องค์กรจะพัฒนาได้ด้วยคน ขณะเดียวกันก็พังเพราะคน !!!

นับจากปี 2537-2538 ที่ดิฉันได้เริ่มเข้ามาทำงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร อายุยังไม่มาก ในขณะนั้นมองไปทางไหน ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ใหญ่ที่มีอาวุโสกว่า องค์กรยังมีบุคลากรน้อย ผู้บริหารระดับกลาง(หัวหน้า) มีไม่กี่คน เพื่อนร่วมงานในระดับเดียวกันล้วนเข้ามาเริ่มต้นใหม่ไล่ๆกัน  .... จำได้ว่าจากความที่ใหม่ทั้งประสบการณ์และอ่อนวัย แต่ได้รับการสั่งสอน ถ่ายทอดจากบรรณารักษ์ที่เป็นหัวหน้า ทำให้ส่งผลถึงวันนี้  และจากโอกาสที่ผู้บริหารในยุคนั้นยื่นให้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์กร โยกย้ายสายงาน ทำให้ได้รับผิดชอบหน้าที่หนักขึ้น ทั้งการเป็นหัวหน้าฝ่าย ได้ไปเข้าร่วมประชุม สัมมนา อบรมที่ต่างๆ บ่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกปีๆ

      มองภาพกลับไป 10 กว่าปี ผลพวงสิ่งเหล่านั้น ทำให้ตัวเองมองเห็นถึงว่า " การพัฒนาคน มันต้องใช้เวลาสั่งสม...  อาจจะช้าบ้าง และไม่เห็นผลเร็ว แต่วันหนึ่งมันจะเห็น "   ฉะนั้น การเริ่มพัฒนาคน เสียตั้งแต่วันนี้ ยังไม่สาย...

      แต่หากมองสภาพปัจจุบันของหน่วยงาน บุคลากรเพิ่มขึ้นมาก จาก 20-30 เป็น 50 กว่าคน จากเมื่อก่อนที่เราเป็น " รุ่นน้อง" กลับกลายเป็น " พี่อาวุโส "  เด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามามากหน้าหลายตา แต่ส่วนใหญ่ระดับวิชาชีพที่สำคัญต่อหน่วยงานยังไม่เพิ่มขึ้นเท่าไรนัก นั่นเป็นเพราะยังไม่เคยมีการวางแผนการพัฒนาบุคลากร  ว่าจะเพิ่มบุคลากรตำแหน่งที่จำเป็นในอัตราเท่าไหร่ ในอีก 2-3 ปี หรือระยะยาว 5-10 ปี และจะพัฒนาคนรุ่นหลังๆ ขึ้นมาทดแทนบุคลากรระดับหัวหน้าหรือระดับมันสมองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างไร

     ดิฉันมองเห็นภาพในอนาคตไม่ออก ตราบใดที่ Generation รุ่นถัดๆไป ยังไม่ถูกพัฒนา  ผู้บริหารควรเห็นความสำคัญจุดนี้ มากกว่าการส่งเสริมแค่เงินเดือนค่าจ้าง โบนัส ปรับตำแหน่งและระดับ แต่ไม่มอบหมายงานที่รับผิดชอบมากขึ้นและยากขึ้นให้เหมาะสมกับสิ่งที่ได้รับ

     "งานหนัก อุปสรรคและปัญหา"  เป็นสิ่งทำให้เราเก่งขึ้น และทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น คนทำงานรุ่นใหม่ๆ จึงไม่ควรคิดแต่เพียง " อยากทำงานสบาย ง่ายๆ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก ... ยังไงก็มีคนอื่นทำงานให้เอง "  ถ้าคิดเพียงนี้ ไม่ว่าหน่วยงานไหน คงไปไม่รอด ...