สนุกล่ะและแม่หนูก็ว่าทุกอย่างที่หนูเล่นล่ะ” เด็กเลี้ยงแกะงงกับคำตอบของเด็กน้อย เขาสงสัยว่าทำไมเด็กน้อยจึงยอมที่จะโดนว่าและตีทุกครั้งที่ออกมาเล่น และเด็กน้อยก็มีความสุขกับมัน ตรงข้ามกับเขาที่ไม่มีงานไหนเลยที่จะทำให้เขาพอใจและอยู่กับมันได้ตลอดทั้งๆที่ไม่มีใครบังคับให้เปลี่ยนงาน
เขาเริ่มที่จะหาว่าเพราะอะไรต่อไป เขานึกถึงทุกอย่างที่เด็กน้อยเล่นและทำ จนสรุปออกมาได้ว่า เพราะเด็กน้อยเลือกที่จะมีความสุขกับมันโดยไม่สนว่ามันจะโดนคนอื่นว่า เหมือนกับเด็กน้อยเลือกที่จะทำทุกอย่างให้เป็นด้านที่ดี จึงสนุกกับมันได้มากขึ้น วันต่อมาเด็กเลี้ยงแกะไม่ลังเลที่จะลองกลับมาเลี้ยงแกะอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ค้นพบแล้วว่า การดูแกะกินหญ้าก็สนุกดีนะ ทำให้เขารู้ว่า แกะจะกินหญ้าแบบไหนก่อน หญ้าแบบไหนที่มันจะไม่กิน ได้เห็นและเข้าใจว่าจะทำยังไงให้เขาสนุกไปกับงานที่ตัวเองเลือกที่จะทำ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เขาดูแกะกินหญ้าเขาจะยิ้มกับมันอย่างจริงใจ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า " จงพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วท่านจะเป็นสุข "
ขอบคุณเพื่อนรัก ลีลาวดี
หลับฝันดีนะคะ
จงพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วท่านจะเป็นสุข
คำพูดนี้ไว้ปลอบตนเองเวลาสู้คนอื่นไม่ได้ใช่ไหมคะ เพราะทุกวันนี้พูดได้แต่ทำยาก ถ้าคนที่จะทำได้จริงๆ ก็คงต้องไปบวชเป็นพระเป็นชี เพราะพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไม่คิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร อยู่อย่างไรก็ได้ เพราะไม่มีใครมาให้ห่วงหา อาวรณ์เพราะตัดทางโลกไปแล้ว
เพราะแท้จริงแล้ว ชีวิตคนเราหาเพียงพอไม่ คงต้องดิ้นรนและต่อสู้ไป ทั้งที่พยายามท่องว่า จงดีใจในสิ่งที่ได้ และพอใจในสิ่งที่ตนมี แต่ทุกคนหาพอไม่ กลับยิ่งดิ้นรน ขวนขวาย ให้มีมากยิ่งๆขึ้น บางคนยิ่งได้ยิ่งโลภ เขาก็เป็นสุขของเขา
เช่นเดียวกัน อยู่ที่ความพอใจ แม้จะผิดด้วยโกง หรือเอาเปรียบ บางคนก็ยังพอใจ
ทุกคนไขว่คว้า หาปัจจัยสี่ ปัจจัยห้า หาแล้วหาอีก เขาก็พอใจที่จะหา แม้บางครั้ง เขาก็พร้อมที่จะทุกข์ เพราะความทุกข์จะทำให้เขาเข้มแข็ง และสู้ต่อไป ดีกว่าปล่อยตัวเองให้อยู่เปล่าๆโดยเปล่าประโยชน์ เขาอาจจะทุกข์ก่อน เพราะความไขว่คว้า ในที่สุดเขาก็สุขได้ และสำเร็จผ่านความทุกข์ผ่านขวากหนาม ผ่านอุปสรรค จนเขาเข้มแข็งขึ้น
ทุกวันนี้ คำว่า “จงพอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่ แล้วท่านจะมีสุข” เป็นวลี สำหรับคนขี้เกียจหรือเปล่า ทุกวันนี้ คำนี้สำหรับคนปลงแล้ว ไม่อยากต่อสู้ ไม่อยากมีทุกข์ เพื่อที่จะสุข
คนเราทุกคนต่างความคิดต่างมุมมอง ใครมีความคิดดีๆ มาสนับสนุน หรือต้าน หรือต่าง กับดิฉัน เมนท์ออกมาได้เลย เพราะดิฉันคิดว่าแบบนี้แหละ ใครจะว่าได้กินใจกว่านี้ ก็ว่ามา เพื่อให้เจ้าของบล็อค เขามีกำลังใจ ที่มีคนเข้ามาช่วยคิด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้คะ หรือจะเอาไปต่อยอด ก็บอกเพื่อนๆ G2K ไปอ่านได้ อยากอ่านความคิดของคนอื่นคะ
หลับฝันดีนะคะ
http://gotoknow.org/blog/minejob/264158
อ้อยเล็ก เพื่อนรัก
เอ๊!หรือจะเป็นทางสายเปลี่ยว
ตอบด่วน
คิดถึงจังมาหา มาชวนไปฟังเพลงจ้ะ ซึ้งมากๆ
http://gotoknow.org/blog/emotionaly/265050
ขอบคุณ มากๆ ลีลาวดี เพื่อนรัก
I: "...."