ท้องไร่ท้องนาชีวิตหลังเลิกเรียนของเด็กบ้านนอกที่เข้ามาเรียนในกรุง

ในทุกๆวันผมต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาโรงเรียนใช่ว่าตื่นแล้วจะล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว แล้วจะได้มาโรงเรียนเลยนะครับ เพราะจะต้องไปทีไร่ที่สวนเพื่อเอาอาหารให้เป็ด ไก่ ระยะก็ใช้ได้เลยนะครับ ได้ออกกำลังกายดีมาก พอกกลับมาจากไร่จึงค่อยอาบน้ำ กินข้าว ค่อยได้มาโรงเรียน

พอถึงโรงเรียนก็ต้องเรียนตามปกติแหละครับ แต่ที่ต่างก็คือ การนำเงินไปโรงเรียนและการใช้เงินเพราะเพื่อน ๆ มีเงินที่มากก็เลยกินขนมได้ แต่ผมก็มักจะอดออมเพื่อที่จะมีเงินเก็บไว้ตอนที่ไม่มี เพราะพ่อแม่ก็ไม่รวยเป็นเกษตรกรที่รับจ้างหาเช้ากินค่ำทั้งสอง ผมกก็เลยช่วยแบ่งเบาคือการอดออมเงินนี่แหละครับ
พอถึงบ้านตอนเย็นใช่ว่าจะได้ทำการบ้าน ดูทีวี เล่นเกมส์เหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่กลับต้องรีบเปลี่ยนชุดแล้วรีบไปที่ท้องไร่ท้องนาเพื่อไปช่วยพ่อแม่ทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น บางวันก็ไปถางหญ้า บางวันก็ล้อมรั้วสวนและอีกมากมายไม่ซ้ำแต่ละวัน ถึงว่าจะถูกคนว่า"เด็กท้ายสวน"หรือ"เด้กท้ายหมู่บ้าน"ผมก็ไม่สนใจหรอก เพราะผมมาช่วยพ่อแม่ทำงานไม่ได้ทำอะไรผิดแถมดีกว่าคนบางคนเสียอีกเพราะผมมีความกตัญญูแก่พ่อแม่ แล้วผมต้องสนใจคำพูดของคนเหล่านั้นทำไม
ถึงแม้ครอบครัวของผมจะยากจน แต่ครอบครัวของผมก็มีความสุขดีไม่ได้ไปทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน และอีกอย่างหนึ่งคือว่าขนาดครอบครัวของผมยากจน แต่พ่อแม่ของผมยังหาเงินส่งให้ผมเรียนได้ ผมอยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าความจนไม่ใช่อุปสรรคในการเรียน แต่อยู่ที่ความเอาใจใส่ในการเรียน ถ้าเรายากจนแต่เรียนดีสักวันต้องมีทุนในการศึกษาแน่น่อน ถึงวันนั้นความฝันที่คงไม่มีวันที่จะเป็นจริงอาจเป็นจริงขึ้นได้สักวัน
แล้วคนที่ลูกคนรวยล่ะ หากคุณเป็นคนที่ใช่แต่เงินไปวัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรช่วยพ่อแม่เลยกลับบ้านก็ไปเที่ยว ไปมั่วสุมกัน แทนที่จะทำให้พ่อแม่มีความสุขยิ่งทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่พ่อแม่ของลูกคนรวยบางคนคงจะไม่สนใจ ลูกทำอะไรก็คงจะไม่ถามไถ่กัน ผมอยากให้ทุก ๆ ครอบครัวอบอุ่น เหมือนครอบครัวนี้ถึงจะจนแต่เขารวยความสุขและความอบอุ่น

ทำไมต้องไปนาทุกวันไม่เหนื่อยเหรอ
สู้ต่อไป...............
สักวันต้องได้ดี...........
เป็นกำลังใจให้นะ............
ทุกฝันจะมีวันเป้นจริงถ้าทุกคนสู้ที่จะฝ่าฟันไป............