ขณะนั่งตรวจผลการสอบวัดความรู้ของผู้เรียนที่ไม่มาดำเนินการตามกำหนดการเฉกเช่นเพื่อนๆเขา ซึ่งอาจมีสาเหตุบางประการที่ไม่อาจจะมาตามกำหนดได้ ปรากฏการณ์แบบนี้ เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก คำนี้ผุดขึ้นมา "เรียนหนังสือเหมือนกับซื้อหวย..ให้เกรดเหมือนกำลังหัดนั่งภาวนา" ช่วงหลังจึงไม่มีคำถามใดๆ ว่าทำไมไม่มาตามกำหนด แน่นอนว่า ทุกคนย่อมมีเหตุผล
เรียนหนังสือเหมือนกับซื้อหวย เป็นอย่างไร หากใครที่ชอบซื้อหวยก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี เรียนหนังสือโดยไม่อ่าน ไม่ใส่ใจเนื้อหาจากหนังสือ เมื่อถึงคราวสอบวัดความรู้ จึงไปสอบพร้อมด้วยปากกาเพียงด้ามเดียว ผลของการวัดความรู้ด้วยคะแนนตามสังคมนิยม จึงออกมาอย่างที่ผู้อยู่ในวงการศึกษาห้องท้ายๆน่าจะเข้าใจดี ก็ไม่ชอบอ่านความรู้จากหนังสือ จะให้ทำอย่างไรล่ะ พรบ.การศึกษา จึงมี "การศึกษาตามอัธยาศัย" ส่วนรูปแบบเป็นประการใด คงต้องทำความเข้าใจกันอีกคราวหนึ่ง แน่นอนว่า การตีความสิ่งที่เห็น คนที่เอนเองย่อมตีความเข้าข้างตนเป็นธรรมดา เรียนหนังสือเหมือนกับซื้อหวย ถ้าไม่ถูกก็แล้วไป ถ้าถูกก็ถือว่าโชคดีที่ได้ผ่านในวิชานั้นๆ เพราะเป้าหมายคือ "ผ่าน" อาจจะเป็นเดินผ่าน เหมือนกับ เดินผ่านน้ำ และบอกว่า อาบน้ำแล้ว
ให้เกรดเหมือนกำลังหัดนั่งภาวนา อันที่จริงไม่ต้องการใช้คำว่า "ภาวนา" นัก เพราะคำนี้มีเป้าหมายในเชิงคุณค่า เป็นสิ่งดีงามที่จะพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้น เหมือนกับ "มัชฌิมา" ที่นักการเมืองนำไปใช้ให้เข้าใจเป้าหมายบางอย่างของกลุ่ม แต่ไม่ใช่เป้าหมายของมัชฌิมา
ให้เกรดเหมือนกำลังหัดนั่งภาวนา หมายถึง "การหลับตาให้" ผู้อยู่ในวงการศึกษาหลายคนเป็นอย่างนั้น คำหนึ่งที่อ้างคือ "สงสารเขา" ก็น่าสงสารอยู่ เพราะความสงสารเด็กแบบไม่อยากลำบากหรือเหนื่อยยากของครูนี่เอง ที่ทำให้ผู้เรียนต้องลำบากในชั้นที่สูงๆขึ้น อันว่า "สงสาร" นั้น หากสงสารจริง เราต้องมีความพยายามให้สูงที่จะให้เข้าได้รู้ เข้าใจ ในวิชาที่รับผิดชอบเทียบเท่าผู้อื่น เพื่อส่งเขาขึ้นสู่การศึกษาชั้นสูงต่อไป ที่ผ่านมามีคำหนึ่งคือ "ปฏิรูปการศึกษา" คำนี้ น่าพิจารณาปรากฏการณ์สังคมไทย
ถ้าเราให้เกรดเหมือนประมาณ หรือ เดารูปการณ์ ก็น่าสงสารคนที่เขาตั้งใจเรียน เหมือนกับน้องผู้ช่วยพยาบาลท่านหนึ่งพูดให้ฟัง เรียนแทบตาย แต่เกรดได้ไม่เท่ากลุ่มเพื่อนที่เอาอาจารย์ไปเลี้ยง ผมคิดว่า เราน่าจะเดาบรรยากาศได้ดี กับการที่นักศึกษาต้องการตอบแทนคุณ (หรือไม่ก็ไม่รู้) ของอาจารย์ น้องคนนี้ ทำงานในโรงพยาบาล แต่เอาเวลาส่วนหนึ่งไปเรียนในสาขาอื่นที่ไม่ใช่พยาบาล หากใครเป็นพยาบาลน่าจะเข้าใจว่า เวลาที่มี มีอยู่เพียงใด นั่นแสดงว่า เงินแต่ละบาทที่ลงทะเบียน คือหยาดเหงื่อของผู้เรียนทีเดียว ที่ไม่ใช่งบประมาณหรือทุนการศึกษาจากหน่วยงานของรัฐ
นั่นก็แสดง เรียนหนังสือเหมือนกับซื้อหวย และให้เกรดเหมือนกับกำลังหัดนั่งภาวนา...นั้นไม่ได้