เช้าวันนี้ (9 พ.ค.52) เหมือนทุกวันที่ชอบเข้ามานั่งตากแอร์ทำงาน .. เปิดคอมพิวเตอร์ ... เข้า gotoknow ... แต่เอ๊ะ ! เหลือบมองไปดู wallpaper ที่ desktop ... รู้สึกเบื่อแล้วล่ะ หาภาพใหม่ดีกว่า

เว็บไซต์ที่ผมชอบหาภาพสวย ๆ มาเป็น wallpaper ก็คือ pixpros.net เป็นเว็บไซต์ของผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพนำภาพสวย ๆ มาลงเอาไว้ ผมชอบเข้าไปชื่นชมกับความสวยงามอยู่เป็นประจำ

คลิกเมาส์ ... เลื่อนหน้าจอ หาลิงค์ของช่างภาพมืออาชีพที่นำภาพมาลงไว้ ... ลิงค์แรกที่เข้าชม คือ 13Maysa : Welcome to : P A N G T O N G [Maehongsorn] ของคุณ 13Maysa ... ด้วยเหตุของชื่อ ปางตอง และ แม่ฮ่องสอน

เมื่อเข้าถึงหน้าแรก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=4072 ... นี่เป็นเรื่องราวของโรงเรียนร่มเกล้าปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี่นา

 

ผมมีลูกศิษย์ ป.บัณฑิต อยู่ 2 คนที่สอนอยู่ที่นี่ คือ คุณครู hello_kitty และคุณครู ภัควัฒน์ ที่ผมเคยเดินทางไปสอนพวกเขามา 1 เทอม แถมผมยังสอนให้เขาเขียน gotoknow อีกต่างหาก

ทำให้ผมเกิดความสนใจในเรื่องราวของลิงค์นี้มากกว่าปกติที่จะหาแค่ภาพมาทำ wallpaper แก้เบื่อ

 

เรื่องราวที่คุณ 13Maysa ได้เขียนเอาไว้เป็นเรื่องของเข้าร่วม "โครงการค่ายวัยใส หัวใจธรรมะ ตอน แด่เด็กดอยผู้ด้อยโอกาส"โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโดยพระมหาประดิษฐ์ วัดปทุมวนาราม และคณะ คุณ 13 Maysa ได้ใช้เรื่องราวจากบทความของพระมหาประดิษฐ์ จิตฺตสํวโร เป็นเนื้อหาหลัก พร้อมภาพที่สื่อความหมายของคุณ 13 Maysa เอง

 

 

บอกตามตรงครับว่า อ่านแล้วเสียดใจขึ้นมา เกิดความประทับใจสูงสุดเกินกว่าจะทิ้งเรื่องราวนี้ไว้ข้างหลัง แล้วให้มันเลยไปได้ครับ

เนี่ย นำภาพของคุณ 13Maysa มายังไม่ได้ขออนุญาตเลย ว่าจะ e-mail ไปขออนุญาตหลังจากการเขียนความประทับใจนี้จบ

 

 

โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสแด่เด็ก ๆ ชาวดอยที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า เป็นโรงเรียนประจำ(กิน/เรียน/นอน) ที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร เด็กดอยที่นี่มีหลายเผ่าพันธุ์ สัญชาติ มีนักเรียนทั้งสิ้น 280 กว่าชีวิต การเป็นอยู่ที่นี่เป็นไปอย่างอัตคัดขัดสน ด้วยว่างบประมาณจากทางบ้นเมืองที่เจียดมาไม่พอเพียงเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ด้วยเหตุผลว่า เด็กที่นี่เป็นคนไม่มีนามสกุล.......ไม่ใช่คนไทยอย่างสมบูรณ์ (ประโยคนี้จุกอกครับ) งบค่าอาหารของเด็กนักเรียนที่นี่ฟังแล้วตกใจ ค่าอาหารต่อมื้อ คือ 600 บาท แปรเป็นพลังงานล่อเลี้ยง 280 ชีวิต เงิน 1600 บาท เป็นค่าอาหารต่อวัน

 

 

ถามว่า เด็กจะเอาสารอาหารพลังงานจากที่ไหนมาบำรุงสมองและร่างกาย ถ้าเป็นหมูหรือไก่ก็คงจะมีแต่วิญญาณหรือเนื้อที่ติดมากับกระดูก โรงเรียนที่นี่เด็ก ๆ พยายามช่วยเหลือตัวเอง ปลูกผักเลี้ยงสัตว์อยู่กันแบบพอเพียง อยู่กันเพื่อเรียนหนังสือกันจริง ๆ เรียนเพื่อนำความรู้กลับไปช่วยเหลือครอบครัวพัฒนาบ้านเกิดเรียนเพื่อให้มีอนาคตพ้นจากการตกเขียว ขายแรงงานเด็ก หรือถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเด็ก

 

 

ดูเธอช่างสุขกับการซักผ้าเสียนี่
รอยยิ้มนัยตาหยีดูสดใส
ไม่รู้ใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร
คงยี่ห้อ...จากใจใช่ไหมเออ
ช่วยจัดคราบสกปรกรกรุงจิต
ใส่แล้วสุขกว่าที่คิดติดเสมอ
ลองซักผ้าจากใจใอ้เพื่อนเกลอ
รับรองเธอจะสุขเหมือนน้อง
ทั้งสองคน..........

 

 

มีอยู่วันหนึ่งคุณครูสาว (พึ่งเรียนจบใหม่ ๆ) เล่าให้ฟังว่า
ตอนแรกไม่อยากอยู่ที่นี่เพราะไกลก็ไกลไปก็ลำบาก
คิดอยากจะกลับบ้านเกิดที่กรุงเทพฯ
ใจของเธออยากจะกลับมาหาพ่อแม่เพื่อนฝูงและความศิวิไลในสังคมเมือง
แต่มีอยู่วันหนึ่ง เป็นวันแรกของการเปิดเทอม
เธอได้รับของฝากจากเด็กคนหนึ่ง....
เป็นแตงโมลูกเบ้อเริ่ม....ใหญ่มาก เกือบเท่ากับตัวเด็ก
เด็กบอก ... หนูต้ะจัย เอามาฝะคุงคู
คุณครูปลื้มใจมาก...
ไม่ใช่ปลื้มใจเพราะแตงโมลูกโตๆ
แต่มันปลื้มและซึ้งในน้ำใจของเด็ก
ที่อุตสาห์เดินอุ้มแตงโมลูกโต ๆ ข้ามภูเขาโต ๆ หลายลูก
กับหนทางเท้าอันไกลหลายสิบกิโล

เธอบอกว่า ซึ้งใจมาก.....
มันเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยู่เพื่อเป็นแสงเทียนเล่มน้อยๆ
ที่ส่องทางให้กับเด็กดอยเหล่านั้น....ต่อไป

(ลองอ่านที่บันทึกชีวิตครูที่ การเป็นผู้ให้ 1 ของคุณครู hello_kitty)

 

 

 

อาจารย์ใหญ่ ได้พูดกับพวกเราในวงข้าวมื้อเย็นอย่างเป็นปริศนาให้ตกใจกันว่า

"ใครมาที่นี่ ถือว่าโง่....ถ้ามาแล้วยังมาอีกครั้งถือว่า โง่มาก"

เมื่อได้ยินจบเราก็เงียบกัน แต่เมื่อรู้ความจริง
ที่ท่านพูดไม่ผิดครับ

ความลำบากกับการดินทาง การขึ้นเขา ลงเขายาวนานเป็นหลาย ๆ ชั่วโมง
พร้อมกับอากาศที่หนาวมากแบบนี้ ยังคิดจะมากันอีกหรือ
นั่นคือหตุผลที่ ไม่ค่อยมีครู หรือผู้ช่วยสอนที่คิดจะอยู่ที่นี่นาน ๆ เหมือนกับท่าน
ยิ่งผมรู้ว่าท่านอาจารย์ใหญ่ เป็นโรคเบาหวานด้วยแล้ว
โรงพยาบาลไม่ต้องพูดถึง ได้ยินว่า ยาที่ท่านมีมากกว่า
ห้องพยาบาลบางที่เสียอีก......

ได้สัมผัส ใจคน ๆ หนึ่งที่ทั้งเสียสละเพื่อเด็กน้อย และทุ่มเทแรงกายแรงใจ
เพื่ออนาคตของเด็ก ๆ

ชีวิตท่านน่าชื่นชมมาก ๆ ครับ
ภาพนี้ผมถ่ายรู้ท่านอาจารย์ใหญ่ บนเนินยอดเขา แสงสุดท้ายของวันฉายมาที่ใบหน้าท่าน
อยากให้เห็นว่า จิตใจท่านกว้างเกินกว่าความลำบากของขุนเขาที่ซับซ้อน และความหนาวเหน็บที่เกาะกุม

 

 

 

แม่จ๋า ลูกคิดถึงแม่ แม่สบายดีไหม ลูกสบายดีนะ ไม่ต้องเป็นห่วง คุณครูที่นี่ใจดีมาก แม่ดูแลตัวเองให้ดีนะคะ หนูมาเรียนกินนอนที่นี่ ปิดเทอมหนูจะไปหาแม่จ๊ะ ................................

 

 

 

บ้านพัก 1 หลัง เราอยู่กัน 12-17 คน มีหัวหน้าบ้าน 1 คนคอยคุม ดูแลกันเอง ซักผ้าเอง คนมากยิ่งดีครับ ไม่หนาวดี วันไหนมีลมพัดแรง ๆ เราจะไปอยู่กันที่กองฟืนหน้าบ้านครูใหญ่เพื่อผิงไฟ

 

 

 

พี่ครับ พี่จะกลับมาหาเราอีกไหมครับ

.............................

 

ผมไม่สามารถนำเรื่องราวจากลิงค์ของคุณ 13Maysa มาได้ทั้งหมด ผมเลือกเรื่องราวที่ผมประทับใจมานำเสนอ น้ำตาซึมมาจากไหนกันเนี่ย

ท่านใดต้องการอ่านข้อมูลที่น่าประทับใจและภาพที่สวยงามให้ไปที่

 

ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากใช่ไหมครับว่า นี่คือ "ความเหลื่อมล้ำ" (คำฮิตใน gotoknow) หรือเปล่า ... 

ก็แค่ ...

เด็กที่นี่เป็นคนไม่มีนามสกุล.......ไม่ใช่คนไทยอย่างสมบูรณ์ รัฐจึงไม่สามารถเจียดงบประมาณมาให้

หรือใครมาเป็นครูที่นี่ ก็ต้องฟังคำของครูใหญ่ว่าไว้ ...

"ใครมาที่นี่ ถือว่าโง่....ถ้ามาแล้วยังมาอีกครั้งถือว่า โง่มาก"

 

 

ลองดูเส้นทางไปโรงเรียนร่มเกล้าปางตอง

เข้าใจถูกต้องแล้วครับ โรงเรียนนี้คือเส้นทางผ่านไปยัง "ปางอุ๋ง" สถานท่องเที่ยวท็อปฮิตของแม่ฮ่องสอนที่นักท่องเที่ยวผ่านแล้วผ่านไป ไม่เคยแวะ เพราะโรงเรียนนี้ไม่ใช่เป้าหมาย

 

 

เพลง โรงเรียนของหนู ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ แว่วมา

"สายลมหนาวพัดโบกโบย พริ้วดูแล้วสวยใสใส เย็นลมเย็นไหวไหวสวยงาม บ้านอยู่ไกลทุรกัน ดารโรงเรียนอยู่หลังเขา มีแต่เราพวกเรา ไม่มีใคร"

(ฟังเพลงที่ http://music.siamza.com/music.php?k=32K&id=2219)

 

 

หากใครจะไปเที่ยวปางอุ๋งกันปีหน้า ... อย่าลืมวางแผนว่า เป้าหมายหนึ่งของท่าน คือ โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง ครับ

 

ขอบคุณเนื้อหาและภาพสวยของ คุณ 13Maysa ... เครดิตและลิขสิทธิ์นี้ ยกให้เขาทั้งหมด

ขอบคุณ สุดยอดคุณครูที่หัวใจโตทุกท่าน ณ โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง

ขอบคุณทุกท่านครับ :)