เครื่องเสียง ระบบ ดิจิตอล อย่างดี ที่น้องชายคนที่เป็นศิลปินวาดภาพเหมือน ซื้อให้เป็นของขวัญ เพื่อพ่อจะได้ฟังเพลงโปรดของ สมยศ ทัศนพันธุ์ “โธ่..เอย แม่นางนกขมิ้น…...” หรือเพลงดาวลูกไก่ ของ พรภิรมย์ นักร้องคนโปรดของพ่อ ...จาน…ใบใหญ่ที่น้องสาวผมซื้อให้พ่อกับแม่ ไว้นั่งดูและเชียร์คนโปรด ที่ปรากฏอยู่บนจอทีวี โดดเด่นเป็นสง่า อยู่บนหลังคาบ้าน

โลกเทคโนโลยีสารสนเทศ

กับ Life Style 

         สมัยเด็ก ๆ การได้ออกไปวิ่งเล่น  นอกบ้าน ถือเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ สมัยนั้น  โลกทรรศน์....ที่เปิดกว้างตามวัย  สอนอะไรกับเด็กอย่างผมสมัยนั้นได้อย่างใจเรียกร้อง

 

การได้วิ่งเล่นกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนกับเพื่อน ๆ วัยไล่เลี่ยกัน 

มันช่างมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

        ธรรมชาติ สอนวิธีการเรียนรู้อย่างธรรมชาติ  เจอน้ำคลอง ก็เรียนรู้วิธีดำผุดดำว่าย  โดยอาศัยตัวเองเป็นครู  ฝึกดำผุดดำว่ายไม่กี่ครั้ง  เพื่อน ๆ ที่วิ่งเล่นด้วยกัน ก็ว่ายน้ำกันเป็นทั้งโขยง.....

 

        ของเล่น ต่าง ๆ ก็อาศัยธรรมชาติมาดัดแปลง  อย่างเช่น  ปืนก้านกล้วย  อีกาฟักไข่ที่ใช้กาบมะพร้าว  ผลลูกยางพารานำมาเล่นหยอดหลุม  ทอยกอง  นำใบไม้มาทำเป็นเรือใบแข่งกันท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน  แค่ผมเขียนวิถีการเล่นลงในบันทึกฉบับนี้ ในสมัยที่ผมเป็นเด็กแล้ว ก็อดยิ้มไม่ได้

 

        เวลาผ่านไป....ผ่านไป   ผมกลับรู้สึกว่า วิถีชีวิตของเด็ก ๆ สมัยที่ผมเคยสัมผัสนั้น  มันหดหายไปไหนหมด  ผมกลับมองไม่เห็น  วิถีชีวิตการเล่นของเด็กไทยแบบเดิม ๆ   คิดกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบว่า....  เกิดอะไรขึ้นกับวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

 

        ร่องรอย....ของอดีตสมัยเด็ก ๆ ที่เคยคิดว่า น่าจะมีอยู่ หรือมีอยู่บ้าง หดหายไปกองอยู่ตรงไหน

อะไร...กลืนกิน  ร่องรอยของอดีตเหล่านั้นไป

 

         เด็ก ๆ วัยซนสมัยนี้ สนุกอยู่กับสิ่งใดหรือ  และสิ่งที่พวกเขาสนุกอยู่นั้น....มันเทียบกับความสุขทางใจกับวัยเด็กสมัยที่ผมเคยเป็นอยู่ได้หรือไม่...........คำตอบมันอยู่ตรงไหน.........

 

         ผมมองกลับมาที่ความเจริญ...ที่เยี่ยมกายเข้ามา  ในหมู่บ้านของผม เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา.......เตารีดชุดนักเรียนที่ใช้ถ่านกะลามะพร้าวรีดผ้า   ถูกเก็บไว้ที่โรงเก็บของข้างบ้าน  ตะเกียงน้ำมันก๊าด และเครื่องปั่นไฟ ที่พ่อซื้อเอาไว้ปั่นไฟช่วงเวลา ที่ลูก ๆ อยากดู ทีวี ในวันหยุดเรียน  ถูกแยกเก็บไว้ที่โรงเก็บของข้างบ้านเช่นกัน

 

          ผมยืนดูบ้านที่ผมเคยอยู่ ที่ทุกวันนี้ผมกลับไม่ได้อยู่  กาลเวลาซื้อสภาพความอิดโรยของบ้านหลังที่ผมเคยอยู่ไป  แต่ร่องรอยของอดีต ยังปรากฏหลงเหลือให้ผมเห็นอยู่บ้าง  โอ่งน้ำใบเก่า ๆ (อายุโอ่งน้ำ น่าจะแก่กว่าผม) ครกตำน้ำพริกของแม่ที่ยังใช้การได้อยู่  ไม่แตกหรือบุบสลายไปกับกาลเวลา สากก็ยังเป็นสาก  ตัวครกก็ยังอยู่อย่างสมบูรณ์

 

........แล้วอะไรเปลี่ยนไป.........

 

          สิ่งแรกที่ผมเห็นโดดเด่นมาแต่ไกล ก่อนถึงตัวบ้านที่ผมเคยอยู่สมัยเด็ก ๆ  จาน....ครับ

         จาน...ใบใหญ่ที่น้องสาวผมซื้อให้พ่อกับแม่ ไว้นั่งดูและเชียร์คนโปรด ที่ปรากฏอยู่บนจอทีวี  โดดเด่นเป็นสง่า อยู่บนหลังคาบ้าน

 

......เสียงเรียกจากโทรศัพท์มือถือ ที่ตั้งอยู่ข้างหัวนอนแม่ ดังขึ้น......เสียงเพลงรอสาย....ดังขึ้น  แม่จับมันขึ้นมา แล้วพูด  "ฮัลโหล   ฮัลโหล......"  แล้วก็ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่  เป็นของขวัญที่พี่สาวคนเป็นครู ซื้อให้แม่ไว้ใช้

 

        กลางบ้าน ปรากฏ...เครื่องเสียง ระบบ ดิจิตอล อย่างดี ที่น้องชายคนที่เป็นศิลปินวาดภาพเหมือน ซื้อให้เป็นของขวัญ เพื่อพ่อจะได้ฟังเพลงโปรดของ สมยศ  ทัศนพันธุ์  "โธ่..เอย  แม่นางนกขมิ้น......"  หรือเพลงดาวลูกไก่ ของ พรภิรมย์  นักร้องคนโปรดของพ่อร้อง ได้บ่อย ๆ เท่าที่ต้องการ

 

         เมื่อเดินเข้าไปในครัว.....โอ!แม่เจ้า....เครื่องไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหาร   ทดแทนเตาถ่านที่แม่เคยใช้อยู่เป็นประจำ  เป็นของฝากของน้องสาวผมคนที่ทำธุรกิจส่วนตัว ซื้อให้เช่นกัน

 รูปพ่อ(คนเพชรบุรี)กับแม่(คนเกาะสมุย) เมื่อครั้งยังหนุ่ม ยังสาว

          อะไรทำให้สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่พ่อกับแม่ เคยใช้ เปลี่ยนแปลงไปถึงเพียงนี้

 

          ผมกำลังเขียนบันทึก....ความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาที่ทำให้วิถีการใช้ชีวิตในวัยเด็กเปลี่ยนไปอยู่.....ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีเลยว่า  ...สิ่งที่ทำให้สิ่งรอบตัวของผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย  ไม่ใช่อื่นใดเสียแล้ว

 

..................เทคโนโลยีสารสนเทศ นั้นเอง.........................

 

        เด็ก ๆ ทุกวันนี้ ดูหมกมุ่น อยู่กับสิ่งนี้มากเกินจำเป็น หรือเปล่า?  อะไรทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่อยากออกมาวิ่งเล่น  หรือทำอะไรสนุก ๆ  กับธรรมชาติ  เหมือนอย่างที่ผมเคยทำมาในอดีต........

 

หรือว่า  ธรรมชาติขาดความเร้าใจ.......ความเร้าใจเปลี่ยนไปหรืออย่างไร  พวกเขาเหล่านั้น นั่งนิ่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมที่เอาปฏิมากรรมทางวิทยาศาสตร์มาประกอบกันเข้า และเรียกสิ่งนั้นว่า  คอมพิวเตอร์

 

            จะทำอย่างไรดี....ถ้าสิ่งที่ทดแทนการเล่นของเด็กและเยาวชน ถูกแทนที่ด้วย ความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ  จะทำอย่างไรดี ถ้าเด็กที่เป็นอนาคตของชาติทุกวันนี้ติดเกมส์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

"เราจะโทษว่า...เป็นความผิดของเด็กหรือไม่"

หรือ

"เราจะโทษว่า เราเลี้ยงดูและสอนลูกไม่ดีเอง  ที่ทำให้ลูกติดเกมส์ หรือไม่"

 

เทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์อนันต์ และมีโทษมหันต์เพียงใด .........ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราทุกคนจะช่วยกัน