จริงแล้วตั้งใจจะใช้เชื่อบันทึกว่า "ชีวิตและจักรวาล" เพราะนั่นคือ ชื่อหนังสือที่ได้เขียนไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว และได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วในประวัติ แต่ด้วยเหตุที่จำระหัสผ่านเดิมไม่ได้ พอสร้างบันทึกใหม่ เครื่องก็ไม่ยอมให้ใช้ชื่อบันทึกเดิม

          อาจจะเป็นเพราะเส้นทางนี้ได้ขีดไว้แล้วว่า "เรื่องชีวิตและจักรวาล" หากใครสนใจควรหาอ่านเองจากหนังสือที่เขียนไว้แล้ว และที่จะกล่าวถึงเพื่อเป็นพื้นฐานในการนำเสนอแนวคิดครั้งนี้ แต่เป้าหมายใหญ่ผู้บัญชาจักรวาลคงอยากให้ผมเขียนเกี่ยวกับ "ที่สุดของชีวิต" มากกว่า ด้วยอาจจะมองเห็นว่านี่โลกและจักรวาลเสียเวลามากเกินไปแล้วที่จะพูดเรื่องขีวิตและจักรวาล แต่ควรจะรีบพูดกันถึงว่า "ที่สุดชีวิตนี้จะเอาอย่างไร" เราจะมัวทำมาหากิน สนุกสนาน แข่งขันความสามารถทางโลกไปวันๆ คงสายเกินแก้แล้ว ควรจะได้คุยกันเรื่อง "ที่สุดแล้วชีวิตจะเอาอย่างไร" จะดีกว่า ดังนั้นจึงขอเรื่องนี้ไว้ด้วยข้อสังเกตเพื่อการคิดต่อ และช่วยกันหาคำตอบดังนี้

           ถามว่า "ท่านเคยสังสัยไมว่าทำไมคนเราจึงเกิดมาในโลก และเป็นสิ่งที่มีศักยภาพหลายด้านเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น แต่คนกลับใช้ความสามารถของตนเพื่อความสุขในโลกปัจจุบันไปวัน ๆ โดยการแข่งความรู้ ความสามารถ คิดเครื่องยนต์เหาะได้ สร้างคอมพิวเตอร์คิดแทนคน หมอสามารถรักษาคนได้มากขึ้น ยีดอายุให้ยาวขึ้น โดยเฉพาะคนมีเงิน แต่ในที่สุด ทุกคนก็ต้องตายกันหมด  แล้วการมีอาชีพเพื่อกินเพื่ออยู่ไปวันๆ แม้จะมีบางคนรวยกว่าคนอื่นก็ช่างเถอะ แต่ทุกคนก็เดินทางไปสู่วันตายด้วยกันทั้งสิ้น" จึงน่าต้องช่วยกันคิดว่า "จริงๆ แล้วการที่มีคนในโลกคงต้องมีความหมายมากกว่าการมีสิ่งที่มีชีวิตอีกประเภทหนึ่งขึ้นมา แต่แล้วไม่ว่าแบคทีเรีย หรือหนอน หรือคน ในที่สุดก็ต้องมีค่าเท่ากัน คือตายเหมือนกัน ไม่น่าจะใช่"

           คำถามที่ต้องหาคำตอบคือ "ที่สุดของชีวิตคืออะไรกันแน่"

                                    สมาน อัศวภูมิ