รุกเข้าไปในวิถีชีวิตของพยาบาล

เรื่องเล่าจากคนทำงานแพทย์แผนไทย บริการแพทย์แผนไทย-โรงพยาบาลหนองวัวซอ

 

1 เมษายน 52 วันนี้เป็นวันแรก ปุ๊กนัดที่โรงพยาบาลหนองวัวซอ ซึ่งมีงานบริการ อาคารที่ทำการแยกเป็นสัดส่วน อันนี้คงไม่ต้องพูดถึงมากนักเพราะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานบริการแพทย์แผนไทยที่เรามีการติดตามกำกับและให้กำลังใจกันทุกปีอยู่แล้ว   เอาละทีนี้ลองมาดูว่าเราไปได้อะไรมาบ้าง แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็น QD2QP และ ประเด็น M-Spa

 

 

ประเด็น QD2QP

                โรงพยาบาลหนองวัวซอ จัดว่าการขับเคลื่อนงานไปได้ดีพอสมควรถ้าจะไล่เรียงมาตั้งแต่ทีมหนุน คือเจ้าแม่ HA ของโรงพยาบาลที่สามารถกำกับ ควบคุมให้คนทำงานในโรงพยาบาลเองมีการพัฒนา มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ Open End เปิดกว้าง (อาจจะเป็นเพราะท่านเคยเล่าว่าเป็นสมาชิกของชมรมศึกษาธรรมชาติที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง) มาถึงทีมนำคือเภสัชเปรมฤดี ธาตุไพบูลย์  ที่มีการจัดการที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ และที่สำคัญคือรับผิด รับชอบ สั่งงาน มอบหมาย ติดตาม กำกับ อำนวย ช่วยเหลือ ประสานงาน เหล่านี้เป็นตัวแทนของคำที่จะบ่งบอกวิธีการทำงานที่เภสัชเปรมทำอยู่ (ทั้ง ๆ ที่มีโรคประจำตัวที่จะมีอาการอ่อนเพลีย ชื่นชม ๆ )  ทีมทำงานคือ ศิวาลักษณ์ มีแก้ว (แพทย์แผนไทย) กับทีมหมอนวด 3 คน (มีตาบอด 1 คน คนนี้ผมเห็นตั้งแต่ปี 2544 ตอนนั้นยังนวดที่หน่วยจ่ายกลาง ข้างห้อง

แพ๊คถุงมือ แบบสุดยอดความร้อนอยู่เลย) ที่นี่มีการจัดการที่สามารถทดแทนกันได้ เพราะ สสจ.เรียกแพทย์แผนไทยเข้าไปประชุมบ่อย มีคนทำงานที่สนุกกับงาน ในประเด็นของการจัดการความเสี่ยง การทำความเข้าใจกับผู้มารับบริการ มีการนำแนวทางเวชปฏิบัติแพทย์แผนไทยไปทำความเข้าใจกับแพทย์  มีการทำรายการยาสมุนไพร 6 รายการ  เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้คนไข้ลดลง จากการที่ดูรายงานทุกเดือน

ประเด็น M-Spa

                1.เรื่องการอบสมุนไพรหลังคลอด ที่หนองวัวซอมีห้องอบสมุนไพร ที่ได้มาตรฐาน ออกจะเหนือมาตรฐานด้วยซ้ำในแง่ความสวยงาม แต่ติดขัดตรงที่ว่าความไม่ร่วมมือมาอบสมุนไพรของคนไข้  เพราะไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่คนทำงานกำหนดได้  สิ่งที่เกิดขึ้นคือแม่มาอบ ลูกอยู่บ้านกระจองอแง  คนที่บ้านก็โทรมาตาม บางทีคนทำงานอาสาอุ้มเด็กให้เลยก็ยังไม่เวอร์ค  ความไม่สะดวก  ขั้นตอนการอบหลังคลอดที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต  ก็เลยมีการปรับวิธีคือไปทำเป็นการต้มน้ำสมุนไพรฝาง น้ำสมุนไพรคำฝอย เริ่มทำเมื่อ 2 มีนาคม 2552 ตั้งแต่จันทร์ ศุกร์ วันละ 2 รอบ  ต้มแล้วส่งถึงที่เลยนะ (อันนี้สุดยอด) เอาไปไว้ที่หลังคลอดโดยประสานงานกับห้องคลอด (ผ่านกระบวนการทำงานที่มี HA เป็นหลักคิด-ผู้เขียน) ก็ได้รับการตอบรับดี มีการจัดเป็นบริการน้ำสมุนไพรหลังคลอดโดยไปติดต่อห้องคลอดว่าจะนำน้ำสมุนไพรเร่งน้ำนม  นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดว่าจะมีน้ำสมุนไพรดังกล่าว  และลงค่าใช้จ่ายในใบสั่งยาเป็น ค่าน้ำสมุนไพร”  คิดราคา 50 บาท / คน / วัน ซึ่งจะได้นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาซื้อวัตถุดิบสมุนไพรในการทำต่อเนื่อง

                2.รุกเข้าไปในวิถีชีวิตของพยาบาล / คนทำงาน / HEALTH TEAM ด้วยกันเองโดยจัดทำ แผ่นสมุนไพรคลายเครียดเท้า สำหรับกลุ่มเป้าหมายคือคนทำงานที่ต้องยืนหรือนั่งนาน ๆ  แผ่นที่ว่าเป็นเหมือนหมอนที่มีถุงสมุนไพรกับหินกรวดขาว  ซึ่งกำลังจะเริ่มโครงการ เพราะที่เห็นคือเตรียมอุปกรณ์ไว้พอสมควรแล้ว  และอาจจะนำไปขายแทนลูกประคบ  รวมทั้งจะใส่กลิ่นส้มเข้าไปอีก เถิดเทิงพอสมควร  ระบบที่ดำเนินการคือสำรวจรายชื่อเป้าหมาย จัดบริการโดยนึ่งถุงตอน 10 โมงเช้า  แล้วนำส่งถึงที่ให้ประคบ 15 20 นาที พอบ่าย ๆ ก็ไปเก็บกลับ โดยให้กลุ่มเป้าหมายเหยียบ ตรงนี้น่าสนใจว่าคงจะต้องมีการรักษาความสะอาด ซึ่งเภสัชเปรมบอกว่าจะให้มีผ้ารองอีกทีหนึ่ง  และเภสัชเปรมคาดว่าจะเกิดมุมมองที่ดี  สร้างการเข้าถึงให้เจ้าหน้าที่  (เพิ่มเพื่อนว่างั้นเถอะ-ผู้เขียน)

                3.อีกงานหนึ่งคือเรื่องการนวดเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน จากการที่ พนง.แพทย์แผนไทยได้ไปอบรมเกี่ยวกับการกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า 11 วัน  ซึ่งได้นำมาพูดคุยที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน จึงมีการปรับเป็นการนวดเท้าทั่วไปก่อน

                4.มีแผนทำสวนป่าสมุนไพรข้าง ๆ อาคารแพทย์แผนไทย  เภสัชเปรมกะจะให้เป็นสวนพักผ่อนไปด้วย  ก็ได้แนะนำว่าน่าจะให้หมอพื้นบ้านมาเดินดูและสำรวจร่วมกัน เท่าที่เห็นค่อนข้างโปร่งมากอยู่นะ

                5.ไปเป็นวิทยากรให้กลุ่มกำลังใจ เป็นงานสุขศึกษา

บทวิเคราะห์สำหรับหนองวัวซอ คึดนำ เฮ็ดนำ สนุกนำ สุขนำ