เรื่องเล่าจากคนทำงานแพทย์แผนไทย บริการแพทย์แผนไทย-โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์
8 เมษายน 2552 โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันการแพทย์ไทยจีนมาติดตามงาน ทำให้ระยะเวลาค่อนข้างเร่งรัด ที่ต้องกระชับ ซึ่งผู้มาพูดคุยคือมนตรี ใหญ่โสมานัง (เปี๊ยก) ทั้งนี้หัวหน้างานคือเภสัชณัฐศรันย์ ติดภารกิจเนื่องจากเป็นวันคลินิกเบาหวาน ดู 2 ประเด็น คือ ประเด็น QD2QP และ ประเด็น M-Spa
ประเด็น QD2QP
1.JSJD เรื่องของการควบคุมกำกับงานนั้นหัวหน้างานได้ให้คำปรึกษาพอประมาณ มีการหารือ แต่บางครั้งทีมหนุน หรือผู้อำนวยการก็หารือตรงมายังคนทำงานบริการให้รวบรวมข้อมูลการให้บริการ ซึ่งข้อมูลที่นำมารวบรวมนั้นมีความน่าสนใจ เพราะเห็นแนวโน้มของการให้บริการ (ไม่ถึงกับต้องใช้สถิติจ๋า) ที่นี่มีหมอนวดที่ได้ค่าตอบแทนจากเปอร์เซ็นต์ซึ่งทำให้ต้องบริหารหาคนไข้กลุ่มสวัสดิการเข้ามาให้มากขึ้น เพราะจากงบ สปสช.ที่ได้มีแนวโน้มว่าจะไม่เพียงพอ ได้ให้คำแนะนำว่าน่าจะจ้างประจำโดยทำโครงการของบไปยัง อบต.
2.การใช้แนวทางเวชปฏิบัติ และการจัดบริการนั้นการสื่อสารให้คนไข้ หรือคนมารับบริการยังไม่ทั่วถึง ทำให้มีคนไข้ที่อาจจะยังไม่เข้าใจระบบบริการเท่าที่ควรและมีการร้องขอการบริการที่อยู่นอกเหนือแนวทางเวชปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้เห็นว่าน่าจะต้องมีแผนงานรองรับ
3.การจัดการความเสี่ยงยังไม่ได้พูดถึงเท่าไร
ประเด็น M-Spa
1.ที่นี่ยังเน้นการสุขศึกษาอยู่คือการร่วมกับ PCU ในการสอนฤาษีดัดตน โดยเริ่มทำเมื่อ สิงหาคม 2551 กับ กันยายน 2551 2 เดือน 2 ครั้งเข้าไปใน 5 หมู่บ้าน แต่อาจจะเนื่องจากขาดความต่อเนื่องหรืออย่างไร หรือไม่ประสบความสำเร็จก็ได้งดกิจกรรมไป
สิ่งที่น่าสนใจที่พิบูลย์รักษ์นี้คือ มนตรีจะมีความคิดดี ๆ หลายครั้งที่มีการหารือกัน เช่น เตียงนวดแบบประยุกต์คานมาทำเป็นไม้กดนวดเพื่อทุ่นแรงของหมอนวด แต่อาจจะต้องไปดูเรื่องของการเป็นสุขสัมผัสหรือไม่ต่อไป หรือเรื่องของการสรุปผลการให้บริการ เช่น แพทย์สั่งกี่คน เบิกได้กี่คน จ่ายเองกี่คน ประกันสังคมกี่คน ทำให้เห็นสถานภาพการให้บริการ ประมาณว่า UC ครึ่งหนึ่ง เบิกได้ครึ่งหนึ่ง (จากข้อมูลตั้งแต่ต้นงบประมาณ 2552 มานะ)