น้องบุ๋ม อายุ ๑๒ ปี เป็นพี่สาวคนโต เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ส่วนน้องหยอง  เป็นเด็กชายอายุ ๗ ปีเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และมีน้องที่ยังไม่เข้าเรียนอีก ๒ คน เด็กทั้งคู่หน้าตาเศร้าหมอง เสื้อผ้าเก่า ดำ สกปรก ร่างกายซูบผอมกระโปรงหลุดลุ่ย กางเกงขาดวิ่น  เพราะชุดนอน ชุดเล่น ชุดมาโรงเรียนชุดเดียวกัน และไม่มีรองเท้าสวมใส่

       ตอนเช้าเข้าแถวเคารพธงชาติและกิจกรรมหน้าเสาธง  ครูเวรหรือครูประจำชั้นจะต้องมองเพื่อสำรวจหาน้องบุ๋มและน้องหยอง  กลัวจะขาดเรียน แรก ๆน้องบุ๋มจะขาดวันเว้นวัน หรือมาโรงเรียนสัปดาห์ละ ๒-๓ วัน เพราะต้องดูแลน้องเล็ก ๆ พ่อแม่ไปทำงานรับจ้างเป็นกรรมกรในไร่ บางวันก็ผลัดกันขาดกับน้องหยอง

      เมื่อมาโรงเรียนก็ซึมเซาเพราะไม่ได้ทานข้าวเช้า น้องหยองจะปวดท้องเป็นประจำ คุณครูจะดูแลให้ข้าวทาน  กลางวันทานข้าวที่โรงเรียน พวกเราจะแบ่งอาหารไว้วันละ ๑ อย่าง และแบ่งข้าวที่ยังไม่ได้ทาน ใส่ถุงให้น้องบุ๋มและน้องหยองไปทานที่บ้านในตอนเย็น 

      เสื้อผ้าที่เก่าหรือขาด  ครูจะสอนให้เย็บและซ่อมแซม ครูที่มีลูกจะพยายามนำของลูกมาให้ เมื่อมีผู้มาบริจาคครูจะเลือกให้น้องบุ๋มและน้องหยองมากกว่าเพื่อน  เผื่อแผ่ไปให้พ่อแม่และน้องเล็กด้วย  สบู่ ผงซักฟอกและยาสระผมคุณครูจัดหาให้เพราะไม่มีเงินซื้อ

      เมื่อเขาขาดเรียนบ่อย ๆ ก็ทำให้เรียนไม่ได้ คุณครูจะสอนพิเศษให้ ขอเพียงแค่อ่านออกเขียนได้ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย  ต่อมาภาคเรียนที่ ๒ น้องบุ๋มขาดโรงเรียนติดต่อกันหลายวัน  คุณครูประจำชั้นได้ไปเยี่ยมที่บ้าน ได้พบน้องบุ๋มเลี้ยงน้องเล็ก ๆ ๒ คน  บ้านเป็นกระท่อมอยู่กลางป่า 

       ภายหลังทางโรงเรียนได้ไปติดตามอีกหลาย ๆ ครั้ง เพื่อต้องการพบพ่อและแม่ของเด็กทั้งสอง  ทั้งพ่อและแม่ชอบดื่มสุราทุกวันเมื่อกลับมาจากทำงาน ได้เงินค่าจ้างมาเป็นค่าดื่มมากกว่าค่าอาหารของคนในครอบครัว พ่อแม่ของเด็กให้เหตุผลที่ไม่ยอมให้ลูกไปโรงเรียนว่า "ลูกของเขาไม่มีความจำเป็นต้องเรียนสูงนัก  จบชั้นอะไรก็จนเหมือนเดิม ถ้าให้ลูกไปโรงเรียนทุกวันพวกเขาอดตายใครจะรับผิดชอบ"

       แต่ละวัน..พวกเราครูโรงเรียนวิทยสัมพันธ์  จะรอคอยการมาโรงเรียนของน้องบุ๋มและน้องหยองเสมอ เมื่อเจอหน้ากันก็จะถาม "ใครสอนชั่วโมงแรกชั้น ป.๕ เห็นน้องบุ๋มมาโรงเรียนไหม" หรือไม่ก็โทรศัพท์ถามครูของน้องหยอง  ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเห็นน้องบุ๋มหรือน้องหยองก็จะบอกต่อ ๆ กันด้วยความดีใจและสบายใจไปหนึ่งวัน ภาพสถานการณ์ที่คุณครูลุ้นการมาโรงเรียนของเด็กสองคนก็เป็นความสุขอีกแบบของชาวเรา

      การจัดการของโรงเรียน  ประชุมปรึกษาหารือช่วยกันหาทางออก  โดยครูประจำชั้นให้การติดตาม แจ้งผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการสถานศึกษาช่วยติดตามประสานกับผู้ปกครอง ครูคิมมีหน้าที่จัดการระบบดูแล ให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น เช่นจัดสรรเงินทุนการศึกษา เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนที่ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เมตตาจิต