การประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่๑๐ ที่ผ่านมาของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล แม่ต้อยมีความสนใจและอยากจะถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง Out come mapping ให้กับโรงพยาบาลที่กำลังพัฒนาคุณภาพ เพราะเนื่องจากเห็นความสำเร็จของโรงพยาบาลที่ได้ทดลองทำมาบ้างแล้วว่า สามารถที่จะทำให้สิ่งที่องค์กรปรารถนานั้นเกิดผลลัพธ์ หรือความสำเร็จที่ต้องการได้
ในครั้งนั้น แม่ต้อยได้เรียนเชิญ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืดมาเป็นวิทยากร ซึ่งท่านก็ขอให้แม่ต้อยคัดเลือกโรงพยาบาลที่มีความพร้อมที่จะลงมือทำได้เลย หรือต้องมีใจที่จะเปลี่ยน ( Need change ) จริงๆ ครั้งนั้นจำได้ว่าแม่ต้อยทำการคัดเลือกเอง เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด และตลอดเวลาแม่ต้อยนั่งร่วมประชุมด้วยอย่างใจจดใจจ่อ และน่าทึ่งมากที่อาจารย์ ประพนธ์ นั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน และเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
คราวนี้ เมื่อเราเริ่มทำโครงการใหม่ที่เรียกว่า “ โครงการสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน “ และมีชื่อเล่นเก๋ไก๋ เป็นภาษาอังกฤษว่า “SHA”
(Sustainability Health promotion & Hospital accreditation )
คราวนี้ เราเชิญท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่งมาร่วมเรียนรู้ พร้อมๆกับผุ้เยี่ยมสำรวจโรงพยาบาล แม่ต้อยจึงนึกถึงท่านดร.ประพนธ์ อีกครั้งหนึ่งว่า งานนี้คนที่จะถ่ายทอดอย่างชนิดที่คนเรียนนั่งตรึงกับเก้าอี้ได้ ก้ต้องอาจารย์ คนเดียวเท่านั้น ที่จริงอาจารย์ บอกแม่ต้อยตลอดเวลาว่า การแลกเปลี่ยนความรู้ที่จะต้องนำไปปฏิบัตินี้ จะต้องฝึกหัดทำด้วยตนเองใช้เวลา ๓ วันจึงจะได้ผล การเรียนรู้เพียง ๓ ชั่วโมงนี้ บางครั้งอาจจะไม่ได้ผลเลยก็ได้ อาจารย์ บอกแม่ต้อยว่า
“ บางครั้งมันก็ เหนื่อยเปล่าๆนะครับพี่”
ซึ่งแม่ต้อยเข้าใจมากๆเลยถึงความรู้สึกของท่านอาจารย์.. แต่แม่ต้อยก็ยังอยากได้อาจารย์มาเล่าเรื่องนี้เสียจริงๆ
คงเดาได้ว่าในที่สุดอาจารย์ ก็มาในงานนี้จนได้ และแม่ต้อยเชื่อจริงๆว่า การบรรยายโดยไม่มีการฝึกคั่นกลาง เพื่อทวนความเข้าใจนี่น่าเหนื่อยจริงๆ วันนั้นอาจารย์ ประพนธ์ ได้ใช้พลังทั้งหมดอย่างมากมายในการทำความเข้าใจ กับผู้เข้าร่วมประชุม
“ วิธีการนี้.. เราใช้หลักของ การเสาะหา... การโยงใย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปรารถนา..”
“ เราจะมองโครงการแบบเชื่อมโยงไม่แยกส่วนออกมาโดดๆ ..และความสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะพัฒนาแบบ เหตุและปัจจัย..”
“ เริ่มจากเราต้องมีแรงบันดาลใจ.. ความใฝ่ฝัน..ของเรา เป็นความใฝ่ฝันที่ ต้องไม่เลื่อนลอย สามารถทำให้เป็นจริงได้ ( possible dream ) อาจารย์ ยกตัวอย่างคำพูดที่ติดปากให้เห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น
โครงการเดิมๆ ส่วนใหญ่เราเริ่มจาก หลักการและเหตุผล แต่หากจะทำโดยวิธี Out come mapping เราจะเริ่มจากความฝัน และแรงบันดาลใจ
“ สิ่งที่ เราใฝ่ฝัน ที่จะเห็นนี้ต้องควรเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด และเราอยากทำ มันเป็นสิ่งที่มาจากใจเราจริงๆ..” และที่สำคัญคือฝันนี้ต้องมีความละเอียด จนสามารถเห็นภาพของคนที่จะมาเล่น หรือผุ้ที่จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย”
คำว่า “ เรา” นั้นคือคนที่มีความฝันเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน มาช่วยกันวาดภาพ
ท่านผอ. และผุ้เยี่ยมสำรวจคะ
และเมื่อมาถึง “ พันธกิจ” นั้น เราจะเห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เราไม่สามารถทำได้คนเดียว เราทำเองไม่ได้ เช่น กิจในการสร้างค่านิยม กิจในการบูรณาการเป็นต้น
“OM นั้น เชื่อมั่นในส่วนร่วม และเชื่อมั่นในการร่วมมือกันในลักษณะเครือข่าย “
ต่อมาเราต้องมีคนมาช่วยให้งานนี้ หรือความฝันนี้สำเร็จ หรือ” ตัวช่วย “ เป็นคนที่จะวางหมากให้โครงการเดินไปได้ หรือไม่ได้
ถึงตอนนี้ อาจารย์ ให้ นึกถึงธุรกิจขายตรง ต่างๆ ( MLM ที่เขาจะมีคนที่มาช่วยที่เรียกว่า Down line ผู้ทำธุรกิจขายตรงต้องกำหนดคนที่เป็นเป้าหมายเพื่อสร้างยอดการขายให้สูงขึ้น คนเหล่านี้จะเป็นคนลงไม้ลงมือ และมีใจรักพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดยอดการขาย)
คนช่วยหรือ ( partner ) ในโครงการนี้ก็คล้ายๆกับธุรกิจขายตรงดังกล่าวนั่นเองคะ เราต้องเลือกคนที่อยากทำ เห็นประโยชน์ หรืออาจจะเป็นกลุ่มคนที่ฝันร่วมกับเราตั้งแต่ต้นก็ยิ่งดีมากๆๆ โอกาสสำเร็จสูง
ขั้นตอนนี้ เรามักเอาชื่อคนที่เรานึกได้มาใส่เป็น ตัวช่วยหรือ partner เช่น อบต. สอ. โดยที่เขายังไม่อยากทำ ไม่เห็นความสำคัญ ก็จะทำให้โครงการเรานี้ไม่สำเร็จ ก็ได้
ขั้นตอนนี้ อาจารย์ บอกว่าสำคัญที่สุดจริงๆ ธุรกิจขายตรงเองก็ให้ความสำคัญขั้นตอนนี้มาก เพราะหากเฟ้นหาตัวคนที่อยากทำ มีเป้าหมายเดียวกัน ความสำเร็จก็แทบจะมากองตรงหน้าเลยทีเดียว
เอาละคะ เมื่อเฟ้นหาตัว คนช่วยตรง ( direct partner ) ได้แล้ว เราต้องหา ตัวช่วยอีก กลุ่มหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า กลุ่มแรกคะ กลุ่มนี้อาจารย์ เรียกว่า Strategic partner คือคนที่มีความสนใจ อยากทำ ฝันเห็นเหมือนกัน แต่ไม่มีเวลามากมาย แต่มีพลังอำนาจล้นเหลือ อิอิ เช่น ผู้หลักผู้ใหญ่ สสจ. อบต. สอ. น่านแหละ แต่บางครั้งท่านเหล่านี้ ก็อาจจะกลายมาเป็น direct partner ก็ได้
“ อาจารย์ ย้ำหลายๆครั้งว่า งาน OM เป็นศิลปะ เป็น ART จริงๆ ไม่แข็งทื่อๆ แต่ปรับเปลี่ยนได้ ในทุกขั้นตอน“
ทีนี้ ก็มาถึงขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งคือ..
การที่เราต้องหาผลลัพธ์ ที่อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง..
ผลลัพธ์จะทำให้เราทำงานได้ดั่งใจหวัง...นั่นคือ การหาความท้าทายเชิงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ( Out come challenge ) ของคนที่จะมาช่วยเรา หรือ direct partner นั่นเอง
เช่น ในธุรกิจขายตรงบอกว่า หากคุณขายได้เท่านี้ คุฯจะได้เป็นผุ้บริหารระดับ เพชร ระดับมรกต
“หัวใจจะ อยู่ที่ตรงนี้ว่า คนที่จะมาทำงานกับเรา จะมาช่วยเรานั้น เขาควรมีคุณสมบัติอะไรบ้างในเชิงพฤติกรรม เช่น ต้องเป็นนักพุด ต้องเป็นนักประสาน หรือต้องเป็นคนที่พุดกับชาวบ้านรู้เรื่อง จึงจะทำงานนี้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน นั่นคือ เรากำลังหาคนที่ถูกต้องเหมาะกับงานนั่นเอง ( right man )”
ซึ่งประเด็นความท้าทายตรงนี้ ต้องคิดร่วมกันระหว่างเรากับ direct partner
หากว่าเราสามารถสนับสนุนให้เขามีคุณสมบัติเหล่านี้ได้ ผลลัพธ์ จะตามมาเอง
และเราเริ่มจะมีบทบาทน้อยลง ชุมชนเริ่มจะมีบทบาทมากขึ้น ความรู้สึกเป็นเจ้าของจะเริ่มมากขึ้นตามมา
ที่จริง OM มีขั้นตอนทั้งหมด มากกว่านี้นะคะ
แต่ครั้งนี้ แม่ต้อยเล่าเรื่องขั้นตอนที่สำคัญมากๆให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในส่วนของกรอบการพัฒนาซึ่งมี ๗ ขั้นตอนด้วยกัน
ขั้นตอนที่เหลือที่เป็นจะเป็น ตัวบ่งชี้ความก้าวหน้า แผนที่ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานในองค์กร แต่ละขั้นตอนนั้นจะเป็นเหตุเป็นผล...ผลักดันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน.... มีความเชื่อมโยงใยคล้ายใยแมงมุม .. แต่ก็มีความมั่นคง เหนี่ยวแน่น และก่อความยั่งยืน.ให้กับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นความฝันของเรา
ในที่ประชุม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมากมาย เพราะว่ารพ.หลายแห่งได้ทดลองทำแล้ว จากประสบการณ์จริง จึงทำให้บรรยากาศ การแลกเปลี่ยน สนุกสนาน เห็นภาพจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจจริงๆ
แม่ต้อยอยากจะขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืดอีกครั้งหนึ่งด้วย ความจริงใจ ด้วยความศรัทธา และเห็นว่าอาจารย์ เหนื่อยจริงๆคะในวันนั้น ไม่ทราบว่าได้รับประทานอาหารกลางวันหรือไม่เสียด้วยซ้า
ก่อนที่จะปิดการประชุมในวันนั้น มีน้องมากระซิบบอกแม่ต้อยว่า
“ อาจารย์ คะ ท่านดร.ประพนธ์ ฯ ให้โอนเงินค่าตอบแทน ให้มูลนิธิที่ท่านทำงานด้วยคะ “ ท่านไม่รับค่าตอบแทนคะ
แม่ต้อยรู้สึกตื้นตันใจ เหลือเกิน รู้สึกมีแสงสว่างวาบขึ้นในใจมาทันทีว่า บ้านเมืองเรานี้ ยังมีคนที่ดีดี อุทิศชีวิตให้กับ บ้านเมืองและสังคมอย่างมากมายเช่นนี้ เราควรมาช่วยกันทำความดีให้บ้านเมืองเรากันมากๆ เช่นอาจารย์ ประพนธ์นี้
แม่ต้อยจึงอยากสัญญากับอาจารย์ว่า แม่ต้อยและทีมงานทุกๆคนจะพยายามนำความรู้ทั้งหมดลงไปช่วยให้เกิดประโยชน์จริงๆ ให้คุ้มค่ากับที่ท่านอาจารย์ เสียสละเวลาอันมีค่ามาแนะนำให้พวกเรา
ขอบคุณและสวัสดีคะ
สวัสดีค่ะ
" โครงการเดิม ๆ ส่วนใหญ่เราเริ่มจากหลักการและเหตุผล แต่หากจะทำโดยวิธี Out commapping เราจะเริ่มจากความฝันและแรงบันดาลใจ "
แม่ต้อยค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ เราอาจจะได้โครงการที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง
แวะมาอ่านเก็บความรู้ค่ะ...แต่จะอ่านซ้ำอีกหลายๆรอบ...อิอิ..นะคะ
มีความสุขมากมากนะคะแม้ต้อยขา
สวัสดีครับคุณแม่ต้อย ได้ฟังอาจารย์ประพนธ์ที่เวที มอ. หาดใหญ่ มาครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นทีมศวพถ.เราก็ขึ้นเวทีเล่าเรื่อง ที่ชาวบ้านทำมาคุยกัน มาได้อ่านที่แม่ต้อยเขียนก็ชัดเจนยิ่งขึ้นครับท่าน
เอารูปตอนที่ท่านมางานกาดนัด KM ที่ ม.พายัพมาฝากค่ะ
เคยศึกษาด้วยตนเองค่ะ ไม่มีโอกาสเข้าร่วมรับฟัง แต่ก็จะติดตามความรู้จาก G2K ของแม่ต้อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะ อาจารย์คะ
สมัยก่อนแม่ต้อยเริ่มอย่างนั้นจริงๆคะ
เริ่มจาก หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์
ทำมาตั้งนานแล้วคะ
สารภาพบาปคราวนี้คะ
2. pa_daeng
สวัสดีคะ
ป้าแดง
สว่างขึ้นมานิดเดียวเองหรือคะ
โอ้ แม่ต้อยต้องมาฝึกเขียนให้ง่ายๆกว่านี้อีกเนาะ
อิอิ แหย่เล่นๆคะ
add
ขอบคุณครูน้องแอ้ดมากคะ
อ่านมากๆ เดี๋ยวก็คงง่ายคะ อิอิ
คิดถึงนะคะ
. วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei
สวัสดีคะท่านอาจารย์
ดีใจคะ ที่ได้ขอบคุรมากคะ เจอคนคิดแนวเดียวกันคะ
ขอบคุณนะคะ
มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
สวัสดีคะ
แม่ต้อยอยากเต้นรำคะ
อิอิ
อ.แม่ต้อยคะ
ป้าแดงบอกว่า สว่างวาบ ก็ได้ค่ะ ประมาณว่าเข้าใจมากขึ้นมากว่าเดิมค่ะ
อิอิอิ
มีคนถามว่า SHA จะพูดว่า..ชา หรือเปล่าคะแม่ต้อย
อ่านแล้วรู้สึกว่า.. การทำงานทุกอย่าง ถ้าเรารู้เป้า แล้วเราก็หาทางเดินให้ไปสู่เป้า จะเป็นทางใดทางหนึ่งก็ได้
บางคนอาจหาทางลัดเดิน บางคนอาจเดินไกลหน่อย ไม่ว่ากันใช่ไหมคะ แม่ต้อย
สวัสดีค่ะ มาเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
pa_daeng
คะคะ
สว่างวาบคะ
แต่แม่ต้อยตอนนี้ออกอาการวูบๆวาบๆนะคะ
ฮ่าๆๆ
4. แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
น้องแก้วคะ
ชื่อนี้ ท่านอาจารย์ ชนิกา ตั้งให้นะคะ
อ่านว่า ชาคะ แต่ไม่ เย็นชานะคะ อิอิ
มุ่งไปสู่ sustainability คะ
. KRUPOM
สวัสดีคะ
น้องครูป้อมเป็นคนที่มีความสามารถ
เดี๋ยวก็เข้าใจคะ
. KRUPOM
สวัสดีคะ
น้องครูป้อมเป็นคนที่มีความสามารถ
เดี๋ยวก็เข้าใจคะ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่อง SHA ที่เป็นความรู้ใหม่
เดิมโครงการยึดหลักการและเหตุผล...มีตัวชี้วัดชัดเจน...
อยากจะทำหลายอย่างเช่นการใช้นิทาน...
เพื่อเบี่ยงเบนขณะทำหัตถการ...การลดความกลัวการมาโรงพยาบาล
สิ่งนี้ก็เป็นการทำตามฝันและแรงบันดาลใจ
คงจะต้องอ่านเพิ่มและทำความเข้าใจค่ะ
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจนะคะ...