ต้องกล้าให้ลูกออกไปเผชิญสิ่งท้าทายใหม่ๆ ในโลก

        เมื่อ ๒๓-๒๔ พฤษภาคม ผมนำผู้บริหารโรงเรียนและครูจากเจ็ดโรงเรียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง "สำนักงานเขตพื้นที่อาสาสร้างสุขภาวะครอบครัวในโรงเรียน" จัดโดยมูลนิธิครอบครัว ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการประชุมสัมมนา "การพัฒนาสุขภาวะครอบครัวภายใต้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน"

       การสัมมนาครั้งนี้ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ได้คัดเลือกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ารับการสัมมนาเพียง ๘ เขตพื้นที่การศึกษาเท่านั้น โดยมีเป้าหมายจะให้เป็นเขตพื้นที่การศึกษานำร่อง ในเรื่องการสร้างสุขภาวะครอบครัวในโรงเรียน

 

       ผู้เข้าสัมมนาได้นิตยสาร "โฮม" ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน ๒๕๕๒ มีเรื่องที่ดีมากหลายเรื่อง ขอหยิบเอามาหนึ่งเรื่อง "กว่าพ่อจะรู้เดียงสา"

        จากการสำรวจ Family Poll เรื่อง "หยุดทุกข์สร้างสุขเพื่อครอบครัว" จากกลุ่มตัวอย่าง ๕๐๔ คน อายุระหว่าง ๑๖-๓๐ ปี พบว่า ลูกๆ ส่วนใหญ่มองพ่อเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหาในครอบครัว รองลงมาคือตัวเองและแม่ โดยพบความทรงจำด้านบวกที่มีต่อพ่อ ทั้งของลูกชายและลูกสาวคือ เป็นคนดี ใจดี รักครอบครัว ในขณะที่ความทรงจำด้านลบที่ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันคือ การดื่มสุรา ความดุ อารมณ์ร้อน ไม่มีเวลาให้ลูก และทำตัวห่างเหิน

 

       พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล ให้ข้อคิดว่า ควรส่งเสริมให้พ่อได้มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อลูก พ่อไม่ควรเข้มงวดกับลูก แต่ให้เป็นไปแบบการเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อมีสิ่งผิดพลาดพ่อต้องให้อภัย พ่อต้องลดบทบาทการผูกขาดอำนาจ

       รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดถึงสาเหตุที่ทำไมพ่อถึงไม่รู้เดียงสา ว่า พ่อไม่มีต้นแบบความเป็นพ่อ เพราะพ่อไม่สามารถแสดงบทบาทได้เต็มที่ เพราะฉะนั้น แม่ต้องเปิดโอกาสให้พ่อเข้ามา โดยแม่ไม่เข้าไปแทรกแซง แล้วสักพักความเป็นพ่อลูกจะเริ่มคุยกัน

        นอกจากนี้ เราต้องสอนทักษะต่างๆ ให้ลูก เช่น เรื่องเพศสัมพันธ์ สอนการใฝ่รู้ ทักษะการปฏิเสธ ต้องกล้าให้ลูกออกไปเผชิญสิ่งท้าทายใหม่ๆ ในโลก

        ผู้ชายจึงต้องกล้าเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางสังคมใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจการดูแลลูก และสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว จึงจะเหมาะสมกับคำว่า

"ผู้นำครอบครัว"