8. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
บทสรุป
โลกในปัจจุบันเป็นยุคที่ต้องใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ของบุคลากร ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การ ในการบริหารความสําเร็จนั้น ผู้นำขององค์การจําเป็นต้องขยายผลจากการที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ให้มีความสัมฤทธิ์ผลในทางปฏิบัติ การเพิ่มประสิทธิภาพของงานนั้น มีความจำเป็นในการเพิ่มความกระตือรือร้นด้านการจัดการความความรู้ เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้และเพิ่มพูนสมรรถนะให้กับบุคลากร ที่จะก่อให้เกิดความก้าวหน้าในการดําเนินกิจการไปสู่เป้าหมายร่วมกันขององค์การ สามารถกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพประสิทธิผลขององค์การขึ้นกับความสามารถของบุคลากรในองค์การ ในการเข้าถึงสถานการณ์ แนวคิด เทคนิคการดําเนินงาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ และการเรียนรู้จากประสบการณซึ่งกันและกันภายในองค์การ ผู้นำต้องสร้างตัวเร่งในขับเคลื่อนให้สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันด้วย ซึ่งต้องตระหนักถึงความสําคัญและความจําเป็นของการเรียนรู้ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์การ บุคลากรทุกระดับต้องตระหนักและร่วมมือกันพัฒนาองค์ความรู้ โดยต้องร่วมมือกันเพิ่มศักยภาพความสามารถในการสร้างสรรคอนาคตขององค์การอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสําคัญของการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ เน้นที่ ”คน” หรือ Human capital เป็นหลัก เครื่องมือ อุปกรณ์หรือเทคนิคต่างๆ ตลอดจนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเพียงอรรถประโยชน์ที่จะช่วยเอื้ออํานวยให้วิธีการที่จะนําไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ดําเนินไปได้สะดวกขึ้น และด้านบุคลากรนั้นเน้นที่การมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรง ไม่เน้นผ่านเอกสาร จะเห็นว่าการให้ความสําคัญกับเทคโนโลยีจนหลงลืมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอาจก่อให้เกิดผลเสียได้ “องค์การแห่งการเรียนรู้” เป็นเรื่องที่มีแนวทางหลากหลาย ขณะเดียวกันไม่ได้หมายความว่าเมื่อนํารูปแบบที่ประสบความสําเร็จไปใช้แล้วจะประสบความสําเร็จตามไปด้วย ทั้งนี้เพราะมีปัจจัยแวดล้อมที่จับต้องไม่ได้หลายประการที่แตกต่างกัน ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ ประเด็นสําคัญคือ ต้องทําให้เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ระหว่างบุคลากร จนมีการต่อยอดและสร้างสรรค์ นําไปสู่แนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด (Best Practice) ขององค์การ ความรู้นั้นเป็นทุนทางปัญญา เป็นสินทรัพย์ที่แตกต่างจากสินทรัพย์อื่นๆ คือ ใช้แล้วไม่หมดไป ยิ่งใช้มากก็ยิ่งเพิ่มคุณค่า ยิ่งใช้มากต้นทุนยิ่งถูกลง สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาโดยตรงในระยะเวลาอันสั้น แต่เป็นสิ่งที่จะทําให้เกิดการพัฒนาขึ้นในระยะยาวทั้งในแง่ตัวบุคคลและองค์การ
ข้อเสนอแนะ
การเพิ่มขีดความสามารถให้องค์การ ก้าวไปสู่การเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูงนั้น มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1. องค์การต้องมีผู้บริหารที่มีความพร้อมด้านภาวะผู้นำ (Leadership) และภาวะการนำองค์การ (Organizational Leadership) ซึ่งต้องมีทักษะด้านประมุขศิลป์ในการนำองค์การบรรลุสู่ความสำเร็จ นอกจากคำนึงถึงผลกำไรเป็นสาระสำคัญอันดับหนึ่งของธุรกิจ แต่ดัชนีชี้วัดความสำเร็จอีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาสังคมประกอบไปด้วย
2. องค์การต้องกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และการวางแผนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ โดยต้องกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาองค์การ (Strategy Development) และสร้างแผนงานในการนำกลยุทธ์ต่างๆ แปลงไปสู่การปฏิบัติ (Strategy Deployment)
3. ต้องให้ความสำคัญในการบริการลูกค้า (Customer Focus) การวิเคราะห์ลูกค้าและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด (Customer and Market Knowledge) เพื่อสร้างพร้อมในการแข่งขัน และสร้างนวัตกรรมเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า รวมถึงการสร้างระบบลูกค้าสัมพันธ์เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า (Customer Relationships and Satisfaction)
4. องค์การต้องสร้างระบบการวัด การประเมินผลงานระดับบุคคลและระดับองค์การ (Measurement and Analysis of Organizational Performance) จัดระบบการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมด้านศักยภาพของการทำงาน (Information and Knowledge Management)
5. องค์การต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource Focus) และระบบการทำงาน (Work System) โดยพัฒนาบุคลากร สร้างสรรค์บรรยากาศการทำงานในเชิงบวก สร้างแรงจูงใจในการทำงาน สร้างระบบการเรียนรู้ (Employee Learning and Motivation) สายการบินไทยต้องมีแผนกลยุทธ์ในการสนับสนุนคนเก่ง คนดี และการจัดการขุมทรัพย์ทางปัญญา (Employee Well-Being and Satisfaction)
6. องค์การต้องมีแผนในการปรับปรุงกระบวนการ (Process Management) เพื่อให้มีกระบวนการที่เพิ่มคุณค่าต่อผลิตภัณฑ์ขององค์การ (Value Creation Processes) และกำหนดแผนงานที่สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Support Processes)
7. องค์การต้องสร้างประสิทธิภาพในการบรรลุผลทางธุรกิจ (Business Results) โดยคำนึงถึงผลด้านลูกค้า (Customer-Focused Result) ผลด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ (Product and service Results) ผลด้านการเงินและตลาด (Financial and Market Results) ผลด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Results) ผลด้านประสิทธิผลขององค์การ (Organizational Effectiveness Results) และผลด้านการบริหารจัดการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม (Governance and Social Responsibility Results)
นอกจากนี้ ผู้นำ (Leader) ต้องสร้างให้เกิดการใช้ความรู้จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์การ (Organizational Culture ) บุคลากรสานฝันร่วมกัน จนเห็นประโยชน์ของการสร้างและใช้องค์ความรู้ จนติดเป็นนิสัยและไม่สามารถแยกออกจากชีวิตประจำวันได้ จนกลายเป็นลมหายใจของการจัดการความรู้ที่มีชีวิตชีวา ส่งผลให้ทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง โดยมีวงจรการจัดการความรู้เป็นกลไกที่สำคัญให้เกิดชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) ที่หลากหลาย ส่งผลสุดท้ายก่อให้เกิดองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง (High Performance Organization)
_______________________________________
บรรณานุกรม
พิณลัพธพร นาคสมบูรณ์. การบรรยายความรู้วิชาการจัดการภูมิปัญญาสำหรับผู้นำ
และองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ ของหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต วันที่ 30 พฤศจิกายน 2551.
ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์. องค์การแห่งการเรียนรู้: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ พิมพ์ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ: แซทโฟร์ พริ้นติ้ง, 2551.
สำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. คู่มือการจัดทำแผนการจัดการความรู้. โครงการพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ในส่วนราชการ, 2548.
Argyris, Chris & Schon, Donald A. Organization learning: A theory of Action Perspective. Reading, MA: Addison-Wesley, 1978.
Davenport, Thomas H., and Prusak, Laurence. Working Knowledge: How Organizations
Manage What They Know. Cambridge, MA: Harvard Business school Press, 1997.
Davenport, Thomas H., and Prusak, Laurence. Working Knowledge: How Organizations Manage What They Know. Published by Harvard Business school. Press in hardcover, 1998. In paperback, 2000.
Ducker, Peter F. The Future That Has Already Happened. Harvard Business Review,
Vol. 75, September-October 1997.
Ducker, Peter F., Dyson, Esther., Daffo, Pual., and Senge, Peter M. Looking Ahead:
Implications of the Present. Harvard Business Review, Vol. 75, September-October
1997.
Holbeche, Linda. The High Performance Organization; Creating dynamic stability and
sustainable success. Roffey Park Management Institute, 2005.
Honeycutt, Jerry. Knowledge Management Strategy. Redmond, W.A.: Microsoft.
Marquardt, Michael J. Building the Learning Organization. Palo Alto, CA: Davies-Black, 1996.
Nonaka, Ikujiro and Takeuchi, Hirotaka. The Knowledge Creating Company:
How Japanese Companies Create The Dynamics of Innovation. New York: Oxford
University Press, 1995.
Nonaka, Ikujiro and Takeuchi, Hirotaka. Hitotsubachi on knowledge Management. Singapoer: John Wiley & Sons (Asia), 2004.
Senge, Peter M. The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization.
Published in hardcover by Currency Doubleday, a division of Bantam Doubleday Dell
Publishing Group, Inc. 1st edition-1990, Paperback edition-1994.
__________________________________________
ท่านพี่ Chatchy สุดยอดจริงๆ ค่ะ
ขอคารวะท่าน 1 จอกจ้า