...
เปิดเทอม...ฝนตก... รถติด
...มีเวลาอยู่บนรถ บนถนน กว่าสองชั่วโมง
หลายครั้งทำให้เรา "ไร้ความรู้สึก รู้สา" กับสิ่งรอบๆ ตัว
ดุจไร้ชีวิต ไร้จิตใจต่อภาพที่ปรากฏ
จริงๆ แล้ว ทุกอย่างล้วนมีเรื่องราว...หากไม่มองผ่านเลยไป
ลุกขึ้นมาทำ สิ่งที่ไม่เคยทำ อีกสักอย่าง
ฉายภาพ “ชีวิตใน...ป่าเมือง”
ในแง่มุมของคนอาศัยเมือง...มาเนิ่นนาน...จนชิน
...
ชีวิตในป่าเมือง

"ฟ้าเมือง"...ฟ้าไม่ใส แต่ ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน

เส้นสาย...สายเส้น นับร้อยๆ เป็นดุจ "เส้นเลือดของเมือง”

ป่าเมือง...ไม่มี “ต้นไม้” น้อยใหญ่ ...มีแต่ “ตึกระฟ้า” มากมาย...

"ต้นไม้เมือง" ...ตึกรามสูงใหญ่...ประดิษฐ์กรรมแห่งยุคสมัยของสังคม

"ต้นไม้เมือง" ....หลายหลากรูปทรง

"ต้นไม้เมือง" ... สีสรร ลวดลาย แต่งแต้มตามใจ

"ต้นไม้เมือง"...ออก ดอกใบ ได้ตามจินตนาการ

ต้นไม้ต้นนี้...เพิ่งปลูก... ยังสร้างไม่เสร็จ

ต้นนี้...ชื่อ "ต้นสิงห์ ทรงกลม" สูงเสียดฟ้า

ต้นนี้ ชื่อ... "ต้นสิงห์ ทรงเหลี่ยม" ปลูกอยู่บนถนนทรงค่า

"อนาคอนด้า...ประจำเมือง" ทางด่วนนานาสาย...พันเลื้อยดุจงูใหญ่

"หนอนรถด่วน"...รถไฟฟ้า วิ่งวนเวียน ส่งเสริมความเร่งรีบของคนเมือง

นี่ก็...หนอนรถด่วน...อีกสาย สวนทางมา

"นาเมือง"...ไม่ใช่ท้องนา แต่เป็น "ท้องถนน" มี รถรา ขึ้นเต็มไปหมด
นักซิ่ง...อีกหนึ่งสายพันธุ์...ที่ขึ้นเป็นแถว เป็นแนว ในท้องนาเมือง

"ชีวิตในป่าเมือง"...แม้ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ก็ต้องออกไปทำมาหากิน

"ชีวิตในป่าเมือง"...ต่างสายพันธุ์ แต่อยู่ในป่าเดียวกัน

"ไอ้มดแดง" อีกหนึ่งรสชาติของชีวิต...ในป่าเมือง.
.....
บันทึกโดย : pis.ratana
สถานที่ : เมืองกรุงฯ
วันบันทึก : 13-14 พค.52
แต่ความ "งดงาม" ของป่าเมืองก็พอจะมีให้เห็นอยู่บ้างนะครับ...
ขอบคุณครับผม...
ความทรมานผมหมดไปจากที่นี่นับได้ 19 ปี ... ผมตัดสินใจแบกเสื่อหมอนไป ออกจากเมืองที่มีแต่ตึกระฟ้า ถนนระดิน มีแต่หินกับปูน ... เงินทองอันมากมายไม่ใช่สิ่งที่ผมเลือก ... ผมเลือก "ความสุข" จากต้นไม้ใบหญ้าป่าเขียว ลำเหมือง น้ำแม่ต่าง ๆ ... ผมพอใจแค่นี้
ขอบคุณเรื่องราวและภาพถ่ายที่ทำให้ได้มีโอกาสระลึกถึงอีกครา :)
จากอีกหนึ่งคนเมือง
เคยตั้งคำถามในใจค่ะ...ขณะเอียงคอมอง "ต้นไม้เมือง"
ต้นไม้ที่ยืนเบียดกันอยู่เคยคุยกันไหม?
ต้นก้ามปูเก่าแก่หน้าบ้านหลังใหญ่สองต้นนั้น "คุยกันหนุงหนิง"
บางทียังแอบเห็นว่าจับไม้จับมือกันด้วย
น่าจะเป็นการ "แลกเปลี่ยน" หรือ "แบ่งถ่าย"
"สร้างกัลยาณมิตรระหว่างทางค่ะ"
ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนค่ะ
สวัสดีค่ะ
แต่ความ "งดงาม" ของป่าเมืองก็พอจะมีให้เห็นอยู่บ้างนะครับ...
ป่าเมือง...ที่คุณนำมาฝากงดงามมากค่ะ
แต่สงสัย...คนตื่นสาย ไม่ได้เห็นกระมัง
ขอบคุณค่ะสำหรับมุมมองชีวิตที่แตกต่าง.
สวัสดีค่ะ
ความทรมานผมหมดไปจากที่นี่นับได้ 19 ปี ... ผมตัดสินใจแบกเสื่อหมอนไป ออกจากเมืองที่มีแต่ตึกระฟ้า ถนนระดิน มีแต่หินกับปูน ... เงินทองอันมากมายไม่ใช่สิ่งที่ผมเลือก ... ผมเลือก "ความสุข" จากต้นไม้ใบหญ้าป่าเขียว ลำเหมือง น้ำแม่ต่าง ๆ ... ผมพอใจแค่นี้
ขอบคุณเรื่องราวและภาพถ่ายที่ทำให้ได้มีโอกาสระลึกถึงอีกครา :)
ยินดีด้วยค่ะ...กับ การพ้นทุกข์จากเมืองกรุงฯ
คุณwas เลือก ความสุข ที่มีคุณค่ายิ่งแล้วค่ะ
แต่ยังมี "คนมีกรรม" อยู่อีกเยอะในเมืองใหญ่
ขอบคุณค่ะที่เข้ามาระลึกความหลัง.
หนูได้แก้ไขข้อมูลที่บล็อกของหนูค่ะ
http://gotoknow.org/blog/berger0123/260738
รูปท่านพ่อเฟื่อง อยู่วัดธรรมสถิตย์ จ.ระยอง
ศาลนาจา ที่ลักษณะเมืองวัดเมืองจีน อยู่อ่างศิลา จ.ชลบุรี ใกล้บางแสน ค่ะถ้าว่างลองไปเที่ยวดูนะค่ะ
ต้องขออภัยค่ะที่ให้ข้อมูลผิด เพราะไปสองจังหวัดที่อยู่ติดกันค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณขาจร
ขอบคุณที่แวะมา.
ชยพร แอคะรัจน์
สวัสดีค่ะ
มาขอบคุณที่ไปเยือน.....
ภาพสวยและสะท้อนได้ดีมากเลยครับ
ขอบคุณที่แวะมารับรู้ความอึดอัดของคนเมืองค่ะ.
ป่ากับเมืองมีคุณค่าเท่ากัน..อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ถ้าใจเราสงบ...อยู่ในป่าไม่ต้องกลัวเสือเพราะเสือไม่มี..อยู่ในเมืองต้องกลัวเสือเพราะเคราะห์หามยามร้ายอาจจะเจอเสือโดยไม่รู้ตัว..๕๕๕๖
สวัสดีค่ะ
เคยตั้งคำถามในใจค่ะ...ขณะเอียงคอมอง "ต้นไม้เมือง"
ต้นไม้ที่ยืนเบียดกันอยู่เคยคุยกันไหม?
ถ้าต้นไม้เมือง คุยกัน คงไม่พ้นเรื่อง ฝนตก รถติด และเห็นจนชินตา เช่นเดียวกับมนุษย์เมือง.
ขอบคุณค่ะ.
สวัสดีค่ะ ยายธี
ป่ากับเมืองมีคุณค่าเท่ากัน..อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ถ้าใจเราสงบ...อยู่ในป่าไม่ต้องกลัวเสือเพราะเสือไม่มี..อยู่ในเมืองต้องกลัวเสือเพราะเคราะห์หามยามร้ายอาจจะเจอเสือโดยไม่รู้ตัว..๕๕๕๖