ตลาดสดส่วนมากเน้นการขายอาหารมากกว่าอย่างอื่น สังเกตดูจะพบระดับของคนขายคือพ่อค้าแม่ค้า บางส่วนจะขายบนโต๊ะที่จัดไว้ บางส่วนจะขายบนแผง บนรถเข็น และบางส่วนจะนั่งขายอยู่กับพื้นแบบนั่งยอง ๆ มีกระจาด หรือตะกร้าใส่ของมาวางขาย ฉันนึกขำเสมอเมื่อไปตลาดสด ทันทีที่ฉันเดินผ่านหรือคนอื่น ๆเดินผ่านแม่ค้าจะร้องเรียกให้ช่วยซื้อของ "ถ้าซื้อทุกเจ้าต้องเอาเงินมาวันละหลายหมื่นหรือเป็นแสน ๆ ใครเรียกซื้อก็ไม่ปฏิเสธ" ฉันได้แต่ยิ้มและบอกว่า "วันนี้ยังค่ะ รอเที่ยวหน้านะคะ" แม่ค้าบางคนก็พอใจ บางคนก็หงุดหงิดและด่าว่าตามหลังให้ได้ยินก็เคย สิ่งที่ฉันพบเสมอคือ การชั่งสิ่งของ แม่ค้ามักจะไม่ให้ความยุติธรรม บางครั้งนึกอยากขอความยุติธรรมจากแม่ค้าบ้าง แต่เมื่อใคร่ครวญแล้วเห็นว่า เป็นความเสียหายไม่กี่มากน้อย ปล่อยเขาไป เขาอาจจะมีความรับผิดชอบลูก หรือคนในครอบครัว เรามีโอกาสดีกว่าเขา มีเงินเดือนที่มั่นคง นอกจากนั้นยังพบว่า แม่ค้าพยายามนำเลือดหมูหรือเลือดปลาแบบสด ๆ มาทาบนเนื้อปลาให้รู้สึกว่ามีสีแดงและดูสดอยู่เสมอ และอีกเจ้าหนึ่งทำได้น่ารักมาก พยายามใช้กรรไกรตัดใบผักกาด ใบคะน้า ให้เป็นรู ๆ ดูเหมือนว่าเป็นผักปลอดสารพิษ ถูกแมลงกัด ที่เกี่ยวกับบันทึกก็คือ ฉันได้พบมีคุณยายท่านหนึ่งถามดูว่าอายุ ๗๑ ปี นั่งขายมะไฟในกระจาด พวงละประมาณ ๑ กิโลกรัม ราคาพวงละ ๕ บาท คุณยายชวนฉันซื้อ แต่ฉันเสียใจมาก เพราะเงินหมด "ตามปกติฉันจะไม่พกเงินเกินที่จะจับจ่ายซื้อของ" วันนั้นเตรียมไปซื้อปลาสดและมะนาวเท่านั้น ฉันบอกคุณยายว่า "คุณยายขาเงินหนูหมดแล้วค่ะ" แต่คุณยายมีน้ำใจดีส่งมะไฟให้ฉัน ๑ พวงให้ไปลองชิมดูว่าหวานอร่อย คราวหน้าจะได้มาซื้อจากคุณยายอีก ฉันไม่กล้ารับได้แต่หยิบชิม ๑ ลูก ฉันเดินกลับไปที่รถ ควานหาตังค์ โชคดีได้เหรียญส่วนมากเป็นเหรียญสลึงและเหรียญ ๕๐ สตางค์ รวมเป็น ๑๐ บาท คุณยายหรือแม่ค้าคนไหนก็คงรับไม่ได้กับเหรียญเหล่านี้ (ผู้ดีเขาเรียกว่าเศษเงินแต่ฉันไม่เรียกเช่นนั้น) ฉันจึงขับรถไปที่ร้านสะดวกซื้อ 711 เพื่อขอแลกเงินเป็นเหรียญบาทหรือเหรียญอะไรก็ได้ น้องพนักงานคนสวยวัยสาวจะมองฉันตั้งศีรษะจรดมือจรดเท้าและดูถูกว่าเป็นคนยากคนจนก็ไม่เป็นไร และเธอให้เหรียญ ๑๐ บาทฉันมา ฉันกลับไปหาคุณยายอีกครั้งช่วยซื้อมะไฟของคุณยายด้วยความเต็มใจ และช่วยคุณยายขาย เรียกคนช่วยซื้อ คนที่ผ่านมาซื้อก็บังเอิญเป็นคนรู้จักกันคุ้นเคย ทำให้มะไฟของคุณยายขายได้หมดเกลี้ยง วันนี้คุณยายมีมะไฟมาขายเพียง ๓๐ พวง ๆ ละ ๑ กิโลกรัมจริง ๆ รวมคุณยายขายได้ ๑๕๐ บาท ค่ารถไปกลับจากไร่มาตลาดอีก ๔๐ บาท คุณยายเหลือเงินซื้อของฝากคุณตาเพียง ๑๑๐ บาท ถ้าวันไหนคุณยายเจ็บป่วย ไม่ได้มาขายของ หรือขายไม่ได้ ขายไม่หมด ก็อดเป็นทุกข์แทนคุณยายและคุณตาที่รออยู่ ฉันกลับมาเปรียบเทียบกับเด็ก ๆ ในซอยที่ทานไอศครีม ๒ คนพี่น้องครั้งละ ๑๒๐ บาทมากกว่ารายได้ของคุณยาย ถ้านับรวมขนมอื่น ๆ อีกมากกว่านี้ แบบนี้เรียกว่าเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกแบบหนึ่งได้ไหม หรือท่านผู้อ่านอาจจะบอกว่า "คุณยายอยู่แบบพอเพียง" เก็บเล็กผสมน้อยก็ตาม แต่ด้วยวัยของคุณยายและฐานะของคนที่อยู่ดีกินดี..ทำให้ชวนคิด
สวัสดีคะ ครูคิม
ดีใจจังเลยที่ได้อ่านสิ่งดีดีที่ครูคิมนำมาเล่าสู่กันฟัง
สวัสดีค่ะkru-fi
สวัสดีครับเกลอ
พวกเราเรียกมันว่าความเหลื่อมล้ำทางการเกษตรครับ
ปลูกผักบุ้งหนึ่งแปลงใช้เวลาหนึ่งเดือนเก็บผักไปขาย พอซื้อยาสีฟันหลอดใหญ่ได้หลอดเดียว ดังนั้นจึงชวน
วันนี้อยู่บ้านทบทวนโครงร่างส่งอาจารย์ครับเกลอขอกำลังใจให้สวสยสย. ครับ
พี่คิมขา
บางครั้งเราก็หลงใหลวัตถุ...จ่ายมาก...ก็ต้องหามาก
บางครั้งเรื่องราว และประสบการณ์หลายเรื่องช่วยกระตุกต่อมคิด
ทำให้ปรับวิถีชีวิตและความคิดให้สมดุลกันได้...
ว่าแต่ว่า...คนรุ่นเราคงต้องปลูกฝัง และกระตุกต่อมให้ลูกๆ หลานๆ ใช้ชีวิตอย่างสมดุล
ต่อไป
เขียนบันทึกดีดี ให้อ่านอีกนะคะ
ขอบพระคุณมากครับครูคิม
สำหรับ...
อบอุ่น... จาก การเล่าสู่กันถึงอีกมุมมองหนึ่งที่อบอุ่น
อาบ... ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยคุณยายอย่างเต็มใจ
อิ่ม... ด้วยมุมมองของความพอเพียง และ เท่าเทียมแบบไทยๆ
ในยุคอาหารจานด่วนเต็มเมืองครับ
ห.ม.อ.สุ.ข.
แบ่งปันให้กัน ผ่านมิตรภาพ
สวัสดีค่ะครูคิม...
เห็นด้วยค่ะแม่ค้า...บางครั้งเอาหัวปลาที่แพงๆมาโชว์
แล้วบอกว่าเป็นปลานี่แหละ...
ความสุข...ที่มีให้ทำได้ทุกที่...ดีใจที่คุณยายขายมะไฟได้...
สวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ครูคิมที่มาช่วยสานฝันให้น้องๆ นะคะ
ยินดีด้วยกับรางวัลสุดคะนึงค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะkru-fi
สวัสดีคะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะน้องตูนสิริพร ทิวะสิงห์ tuk-a-toon
สวัสดีดค่ะคุณหมอห.ม.อ.สุ.ข.
สวัสดีค่ะเดียว สุนันทา
สวัสดีค่ะน้องเอื้องแซะ
สวัสดีค่ะน้องชายเบดูอิน
เคยมีประสบการณ์คล้ายกันนี้ ที่วัดแห่งหนึ่ง และได้ซื้อกล้วยไข่ คุณยายคนหนึ่ง ไป 5 หวี แจกกันทั่วค่ะ ด้วยความอยากซื้อ อยากให้คุณยายขายของหมด และกลับบ้านไปพักผ่อนเร็วๆค่ะ