ย้อนหลังมองประวัติศาสตร์

ประวัติของเมืองยองมหิยักกะรัฐบุรี หรือเมืองยองรัฐบุรี

            นครหลวงตาลีฟูหรือเมืองหลวงหนองแสแห่งมหาอาณาจักรไตยน่านเจ้า  ได้เสียเอกราชครั้งที่  1  ให้แก่จีนฮ้าน  (ห้อ  =  จีน)  ราชวงค์ช่องแห่งเมืองไกหุง  เมื่อในปี  .. 897  ดังนั้นท้าวคำเตียมหรือท้าวฟุ้ารุ่งผู้เป็นเจ้าแผ่นดินแคว้นแซ่ลื้อแห่งเมืองแหสนหวีฟ้าเชียงรุ่ง  ที่ตกเป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรน่านเจ้าจึงประกาศเอกราชอย่างเต็มตัว  เอาเวียงหลวงเชียงรุ่งเป็นเวียงหอคำหรือเมืองหลวงและมีบริวารหัวเมืองใหญ่ น้อย  55  หัวเมือง  สมัยนั้นอาณาเขตของแคว้นแสนหวีฟ้าเชียงรุ่นแห่งอาณาจักรไตยลื้อภายในทิศตะวันตกถึงริ่มฝั่งน้ำขา  ติดกับดินแดนคนเถื่อนละว้า  เสาหินเสายา  ภายทิศตะวันออก  ถึงดอยแดนดิน  ดอยสามเสา  ติดกับอาณาเขตไตยดำ  ไตยแดง  แห่งแคว้นสิบสองจุนไตยเมืองแถน  เมืองลายเจ้า  ภายทิศเหนือถึงเมืองก้า  เมืองบ่อ  (เชียงกู่)  ทวงกวาง  ริมฝั่งแม่น้ำดำติดกับอาณาเขตแคว้นเมืองคุนหมิง  (เมืองแส)  อาณาจักรไตยน่านเจ้าภายทิศใต้ถึงริมฝั่งน้ำลำ  น้ำหลวย  น้ำยาเชียงก๊ก  หลวงน้ำ  ธาเมืองไชย  เมือขาว  ติดกับอาณาเขตพวกกมิเจวะ  (ข้าสี่แสนหมอนม้า)  แห่งอาณาจักเมืองนครเงินยาง  (เมืองโยนก  เชียงแสนปัจจุบัน)  อันมีพระยาเวอมันเจนเป็นเจ้าแผ่นดิน  หรือพระมหากษัตริย์ของพวกเขา

            ต่อมาในปี ค.. 908   กษัตริย์กมิลวะพระยาวอมันเจน รู้ว่าเจ้าแผ่นดินไตยแคว้นแซ่ลี้ แห่งเมืองแสนหวีฟ้าเชียงรุ่งพยายามสร้างอานุภาพกองทัพสึกและขยายอาณาเขต  จึงได้ไปเจริญสัมพันไมตรีกับพวกลวะ พวกขอมเขมรแห่งเมืองเช้า  เมืองหริภุญชัย  เมืองละโว้  เมืองละแวกทั้งหมดและส่งราชสานส์ถึงเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่ง  ลงไปสร้างไมตรีอ่อนน้อมต่อเมืองเงินยาง  เจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งเขียนราชสานส์ให้ชาหลวงเชียงลานกับแสนหลวงบ้านเงินเป็นหัวหน้าราชทูต  พาด้วยเอือบคำ (เอือบทอง) หนึ่งอันหนักสามจาบ  เอือบเงินหนึ่งอันหนักสองขัน  ม้าล้อหลวงหนึ่งตัว  หมาดำหลวงตัวหนึ่ง  เหนื้อความส้มหนึ่งอวมกับหมากพลูสามปัน  ล่องแพจากเวียงหลวงเชียงรุ่ง  ล่องตามแม่น้ำโขงนานได้ 6 – 7 วัน  ก็ถึงนคร หลวงเงินยางแล้ว  ชาหลวงเชียงลานกับแสนหลวงบ้านเงินผู้เป็นหัวหน้าราชทูตไตย  ก็นำเครื่องบรรณาการของเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งเข้าวังหอคำ  เมื่อถวายหน้าแหนตาต่อเจ้าพระยาวอมันเจน ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดินกมิลวะ แห่งนครเงินยาง