Handy
นาย พินิจ พันธ์ชื่น

ผมเป็น "ชนกลุ่มน้อย" ครับท่าน !


ชีวิตเรา น่าจะเป็น สื่อการเรียนรู้ ให้ใครต่อใครได้มาก ... ผมแจ้งกับพี่ชายว่าไม่เอาแล้ว เกียรตินิยม

    ผมชอบติดตามอ่านบันทึกชุด ชีวิตที่พอเพียง ของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์มาก  ความจริงอ่านแทบทุกเรื่องของท่านเท่าที่มีโอกาส  เพราะให้แง่คิดหลายมุมมากเสมอ  อ่านๆไปทำให้นึกถึงที่ตัวเองเคยคิดมานานแล้วว่า ชีวิตเรา น่าจะเป็น สื่อการเรียนรู้ ให้ใครต่อใครได้มาก  เพราะสนใจและเข้าไปสัมผัสกับหลายๆเรื่อง  ได้รับบทเรียนใหญ่น้อย ทั้งที่เป็นความสำเร็จและ ความล้มเหลว น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับผู้อ่าน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง  ความจริงก็ทำมาตลอด ในกลุ่มคนที่ได้พบปะพูดคุยกับเขาทั้งใน-นอกห้องเรียน  แต่ก็มาสะดุดหยุดลงเมื่อคิดจะเขียนเผยแพร่ออกไป  เกรงว่าจะเข้าข่ายโอ้อวดสรรพคุณของตน  ซึ่งไม่ใช่วิสัยที่ควรทำ เมื่อมองจากมุมของ วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมไทย  แต่อ่านของท่านอาจารย์หมอแล้วทำให้เกิดความกล้าขึ้นมามาก  คิดว่าถ้าเอาเจตนาที่บริสุทธิ์เป็นตัวนำแล้วเขียนไปตามเป็นจริง ก็ไม่น่าจะกลัวอะไร  เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นบทพระเอก หรือ ยาจก ผู้ร้าย สูงส่ง หรือ ต่ำต้อย  สำเร็จ หรือ ล้มเหลว ผมจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิตและงานของตัวเอง ตามที่มันเป็นจริง ตัวอย่างเช่น การทำตัวเป็น "ชนกลุ่มน้อย" ที่ไม่ค่อยเหมือนใครของผม ดังบันทึกต่อท้ายที่ผมไปเขียนไว้ท้ายเรื่อง ชีวิตที่พอเพียง : 8. ชนส่วนน้อย ของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ ดังนี้ ...

   ขอบพระคุณท่านอาจารย์เฉยๆไม่ได้แล้วสำหรับบันทึกตอนนี้ ขอใช้ "กราบขอบพระคุณ" แทนคำเดิมครับ  และกล่าวแทนความรู้สึกของอีกหลายๆคนที่มาอ่านแต่ไม่ได้แสดงทัศนะอะไรไว้ที่ตรงนี้ .. เป็นบันทึกที่โดนใจมาก  และเป็นเครื่องนำทางให้หลายๆคนได้คิดว่าแก่นสารสาระของการมีชีวิตอยู่นั้น ควรจะเป็นอะไร  อันไหนเป็นของจริง  ของปลอม หรือจอมหลอกลวง .. ผมเองแม้จะทำได้ไม่สมบูรณ์เท่า  ด้วยมีข้อจำกัดเรื่องสติ-ปัญญา และโอกาส  แต่กล่าวด้วยความมั่นใจว่ายึดถือแนวทางการเป็นชน "กลุ่มน้อย" แบบท่านอาจารย์มาโดยตลอด 
    ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่มิใช่เป็นการอวดอ้างใดๆ  มีตัวอย่างเล็กๆ ดังนี้ครับ ..

  • ผมปฏิเสธไม่รับมรดกใดๆจากพ่อแม่ ยกให้พี่ๆเขาทั้งหมดเพราะผมได้เรียนหนังสือ  ตอนนี้หลานๆก็สบายกัน เราก็ อิ่มใจ
  • ได้รับคัดเลือกเรียนต่อปริญญาตรีเป็นอันดับที่หนึ่งของรุ่นเพราะได้เกรดวิชาเอกสูงสุด เกือบ 4.00 แต่ตอนเรียนปี 3 ผมแจ้งกับพี่ชายว่าไม่เอาแล้ว เกียรตินิยม ขอใช้เวลาเรียนรู้จากงานกิจกรรมที่ชอบ  ผมจึงจบปริญญาตรีด้วยเกรด 2.88 แต่ไม่เสียใจเลยเพราะได้อะไรที่ดีกว่านั้นมาก
  • ผมเป็น รองหัวหน้าคณะ และ รองคณบดี 3-4 สมัย แต่ผมไม่เคยไปสมัครหรือร้องขอ  ทุกครั้งเขาขอให้ไปช่วยก็ยินดีช่วย ถึงเวลาต้องออกตามวาระก็ สบายใจดี  ไม่เห็นมีอะไร
  • บรรณาธิการอาวุโส มติชนเคยเขียนยกย่องผมเป็น
    "เพชรดีที่จันทรเกษม" โดยเราไม่ได้ส่งเรื่องราวไปเลย ท่านไปพบเห็นเอง  และผมก็รู้สึก "เช่นนั้นเอง" กับเรื่องนี้
  • รางวัล "ครูดีศรีจันทรเกษม" ผมก็ได้มาแบบไม่ได้สมัคร เขาแอบทำกันเองไม่ให้ผมรู้ เพราะ กลัวผมปฏิเสธ  ขนาดรูปถ่าย เจ้าหน้าที่ยังต้องไปแกะจากบอร์ดประชาสัมพันธ์เลย พอรู้ว่าได้ ผมรำพึงในใจว่า "ทุกขลาภ" และ "เช่นนั้นเอง"
  • ผมเคยเป็นตัวแทนคณาจารย์ในบอร์ดของสถาบัน 2 สมัยโดยการสมัครและไม่หาเสียงเลย ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเอกสาร  ครั้งที่ 3 ที่เขาหาเสียงกันหนักหน่วง ผมก็ยังทำแบบเดิม ผลคือไม่ได้รับเลือก  แล้วผมก็ไม่เคยสมัครอีกเลย
  • อดีตอธิการบดีเคยบอกในที่ประชุมว่าผมน่าจะสมัครรับทุน Monbusho ไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น  ผมอ่านดูเงื่อนไขแล้วคิดว่า คนเหมาะที่จะไปน่าจะไม่ใช่ผม จึงไม่สมัคร  จนวันสุดท้าย  ทางกรมฯโทรเลขถึงอธิการว่าให้แจ้งให้ผมไปสมัครด่วน ก็ไปสมัครหลังกำหนด 1 วันเพราะเตรียมหลักฐานไม่ทัน  จากผู้สมัครนับร้อย จาก ทั้ง 36 สถาบัน ผมได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 2 คน ไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น 18 เดือน  ทราบภายหลังว่าคนที่ลุ้นอยากให้ผมไปชื่อ "อาจารย์วีระ" ซึ่งผมได้แต่ขอบคุณอยู่ในใจเพราะไม่ได้รู้จักตัวท่านเลยจนบัดนี้ 
  • สมัยเรียน ผมทำงานและกิจกรรมหลายอย่างมาก .. ออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท .. รับจ้างซ่อมวิทยุตามร้าน .. เป็น Lab boy ทั้ง ชีวะ  เคมี  ฟิสิกส์  เป็นนักร้องในวงดนตรีสถาบัน เล่นละครหาเงินช่วยมหาวิทยาลัย  เป็นประธานชมรมโสตฯ ศึกษาการล้าง-อัด-ขยายรูปด้วยตนเองแล้วสอนน้องๆ  ช่วยกันถ่ายภาพทำ สคส.ขายหาเงินช่วยสถาบัน .. เป็นประชาสัมพันธ์องค์การนักศึกษา .. เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล .. นั่นคือแหล่งเรียนรู้ของผม
  • ไม่เคยส่งผลงานเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการเลย จนบัดนี้ เพราะใจมันยังต้านอยู่ ทั้งๆที่อดีตอธิการบดีบางท่านพูดซ้ำหลายครั้งว่า "ของคุณมันเกิน รศ.แล้ว" .. (อันนี้ดูจะไม่เข้าท่า  เพราะยังอยากรอดูว่าการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการอย่างสง่างามน่าจะมีมากกว่าเพียงวิธีที่ทำๆกันอยู่)
  • ฯลฯ

            ขอปวารณาตัวว่าจะเดินตามแนวทางนี้ร่วมกับท่านอาจารย์ตลอดไปครับ.

 

หมายเลขบันทึก: 26030เขียนเมื่อ 29 เมษายน 2006 12:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 14:49 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (10)
อ่านแล้วโดนใจขอโหวดให้ 1 เสียงครับ
     อ่านแล้วครับ! ถึงว่าไฉน "จริต" จึงคล้ายกัน ในหลาย ๆ ประการ เช่น ผมไม่ทำเสนอขอเลื่อนระดับ (C) ทั้ง ๆ ที่ผลงานหรืองานวิจัยไม่ต้องลอกหรือขโมยใครมาส่ง เพราะใจมันต้านอยู่ แม้จะอ่อนแรงตามกระแสไปบ้าง ก็ยังมีพลังให้กลับมาต่อสู้และต้านมันเหมือนเดิม อย่างครานี้ก็บันทึกนี้ อีกครั้ง ขอบคุณมากครับ
     อยู่ที่ "ซีห้า" เขาบอกว่านาน ๆ มันไม่ดี แต่ก็อยู่มาได้อย่างมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ แม้จะ เจ็ด หรือ แปด หากไม่สนุกและเกิดทุกข์ในใจ ก็ขอ "ซีห้า" ต่อไป (ยิ้ม ๆ อย่านะ...รู้ครับว่าหากคิดมากจะเป็นคำไม่สุภาพ)

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมอาจารย์ Handy ด้วยใจศรัทธาคะ

และขอบคุณแทนคนไทยที่มีอาจารย์มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ใน GotoKnow.org คะ

อ่านแล้วปลื้มใจมากค่ะ บอกไม่ถูกว่าปลื้มใจอะไรแต่ก็ปลื้มเพราะปลื้ม....สรุปว่า"ปลื้ม" ตลอดทั้งบันทึกนี้เลยค่ะ....
ถึงแม้ คุณ"Handy" (ขออนุญาตเรียกตามที่ท่านเคยบอกไว้ใน คห. ของบันทึกหนึ่งว่า "ท่านชอบ") จะเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ท่านมากคุณภาพจริงๆค่ะ

ยอมรับนะคะว่า การที่เรา "เป็น" ไม่เหมือนคนอื่นๆ เขานั้น

ย่อมถูกมองว่าเป็นชนกลุ่มน้อย แปลกแยก และบางครั้งก็ประหลาดในสายตาของใครหลายๆ คน

แต่ใครจะรู้ว่าเรา "มีความสุข" สักแค่ไหน

กับการมีชีวิตในแบบของเรา

ที่ไม่ไหลไปตามกระแส และระบบบางอย่าง

คนที่มองเราเสียอีก

กลับมีความรู้สึกสงสัยในใจว่า

ทำไมถึงไม่ทำอย่างนั้น ทำไมถึงไม่ทำอย่างนี้

ทำไม..ทำไม..และทำไม

และเราก็ได้แต่ยิ้ม

แล้วตอบกลับไปว่า

เป็นอย่างนี้...ชีวิตก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

  ขอบคุณ คุณ naigod  คุณชายขอบ  อ.ดร.จันทวรรณ  พี่เม่ย  และคุณไออุ่น ที่ให้ความเห็นและเป็นกำลังใจครับ  ขอสารภาพว่าเห็นการทำงานและอ่านบันทึกที่ทุกท่านสื่อสารเรื่องราวต่างผ่านทาง Blog แล้ว ผมรู้สึกหายวังเวงไปเยอะเลยครับ  รับรู้ได้ไม่ยากว่า ในใจพวกเรามีอะไรร่วมกันอยู่  แทบไม่ต้องอธิบายอะไรกันอีก  ก็ขอให้กำลังใจทุกท่านครับ  ไปอ่านกลอน นี้ สร้างพลังใจกันอีกหน่อยก็ได้ครับ

ขอเรียนว่า บันทึกความเป็นมาเป็นไปของคุณ Handy และชีวิตพอเพียง ของอาจารย์วิจารณ์ ทำให้เกิดแรงกำลังใจที่จะดำเนินรอยตาม ใช้ชีวิตโดยใช้ปัญญา รู้โลกย์ มีฉันทะในสิ่งที่ทำโดยไม่คิดถึงผลตอบแทน ของนอกกายเป็นเพียง"เปลือก"ที่หลอกล่อให้เราไขว้เขวเท่านั้น

ขอบคุณสำหรับบันทึกนะคะ จะติดตามกันต่อๆไปค่ะ

   ขอบคุณครับ  คุณโอ๋-อโณ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผมรู้สึก เป็น "พวกเรา" ตั้งแต่บันทึกแรกๆที่เข้าไปอ่าน  อบอุ่นดีครับ  หันหน้าไปทางเดียวกันมากๆ  พลังย่อมเกิดได้ไม่ยาก  มีอะไรก็แลกเปลี่ยน แบ่งปันกันต่อไปนะครับ  ถนนสายนี้ไม่ควรมีที่สิ้นสุด ตราบที่ทุกคนยังมีลมหายใจ ขอให้ ธรรม คุ้มครองทุกท่านครับ

ติดตามอ่านด้วยความชื่นชมและอารมณ์สุขเช่นทุกครั้ง

 

ด้วยความขอบพระคุณครับ .. คุณ ไร้นาม

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี