พัฒนาคนทำงานแพทย์แผนไทยให้เก่งคอมพิวเตอร์

เรื่องเล่าจากคนทำงานแพทย์แผนไทย บริการแพทย์แผนไทย-โรงพยาบาลกุมภวาปี

                9 เมษายน 2552 ไปที่กุมภวาปีนี้มีการจัดทีมทำงานแบบ TQM มีคณะทำงานที่มาคิดร่วมกัน ได้แก่ เภสัชอั๋น  พี่คเนศวร (ผช.สสอ.กุมภวาปี)  และกัลยานี (แพทย์แผนไทย)  ไปถึงวันนั้นก็เข้าไปนั่งคุย  พักเหนื่อยแล้วสักพักหัวหน้างานก็ได้รับการประสานงานจากแพทย์แผนไทย นั่งคุยกันไปสักพักผู้อำนวยการโรงพยาบาล นพ.พนัส ผ่านมาก็แวะมาทักทายแบบกันเอง กันเอง  โรงพยาบาลกุมภวาปีเริ่มต้นกับเภสัชกระต่ายที่ห้องนวดแบบคับ ๆ แคบ ๆ ซึ่งดูไม่ค่อยดีเท่าไร จนปรับมาเข้าอาคารแพทย์แผนไทยเฉพาะนี่แหละ เถิดเทิงดูดี  มีสุข คราวนี้มาดู 2 ประเด็น คือ ประเด็น QD2QP  และ ประเด็น M-Spa

ประเด็น QD2QP

                1.JSJD อย่างที่เล่านะคือที่นี้ทำงานแบบ TQM มีทีมคิดงานทำให้ได้ช่วยกันคิด ก็ดีไปอีกแบบ และพอมาดูในระดับโรงพยาบาล หัวหน้างานคือเภสัชอั๋นก็วางบทบาทในการจัดทำแผนงานให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด  นำไปสู่แผนปฏิบัติการ สู่โครงการ การทำงานจะให้อิสระในการตัดสินใจที่บางทีก็ออกจะโหนภาระงาน แต่ผู้ที่รับมอบหมายก็ต้องพัฒนาตัวเอง เช่น ปี 2552 กำหนดให้พัฒนาคนทำงานแพทย์แผนไทยให้เก่งคอมพิวเตอร์  ให้สามารถคีย์ข้อมูลในอินเตอร์เน็ทได้

                2.การจัดการความเสี่ยง การพัฒนาคน มีการกำหนดตัวชี้วัดล้อจากระบบใหญ่  มีการแจ้งให้ทราบในที่ประชุมเรื่อย ๆ

                3.การจัดการบริการให้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้รับบริการ  มีคำแนะนำในการให้บริการ

                4.ด้านแนวทางเวชปฏิบัติ มาตรฐานการให้บริการ มีการใช้ประโยชน์ในส่วนนี้โดยประสานงานกับแพทย์

ประเด็น M-Spa

มีการเตรียมแผนยุทธศาสตร์ แต่ยังอยู่ในแผนดำเนินการเป็นส่วนใหญ่ เช่นคนไข้ปวดกล้ามเนื้อ ขอมาใช้บริการ มีการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก  มีการทำแผนทำน้ำสมุนไพรแบบหนองวัวซอ และตั้งโจทย์โรคเรื้อรังกับแพทย์แผนไทย ในปี 2552 จะทำอะไร

ผู้เขียน - ที่นี้มีแผนงานค่อนข้างครบวงจร แต่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่านั้นเอง มองว่าถ้าหากมีการลงมือทำแล้วน่าจะขับเคลื่อนไปได้ดีและเร็ว เหมือนที่ พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คนทำงานดีคือคนมีระเบียบ พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๗ “… คนทำงานดีคือคนมีระเบียบ ได้แก่ระเบียบในการคิดและในการทำ ผู้ไม่ฝึกระเบียบไว้ ถึงจะมีวิชามีเรี่ยวแรง มีความกระตือรือร้นอยู่เพียงไรก็มักทำงานสำเร็จดีไม่ได้ เพราะความคิดอ่านสับสนว้าวุ่น ทำอะไรก็ไม่ถูกลำดับขั้นตอน มีแต่ความลังเลและขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการปฏิบัติงาน ข้าราชการจึงจำเป็น
ต้องฝึกระเบียบในตนเองขึ้น ระเบียบนั้นจักได้ช่วยประคับประคองส่งเสริมให้ตน
ทำงานได้ดีขึ้น และประสบความเจริญมั่นคงในราชการ
…”