เล่าเรื่องการต่อสู้ของครูบ้านนอกชายขอบกำลังมัน ๆ บังเอิญน้องชายได้โทรศัพท์มาแบ่งปันความรู้สึก  จึงอยากจะมาเขียนเล่าในบันทึกเป็นการแลกเปลี่ยน  โดยมองอย่างเป็นกลาง ๆและให้ความเป็นธรรมกับทุกท่านที่กล่าวถึงในบันทึกฉบับนี้ 

       น้องชายเล่าว่า.."ได้โทรศัพท์ไปที่โรงเรียนสังกัดกองการศึกษาเทศบาลฯ แห่งหนึ่ง ผู้รับคือผู้อำนวยการโรงเรียนฯ แห่งนั้นเป็นสุภาพสตรี"

น้องชาย           :  สวัสดีครับ

ปลายสาย         :  ใครวะ

น้องชาย         :  แนะนำตัว  บอกสังกัดที่ทำงานและวัตถุประสงค์ของการมาติดต่อประสานงาน

ปลายสาย      :  ไม่ว่างคุย  ไม่มีเวลา...และปิดโทรศัพท์

น้องชาย        :  เป็นโรคปัจจุบัน  ทันสมัยค่ะ..โรคเอ๋อเหลอ

       ย้อนนึกไปถึงอดีตที่รับราชการอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น หน้าที่ครูช่วยราชการสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ...ฯ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรับและสนทนาทางโทรศัพท์

เหตุการณ์ที่ ๑

ครูคิม           :   สวัสดีค่ะ..สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ...ค่ะ

ปลายสาย    :   เจ้าเป็นผู้ได๋  สิมาเว้าไทยจ้อย ๆ

ครูคิม           :   ชื่อ.....เป็นครูช่วยราชการค่ะ

ปลายสาย    :   เฮาขอเว้ากับ...เอิ้นเพิ่นมาเว้านำเฮาหน่อย  เร็ว ๆเด้อ

ครูคิม      :   ขอประทานโทษค่ะ ท่านไปราชการค่ะมีอะไรให้รับใช้ไหมคะ

ปลายสาย    :  บ่มี  ให้โต๋บอกเพิ้นว่าเฮาโทรมาหา

ครูคิม         :   จะให้เรียนว่าไงนะคะ (อยากรู้ชื่อ)

ปลายสาย    :  บอกเพิ้นว่าเฮาโทรมาหา

ครูคิม          :   ทานโทษนะคะ ขอทราบนามของท่านค่ะ

ปลายสาย    :  เฮา..เฮา...เฮา....เฮาเอง..

ครูคิม           :   ท่านชื่ออะไรคะ  ดิฉันฟังไม่ถนัดค่ะ

ปลายสาย    :  เฮาชื่อ.....(มีบรรดาศักดิ์เสียด้วย)

เหตุการณ์ที่ ๒

ครูคิม       :   สวัสดีค่ะ..สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ...ค่ะ

ปลายสาย  :   แม่นบ่

ครูคิม        :   ค่ะ...สำนักงาน....ค่ะ

ปลายสาย  :   เฮาขอเว้ากับ...ผู้นั่นหน่อยเด่

ครูคิม      :   ชื่ออะไรคะ               

ปลายสาย :  จั๊ก...เฮาจื่อบ่ได้ (ไม่รู้เราจำไม่ได้)

ครูคิม     :   ผู้หญิงหรือชายคะ

ปลายสาย    :  ผู้ซาย

ครูคิม   :   ท่านทำงานอะไรคะ เป็นหัวหน้า เป็นเจ้าหน้าที หรือเป็นครู

ปลายสาย    :  จั๊ก..ครือกั๋น (ไม่รู้เหมือนกัน)

ครูคิม     :   ขานชื่อคนในสำนักงานที่เป็นผู้ชายทั้งหมด จนถึงคนสุดท้าย

ปลายสาย :  แม่น..ๆ.ๆ.ๆ.ๆ. ผู้นี้แหละเพิ่นเป็นหลายเขยเฮา 

       ผู้เป็นหลายเขยก็นั่งอยู่ใกล้ ๆนะคะ และบอกว่า "ถ้าผมเป็นครูคิมวางหูตั้งนาน" ความรู้สึก..น่าสงสารตัวเอง สงสารทุกคนและเห็นใจน้องชาย การให้ความสงสาร  เพราะไม่เข้าใจว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่ ทำไมคิดได้แค่นั้น

      การสื่อสารทางโทรศัพท์  โดยเฉพาะคนไม่รู้จักหรือคุ้นเคย  ควรให้การสนทนาเป็นไปอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะถ้าไม่มีความจำเป็นคงไม่มีใครโทรศัพท์  เสียเงินและเสียเวลา  หมายถึงการให้เกียรติผู้อื่นนั่นเอง

คล้าย ๆกันค่ะ

http://gotoknow.org/blog/krukim/212722