ปล.บันทึกนี้ก็ช่วยถ่าง ... divide ที่กล่าวไว้ในทึกฯ ให้กว้างขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่อยากช่วยลด เพราะรวบรวมมาบอกไว้ไม่หมด แหล่งข้อมูลที่เอามา link ไว้นั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิดที่มีอยู่จริงของข้อมูลข่าวสารในโลกนี้ น้อยนิดจริง ๆ

     ได้อ่านหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 5 พ.ค. 2552 มีพาดหัวข่าวหลักว่าด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 (Swine Flu หรือ Swine Influenza) ที่ต้องพลิกไปอ่านหน้า 15 ก็จะพบสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมบทวิเคราะห์ แล้ววกกลับมาอ่านหน้า 3 "จับกระแส..ธุรกิจเชื้อโรค" จะพบข่าวลือระดับโลก (global rumor) ที่ปล่อยข่าวโดย รมต.สาธารณสุข ของประเทศอินโดนีเซีย พร้อมบทวิเคราะห์ความเป็นไปได้จริง ที่เชื่อว่าผู้อ่านต้องใช้วิจารณญานอย่างสูงในการเสพข่าวนี้ ลองอ่านต่อที่นี่จะได้ความรู้ทางวิชาการ (คลิ้ก) แต่ยังเรียกชื่อเดิมอยู่ หรือจะเข้าไปต่อที่นี่ (คลิ้ก) ก็จะได้ความรู้ในการป้องกันตัวเองแบบไม่ต้องตระหนกตกใจมากนักหากสถานการณ์แพร่ขยายเข้ามาในบ้านเรา หากพอใช้ภาษาอังกฤษได้ ก็น่าจะไปดูที่นี่อีกที่นึงที่มีข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ (คลิ้ก) ส่วนปัญญานั้นอยู่ที่ผู้อ่านเองเมื่อได้เข้าไปอ่านแล้วพิจารณาเอา อยากจะแนะนำอีกที่นึงที่สำคัญคือ (คลิ้ก) เพราะเป็นมืออาชีพสำหรับการรายงานสถานการณ์การเกิดโรค/การเจ็บป่วยของไทย

     ที่เขียนมาข้างต้นนี่ยังไม่นับข่าวสารทางทีวีและสถานีวิทยุ หรืออีกหลายช่องทางของเรื่องเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ที่มีเรื่องราวสารพัดโดยเฉพาะในข่าวลือว่าเป็นการกระทำของมนุษย์เราเองในการตัดต่อยีนส์ของไวรัส และเพื่อหวังผลทางการค้า(ยา) ที่เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 5 พ.ค. 2552 หน้า 3 "จับกระแส..ธุรกิจเชื้อโรค" ทั้งหมดยังไม่ทราบได้ว่าที่แท้แน่ชัด ๆ คืออะไร แต่แน่นอนคือหลายคนได้เสพข่าวสารเหล่านี้เข้าไปแล้วตามที่สื่อได้นำเสนอ คนแต่ละคนเสพข่าวสารไปมากน้อยต่างกัน ช่องทางต่างกัน เพราะ digital divide สาระต่างกัน เพราะ knowledge divide จากนั้นก็คิดต่อและเชื่อต่างกัน คือ wisdom divide จนนำไปสู่การขยายผลที่ต่างกัน 

     จากชื่อเรื่องที่บันทึกจึงต่างจากข้อความสรุปตอนท้ายที่พูดเรื่อง divide แต่เพราะพูดถึงเรื่อง divide จึงต้องให้แตกต่างกันแบบเนียนเนื้อใน เรื่อง divide มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ (คลิ้ก) และย่อหน้าแรกของบันทึกนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่า digital divide, knowledge divide หรือ wisdom divide จะมีอยู่จริงและจะมีอีกต่อไป เราจะแก้ไขเพียง digital divide ไม่ได้ ที่สำคัญต้องพัฒนาเรื่องการคิดอย่างมีวิจารณญาน (critical thinking) ไปควบคู่กันด้วยจึงจะสมดุล (คลิ้ก เพื่อศึกษาต่อในรายละเอียด)