วันนี้นั่งทบทวนกับเรื่องราวของตัวเองกับทิศทางในหลายเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ทำให้ต้องฉุกคิด คือ ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ผมล้มเหลวก็ว่าได้ในการเริ่มต้นของการเขียนหนังสือ ตามความตั้งใจเดิมของตัวเองที่จะเขียนหนังสือให้ได้ปีละ ๑ เล่มหลังจากปีที่แล้วที่ใช้ความพยายามจนได้รับความเมตตา(อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ตีพิมพ์ออกมาได้เป็นรูปเล่มแม้อาจไม่สมบูรณ์แต่ก็พอใจครับสำหรับหนังสือที่เป็นทางการเล่มแรก (หากไม่นับความเป็นทางการถือเป็นผลงานรวมเล่มชิ้นที่ ๓ แล้วครับ อิอิ)
ณ วันนี้งานเขียนแค่เรื่องแรกที่จะรวมเล่มครั้งที่ ๒ ก็ยังไม่ได้เริ่มเลยครับ ฮือๆๆน่าเศ้รามากครับ แต่อินชาอัลลอฮฺครับจะพยายามหาเวลา (ที่สูญหายไปกับงานเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ไปรับมา อิอิ กลับคืนมาครับ) เพราะว่ามิอย่างนั้นแล้วผมจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราหวังจะเป็นเพียงความฝันที่จับต้องไม่ได้ครับ
ยอมรับครับว่าปีนี้มีงานเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวว่าจะเยอะขนาดนี้ครับทั้งเป็นวิทยากร บรรยาย ที่ปรึกษา ตามงานต่างๆ ล่าสุดเมื่อวานครับกลับมาจากเยี่ยมอาเยาะฮฺซึ่งป่วยเป็นเบาหวานมานาน จากนครฯพอมาถึงปั๊บก็ต้องเดินทางไปประชุมที่ ร.ร.นูรุลอิสลามภูมีวิทยา (ปอเนาะภูมี ปอเนาะเก่าแก่ ของ อ.ยะหริ่ง ปอเนาะนึง) ต่อเลยครับเพราะผู้จัดการ ร.ร.ซึ่งเป็นผู้บริหาร ร.ร. ที่นับได้ว่าีมีอายุน้อยที่สุดก็ว่าได้เพราะอายุเพียง ๒๗ ปีแค่นั้นเองครับ อิอิ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ ม.อ.ปัตตานีครับ สมัยเรียนปริญญาตรี นัดประชุมเพื่อวางกรอบทิศทางสู่การพัฒนาในวาระย่างเข้าสู่ปีที่ ๓ สำหรับการเปิดทำการเรียนการสอนสายสามัญ ผมเองได้รับเกียรติจากปอเนาะแห่งนี้เป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ปีแรก (พูดเหมือนนานเลย ก็เพิ่งปิดมาได้ย่างปีที่ ๓ เอง ง่ายๆ ๒ ปีที่แล้ว อิอิ) ให้เป็นผู้วางหลักสูตรและวางตัวผู้สอนใน ร.ร. แห่งนี้เพราะคอนเซปของ ร.ร. คือ คงความเป็นปอเนาะแม้จะเปิดสายสามัญเพิ่มก็ตาม ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺครับ จากการเริ่มเปิดประเด็นของครูผู้สอนเมื่อวานทำให้ผมมองเห็นปัญหาและความเป็นไปได้ (วัลลอฮฺอะลัม) สำหรับทิศทางในการพัฒนาครับ เลยร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ครูผู้สอนในฐานะผู้เริ่มก่อตั้งการเปิดเรียนสามัญ ณ ร.ร.แห่งนี้ ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺครับที่ครูหลายท่านมองภาพออกมาขึ้นถึงภารกิจและแนวทางแก้ไขสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านๆมา (ไปแบบไม่ทันตั้งตัวเจอประเด็นปัญหาเข้า...อิอิ ดีว่าเป็นประเภทชอบฟังแล้วค่อยสวนไป ไม่ใช่ประเภทพูดน้อยต่อยหนักนะครับท่าน)

ข้อมูลอ้างอิงภาพปอเนาะจาก http://www.southhsri.psu.ac.th/file/school/20316/20316-019.jpg
ตกค่ำได้รับข้อความจากผู้บริหาร ร.ร. ขอบคุณที่ทำให้เกิดภาพและสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดีวันนี้ ผมมองว่าหลายครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้คุยกัน หรือ ไม่ก็คุยกันน้อยไปเลยทำให้ภาพที่วาดไว้ไปกันคนละทิศละทาง
เอาแล้วเรา...ว่าจะเขียนเรื่องราวตัวเองดั๊นไปออกเรื่องชาวบ้านอีก อิอิ (หรือว่านี่แหละชีวิตเรา)
สิ่งสำคัญมากที่สุด คือ เป็นห่วงเรื่องเรียนครับเพราะตอนนี้อยาก(หาเวลา)ทำวิทยานิพนธ์ บ้างครับเพราะไม่อยากทิ้งไว้นานครับ แต่พอดูภารงาน (คาบสอน) แล้วเทอมหน้าแม้จะมีอาจารย์มาช่วยอีกท่าน (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ก็คงจะไม่เพียงพอสำหรับคาบสอนที่มากเกินอยู่ครับ อิอิ ช่วยประชาสัมพันธ์หน่อยนะครับใครที่พอจะรู้จักครูสอนภาษาไทยที่สนใจทำงานในพื้นที่(สามจังหวัดชายแดนภาคใต้) ครับ
มาเป็นกำลังใจทั้งเรื่องเรียนและเรื่องคนอื่นที่ดี ๆ นะครับ คนมีความคิด ความสามารถมักจะต้องเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือครับ ถ้าสังคมไทยมีคนแบบนี้เยอะ ๆ ก็จะมีการพัฒนาไปสู่ประเทศที่มั่นคงอย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณมากครับ
สำหรับกำลังใจและข้อคิดเห็นที่เป็นดั่งพลังที่จะขับเคลื่อนไปอีกมิตินึงครับ การพัฒนาของประเทศคงไม่ใช่คนใดคนนึงที่จะทำได้แต่เราทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ เท่าที่เราจะมีกำลังครับ
รับสลามครับ...ขอบคุณมากครับอาจารย์
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
อัลฮัมดุลิลละฮฺครับสำหรับหลายๆเรื่องๆ และแง่คิดในอีกหลายๆแง่มุมครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนครับ
แม้หนังสือเล่มที่สองจะยังไม่ได้เริ่ม...
แต่เราก็ได้ใช้เวลาทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคมตั้งเยอะนะครับ...
ประสบการณ์เหล่านี้ย่อมเป็นประโยขน์ต่องานเขียนของเรานะครับ...
รออ่านหนังสือเล่มที่สองอยู่นะครับ...
ขอบคุณมากครับบัง