เมื่อแขกต่างจังหวัดแยกย้ายตัวกันไปแล้ว ทีมกระบี่ AAR กันต่อ แล้ววางแผนการทำงานของวันรุ่งขึ้นกันต่อ การประเมินตนเองในวันนี้เราพบว่าการลิขิตของเรายังไม่ดีขึ้น ยังกล้าๆกลัวๆกับการทำหน้าที่คุณอำนวยอยู่ ส่วนกลัวอะไรนั้นคนที่กลัวนะแหละรู้ เรื่องเล่ายังฝืดๆไม่ลื่นไหลอยู่บ้าง แต่การได้ฝึกวันนี้ทำให้รู้ว่าหากจะให้แมวมองไปหาสินค้ามาให้ถูกใจตลาดนัดละก็ หากเขาได้ลงมือทำงานเป็นคุณลิขิต ลงมือทำงานเป็นคุณอำนวยซะบ้าง เขาจะเลือกสินค้าชั้นดีมาให้โชว์ในตลาดนัดได้ด้วยนะ ได้รู้จุดอ่อนแล้วดีจังนะ มีโอกาสแก้ตัวใหม่พรุ่งนี้ ยังเติมเต็มจุดอ่อนที่ยังไม่เข้าเป้ากันได้

แล้วเราก็วิเคราะห์ความก้าวหน้าของงานในเรื่องของการตัดเรื่องเล่าไว้ชวนไปขายต่อในตลาดมหกรรมเบาหวานระดับประเทศแล้วก็พบว่ามีคนที่ค้างเรื่องเล่าของตนอีกหลายคน ถือว่าเป็นโอกาสแก้ตัวแล้วหละ เราจึงตกลงกันว่าวันรุ่งขึ้นเราจะให้ทุกคนได้เล่าเรื่องของตนออกมาและได้ฝึกลิขิตสลับกันให้ครบทุกคน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการแจ่มชัดมากขึ้น
เช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 เราเริ่มวงสนทนากันอีกรอบ คราวนี้เราให้เวทีเป็นเวทีฝึกการเล่าเรื่อง การเป็นคุณอำนวย และ การลิิขิต ทุกคนได้สลับกันทำหน้าที่นี้ ฉันเป็นฝ่ายนั่งดููนั่งฟังเฉยๆ สองสาววนเวียนทำหน้าที่สลับกันไปกับแขกของเรา เวทีวันนี้ลื่นไหลขึ้นมาก มีคนอยากลองและอาสาลองโดยไม่ต้องชวนให้เสียน้ำลาย รู้สึกดีมากๆทีเดียว เราคุยกันไปสักครู่น้องลีจากร.พ.ถลางก็มาสมทบด้วยอีกโรง

ทำงานด้วยกัน เรียนรู้กันไปช้าๆ ทุกคนรู้สึกว่ามีส่วนร่วม ไม่มีใครเกี่ยงที่จะไม่ออกไปฝึกทำหน้าที่หน้าห้อง เมื่อเล่ากันจบกันทุกคนแล้ว ฉันก็ชวนให้่คุณลิขิตของแต่ละเรื่องลองฝึกถอดขุมความรู้ วนกันจนครบรอบทุกคนแล้ว ก็ชวนกันศึกษาตารางอิสรภาพที่กระบี่ได้ทำขึ้นแล้วให้ประเมินตนเองไว้ ตอนที่ใช้ลองทำนะไม่คิดหรอกว่าจะได้เรียนรู้อะไรมากไปกว่าการรู้ผลการประเมินตนเองของแต่ละแห่ง แต่พอทำเข้าจริงได้มากกว่าที่คิดแฮะ
ช่วงนี้เราคุยแลกเปลี่ยนกันเรียนรู้ความสำเร็จไปด้วยกันทีละข้อ ให้แต่ละร.พ.ยกตัวอย่างที่ตัวเองทำให้ฟังกัน เมื่อแต่ละแห่งเล่ากันมาฉันจะสรุปสะท้อนกลับว่าได้ยินเรื่องราวอย่างไรบ้าง มีใครทำอะไรต่างทำอะไรเหมือนกันอยู่บ้างทำให้เห็นภาพเลยนะว่า แต่ละที่มีศักยภาพเชิงระบบที่แตกต่างและี่ดูเหมือนจะเหมือนกันอย่างไร ได้แลกเปลี่ยนกันด้วยนะว่าตอนที่ทำนะคิดอะไร คิดอย่างไร ที่มาที่ไปที่คิดทำขึ้นมา แจ๋วจริงๆ

เราทำความเข้าใจนิยามร่วมกันไปทีละข้อจนจบเรื่องราว 8 หัวข้อที่ทำไว้ ได้ฟังเรื่องราวมากหลายเชียวหละนะ การคุยทีละข้อๆไปช้าอย่างนี้ทำให้ฉันได้รับรู้ว่ามีนวตกรรมดีๆอยู่ที่ไหนบ้างใกล้ๆตัว ดีใจมากที่ 2 วันนี้ทำงานได้เข้าเป้าแล้ว แถมได้อะไรมากกว่าที่คาดอีกด้วย รู้สึกดีจริงๆ สองสาวก็ตั้งใจมาก
เมื่อฉันได้เห็นฝีมือและความตั้งใจของน้องๆที่มาแล้ว ทำให้ฉุกคิดไปถึงเรื่องที่รับปากว่าจะหาโรงพยาบาลไปเป็น node ใหม่ให้กับพรพ.ขึ้นมาได้ จึงได้ชวนและเล่าให้ฟังว่ากระบวนการที่ทำนะก็ทำอย่างที่เห็นกระบี่ทำอยู่นี่เอง ใครว่ายากรึมั๊ย ร.พ.ไหนอยากจะเป็น node ใหม่บอกมาเลย แมวมองอยู่ตรงนี้จะส่งข่าวไปบอกพรพ.ให้
จะนับว่ามีลมปากดีก็ได้มั๊งเนอะที่ในที่สุด มี 3 ร.พ.รับปากว่าเป็น node ด้วยคน เอาด้วยคน เสนอชื่อร.พ.หนูได้เลยจ๊าคุณหมอ ดีใจที่ได้พรรคพวกมาร่วมอีกแล้ว 3 โรง 3 โรงที่ว่านี้คือ ร.พ.ชัยบุรี อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี , ร.พ.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และ ร.พ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ดีใจที่สุดเลย

แปลกใจอยู่หน่อยเหมือนกันที่ร.พ.ใหญ่ๆอย่างตรังไม่ตกปากรับคำ นึกย้อนมาดูตัวอย่างโบราณว่า ก็อ๋อ พอเข้าใจแล้วหละว่าทำไม ไม่แปลกใจเมื่ออ๋อออก ก็องค์กรระดับร.พ.ทั่วไปหรือร.พ.ศูนย์นะ มันใหญ่และอุ้ยอ้ายนักจะทำอะไรก็ขยับตัวลำบาก คนมันอึดอัดกับความอุ้ยอ้ายของตัวเองนะเอง นึกไม่ออกลองนึกภาพของการพยายามชยับตัวคนป่วยตัวใหญ่ขนาดร้อยกิโลที่นอนกับที่โดยตัวเองหรือโดยคนตัวเล็กๆขนาดสี่ห้าสิบกิโล 2-3 คนดูนะค่ะว่าต้องออกแรงแค่ไหนแล้วจะจินตนาการออกว่าอึดอัดแค่ไหน
หลานชายคิดถึงพามาเยี่ยมครับ