ชายวัย 32 ปี เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่มีอาชีพในรับจ้างก่อสร้าง หาเลี้ยงสมาชิกในครอบครัวที่ประกอบด้วยภรรยาและลูกน้อยสองคน เขากำลังสร้างบ้านให้เป็นที่พักอาศัยอันอบอุ่นแก่ทุกคน การสร้างบ้านอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และแล้ว ความฝันของเขาต้องมืดมิดลง วันที่ 25 สิงหาคม 2544 ในช่วงเย็น เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวต้องจดจำไปตลอดชีวิต ขณะที่เขากำลังทำโครงสร้างเหล็กหลังคาบ้านหลังหนึ่งเกิดอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูด เขาตกลงจากความสูง 4 เมตร เขารู้สึกชาตั้งแต่ใต้ราวนมลงมา ญาตินำส่งโรงพยาบาลท่าวังผา และโรงพยาบาลน่าน
เหมือนโชคไม่เข้าข้างเมื่อหมอบอกว่าตัวเขาต้องเป็นคนพิการอัมพาตตั้งแต่ทรวงอกลงมา ไม่สามารถขยับแขนและขาได้ เขารู้สึกเสียใจมากที่ตนเองต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ เกิดความรู้สึกสับสน เศร้า เป็นห่วง ลูกและภรรยา ที่สำคัญตนเองต้องเป็นภาระของครอบครัว น้ำตามักไหลซึมตลอดเมื่อรำลึกถึงชีวิตที่เหลืออยู่ “ตายก็ไม่ตาย ทำอะไรก็ไม่ได้” เขาต้องย้ายมาอาศัยอยู่กับแม่เนื่องจากภรรยาต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวแทนเขา แม่แม้อยู่ในวัยชราแต่ก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะดูแลลูก ด้วยความรัก และความสงสารลูกที่ประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้
ปัญหาสุขภาพที่ตามมาคือ ท้องอืดและแผลกดทับ เนื่องจากไม่สามารถขยับตัวได้ มักเกิดอาการสั่นเมื่อมีลมมากในท้อง แม่ต้องคอยเขย่าบริเวณท้องเพื่อลดอาการนั้น เขาต้องเข้าออกโรงพยาบาลท่าวังผาเป็นประจำเนื่องจากแผลกดทับที่ติดเชื้อ หรืออาการระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ
โรงพยาบาลท่าวังผาได้มีโอกาสดูแลเขาทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ในโรงพยาบาล เขาจะเป็นผู้ป่วยที่ทุกคนรู้จัก เจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความเอื้ออาทรและดูแลอย่างดี รวมทั้งการช่วยเหลือในโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของโรงพยาบาลท่าวังผา ได้ขอบริจาคเตียงผู้ป่วยที่หมุนยกศีรษะได้ มีล้อเคลื่อนย้ายได้มาให้ เขารู้สึกดีใจมากที่สามารถยกศีรษะมองเห็นบุตรหลานและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ได้สูดอากาศนอกบ้านเมื่อเคลื่อนย้ายเตียงออกมาที่ลานหน้าบ้าน
ทางโรงพยาบาลได้จัดทีมเยี่ยมบ้านไปดูแลเขาที่บ้านหลายครั้ง ร่วมกับสถานีอนามัย ให้คำแนะนำในการดูแลแก่ครอบครัว อบรมให้ลูกสาวทำแผลในโครงการเยาวชนจิตอาสาดูแลคนพิการ ปัจจุบันลูกสาวเป็นกำลังหลักในการทำแผลให้กับเขา ทำให้แผลกดทับดีขึ้นตามลำดับ โดยมี คุณบุญชาญ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลท่าวังผาเป็นผู้ประสานงานและอาสาตนเองเป็นอาสาสมัครประจำครอบครัวผู้ป่วยรายนี้ บุญชาญจะคอยแวะมาเยี่ยมเยือนเขาเป็นประจำ คอยถามไถ่ทุกข์สุข คอยช่วยเหลือนำอุปกรณ์และน้ำยาทำแผลไปให้ รวมถึงการประสานพยาบาลเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ
บุญชาญปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ด้วยความคิดที่ว่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันประสบเคราะห์กรรม มีความทุกข์ยากลำบาก อยากให้การช่วยเหลือ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่บุญชาญจะทำได้ ไม่เคยคิดที่จะหยุดทำแม้ว่าสามารถกระทำได้
เขาและครอบครัวรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลท่าวังผาที่มาดูแล เอาใจใส่ตนเอง เขามีชีวิตอยู่แบบนี้มา 8 ปีแล้ว วันนี้พอมีรอยยิ้มบ้าง และรับรู้ได้ว่าทุกคนไม่ได้ทอดทิ้งให้เขาต้องเผชิญชีวิตอยู่เพียงลำพัง ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาแม้ว่าร่างกายใช้การไม่ได้ แต่ก็ยังมีความหวัง คือลูกทั้งสองคน เขาสั่งสอนให้ลูกทั้งสองคน ตั้งใจเรียน ช่วยเหลืองานการในบ้าน ลูกๆก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ลูกๆบอกกับเขาว่า “พ่อเป็นกำลังใจและสิ่งยึดเหนี่ยวของครอบครัวให้มีพลังที่จะต่อสู้กับชะตากรรมชีวิตต่อไป”




เป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยและผู้ให้การดูแลครับ
น่ายกย่องคุณบุญชาญ และโรงพยาบาลท่าวังผา
ที่สนใจเอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นอย่างดี
เป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว ต่อสู้กับชะตากรรมชีวิตต่อไป
ทำดี ทำต่อไปครับ ชื่นใจทั้งผู้ให้ ผู้รับ
สวัสดีครับคุณ น้อยหน่า ถ้ามีโอกาสผ่านมาทางน่าน จะถือโอกาสมาแวะรพ.ท่าวังผา มาชื่นชมกิจกรรมเพื่อได้นำไปปรับใช้และให้ความรู้กับทีมครับ ขอบคุณที่ช่วยบันทึกเรื่องเหล่านี้ไว้ครับ
อ่านแล้วซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือ ห่วงหาอาทร ของทุกคนเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนทั้งคุณสมาน แม่ ภรรยา และลูก ค่ะ ต่อสู้ต่อไปนะคะ
ชื่นชม เพื่อนบ้าน อาสาสมัคร และกัลยาณมิตรทุกคนที่เข้าไปช่วยดูแลและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวค่ะ
โรงพยาบาลท่าวังผา ---> จะอยู่ในความทรงจำดีๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นค่ะ.
น่าชื่นชมค่ะ แม้จะเป็นผู้ป่วย แต่ก็เป็นพ่อที่คอยให้กำลังใจลูกได้ดี
ให้ลูกได้กำลังใจในการสู้ชีวิตด้วย
“พ่อเป็นกำลังใจและสิ่งยึดเหนี่ยวของครอบครัวให้มีพลังที่จะต่อสู้กับชะตากรรมชีวิตต่อไป”
ประทับใจมาก เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
เป็นกำลังใจให้กับทุกคนจ้า.....กุศลคุณความดีขอส่งผลให้ผู้มีจิตเมตตามีแต่ความสุขนะคะ..สาธุ
น่าชื่นชมทีมงาน และส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้ป่วย ขอให้คุ้มภัยทั้งมวลค่ะ
มาให้กำลังใจค่ะ
ดีมากเลยที่ครอบครัวไม่ทิ้งเขา
แวะมาให้กำลังใจ อาสาสมัคร ทีมงาน ผู้มีส่วนช่วยเหลือ ค่ะ ขอให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความสุขค่ะ
แวะมาส่งความคิดถึงจ้า....
สวัสดีครับคุณน้อยหน่า ผมมาเยี่ยมครับ ขอบคุณในไมตรีจิตที่ไปทักทายกันนะครับ
สวัสดีค่ะ
มาเป็นกำลังใจให้ทุกทุกคนจ๊ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ครูน้อยหนา หนูได้แก้ไขข้อมูลที่บล็อกของหนูค่ะ
http://gotoknow.org/blog/berger0123/260738
รูปท่านพ่อเฟื่อง อยู่วัดธรรมสถิตย์ จ.ระยอง
ศาลนาจา ที่ลักษณะเมืองวัดเมืองจีน อยู่อ่างศิลา จ.ชลบุรี ใกล้บางแสน ค่ะ ถ้าว่างลองไปเที่ยวดูนะค่ะ
ต้องขออภัยค่ะที่ให้ข้อมูลผิด เพราะไปสองจังหวัดที่อยู่ติดกันค่ะ
สวัสดีจ๊ะ
รอบนี้เป็นกำลังใจให้ครูน้อยหน่าค่ะ หายเหนื่อยเร็วเร็วนะคะ