เมื่อเต่าถึงเส้นชัย


    

      

        "เต่า" เป็นฉายาที่เพื่อนๆในมหาวิทยาลัยตั้งให้ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ขัดเคือง
ที่เพื่อนๆ จะเรียกแทนชื่อเล่น  นั่นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการรู้จักตนเอง 
การยอมรับความเป็นตัวตน  ทำให้ดูเป็นปกติในสายตาของคนรอบข้าง 
ก่อให้เกิดความเข้าใจ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและให้อภัย  อย่างน้อยก็
ไม่มีใครคอยถือโทษโกรธเคือง
 

  

          ตอนเด็กๆ และช่วงเรียนประถมศึกษาลูกก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไป  
ไม่มีปัญหาอะไรโดดเด่นขึ้นมา  การเรียนก็ดีอยู่ (เก่งกว่าแม่ตอนเด็กๆ ซะอีก)
พอขึ้นชั้นมัธยมจึงเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง  ลูกไม่ค่อยจะมีความสุข
กับโรงเรียนใหม่สักเท่าไร  คุณยายคอยกำกับดูแลให้แต่งตัว กินข้าว ก่อนจะขึ้น
รถรับส่งไปโรงเรียน  มีบ่อยครั้งที่รถต้องคอยเพราะความชักช้าของลูก  

          ปัญหาการเรียนที่เกิดขึ้นครั้งแรกคือ ติด วิชาพระพุทธศาสนาเพราะ
ส่งงานไม่ทัน  ลูกบอกว่าครูเลื่อนเวลาส่งเร็วขึ้นก่อนกำหนด แต่ลูกกับเพื่อนอีก
 ๒-๓ คน ไม่ได้ยิน  แม่ฟังแล้วก็ตอบว่า
อ๋อเหรอ     พอดีช่วงนั้นกำลังเริมฮิต
โครงการค่ายคุณธรรม ครูก็เลยให้แก้
  โดยการเข้าค่าย  แม่จึงคิดเอาว่า
ฟ้ากำหนดให้ลูกได้เข้าวัดปฏิบัติธรรม (โห
! ลูกตัวเองไม่ผิดเลยนะเนี่ย)   
ลูกมีปัญหาติด "ร" มากที่สุดช่วง ม.๓  เพราะแก้ "ร" ไม่เสร็จตามกำหนด 
แม่ต้องคอยไปเป็นเพื่อนตามหาครู ทั้งโทรศัพท์หา  เข้าไปหาซึ่งก็เจอค่อนข้าง
ยากด้วยงานครูมันวุ่นวาย งานจริงก็แยะ งานจรก็เยอะ  อบรมก็บ่อย
ไปราชการก็นาน  เรื่องนี้แม่เข้าใจดีที่ซู้ด  สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้  
 แต่ว่าไม่สามารถออกไปเรียนต่อที่อื่นได้เพราะใบ ร.บ. ออกให้ไม่ทัน
(ฝ่ายวัดผลว่างั้นนะ)  วันปัจฉิมนิเทศลูกจึงไม่ได้ไปร่วมพิธี (โถ
! อุตส่าห์สอบ
เข้า ม.๑ ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง  เรียนไปเรียนมาจบชั้น ม.๓ เป็นคนสุดท้าย
ได้เกรดเกินครึ่งมาจิ๋วนึง เป็นไปได้ไงเนี่ย แม่งง
!)

 

          แม่เห็นว่าลูกน่าจะเรียนสายอาชีพดีกว่าจึงติดต่อวิทยาลัยเทคนิค
ไว้เสร็จสรรพแต่ก็แห้วเพราะ
นั่นล่ะ  แม่ก็คิดอีกว่าฟ้าคงกำหนดให้ลูกเรียน
อยู่โรงเรียนเดิมนี่แหละ พอจะเลือกสายใดก็มีปัญหาอีกแล้ว ด้วยวิชาหลักๆ
ทั้งหลาย ได้เกรดตั้งแต่ ๑-๔  ไม่รู้ว่าเก่งอะไรอ่อนอะไร สุดท้ายไม่มีทางเลือก
ต้องเรียนสายวิทย์อย่างเดียว  กว่าจะผ่านมัธยมต้นมาได้แม่ก็ลุ้นจนตัวโก่ง 
จะย้ายที่เรียนก็มีเหตุให้สะดุดจึงต้องทำใจยอมรับแต่โดยดี 

 

         ปัญหาแรกในมัธยมปลายคือ ลูกเลือกเข้าชมรมไม่ทัน ชมรมที่ชอบๆ
เล็งๆ เอาไว้ ก็มีคนสมัครเต็มไปแล้ว(คงจะชักช้ายืดยาดนั่นล่ะ) เหลืออยู่ชมรมเดียว
คือ ภาษาอังกฤษ ลูกบ่นว่าไม่ชอบ ไม่อยากอยู่ แม่ก็ปลอบลูกว่าอยู่ๆ ไปเถอะ
เขาให้ทำอะไรก็ทำไป  ผ่านไปสักพักลูกก็ยิ้มแป้นบอกแม่ว่าได้อยู่ชมรมคอมพิวเตอร์
แล้ว  ครูบอกว่าไถ่โทษที่ให้ติด
” วิชาคอมพิวเตอร์ ตอน ม.๓ เพราะลูกส่งงานแล้ว
แต่ครูลืมไป  จึงให้เข้าชมรมเป็นกรณีพิเศษ  แม่ฟังแล้วก็ตอบว่า
อ๋อเหรอ  
ฟ้าคงกำหนดอีกแล้วกระมัง   ลูกมีความสุขกับชมรมนี้มาก  ครูก็ช่วยเสริมความรู้
เป็นพิเศษ จนเข้าแข่งขันได้รางวัลชนะเลิศที่ ๑

 

          ช่วงมัธยมปลายมีให้ลุ้นอยู่บ้าง โชคดีที่ครูวางแผนเป็นระบบ จึงไม่มีปัญหา
เรื่อง
อีกแล้ว  ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนคงจะดีกว่าช่วงเรียนมัธยมต้น
มากมายนัก  ลูกดูจะสนิทใจและชื่นชมครูหลายท่าน  คนที่ลูกพูดถึงมากที่สุดคือ
ท่านรอง ผ.อ. และครูประจำชั้นที่มีลูกแฝด  ลูกเรียนสายวิทย์แต่ก็ชอบภาษาไทย
มากๆ  มีกิจกรรมของสาระภาษาไทยทีไรลูกก็ส่งผลงานเข้าประกวดเสมอ  และได้
รางวัลมาอวดแม่ทุกครั้ง มีแต่งคำขวัญบ้าง  เรียงความบ้าง  แต่งคำประพันธ์บ้าง  

 

          สามปีผ่านไป  ถูลู่ถูกังเรียนจนจบ ม.๖ มาแบบเฉียดฉิว (๑ กว่าๆ)
ลูกไม่คิดจะเอ็นทร้านเข้ามหาวิทยาลัยเพราะรู้ตัวเองดีว่าเข้าไม่ได้แน่นอน
คิดจะสอบที่เดียวคือ สอบเข้าสถาบันราชภัฎเท่านั้น  ซึ่งความคิดนี้มีมานาน
ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กอนุบาลแล้ว  เคยถามทุกๆ ปีว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร 
ลูกให้คำตอบเหมือนกันทุกปีว่า
อยากเป็นครู แม่ก็คิดว่าดีเหมือนกันนะ 
เรียนใกล้บ้านดี ดูท่าทางลูกก็สอนเก่ง สรุปความได้ดีเข้าใจง่าย และมีทักษะ
ในการถ่ายทอดความรู้ได้ดีทีเดียว  

 

         ปลายปีมีมหาวิทยาลัยเอกชนมาแนะแนว  ลูกเปลี่ยนความคิดกระทันหัน 
ตัดสินใจเลือกสถาบันไว้แห่งหนึ่ง และขอแม่ไปเรียนให้ได้  ทำเอาแม่งง
แกมแปลกใจ อาชีพครูที่ยืนกรานมาทุกปีหายวับไปกับสายลมซะแล้วหรือนี่  
เอาน่ะ ฟ้ากำหนดมาอย่างนี้อีกมั้ง  ดูลูกเต็มใจและมีความสุขที่สุดที่จะได้ไปเรียน
 ณ สถาบันแห่งใหม่นี้เหลือเกิน  (ฝ่ายแนะแนวคงมีทีมงานที่พูดโน้มน้าวเด็ก
ได้เก่งมาก ทำให้เขาประทับใจและมีความกระตือรือร้นที่จะไปแสวงหาสิ่งใหม่ๆ)

 

          หมือนกับฟ้าหลังฝน  อะไรๆ ก็ดูสดใสไปหมด  เรียนปี ๑ ภาคแรกผ่านไป
ลูกสอบได้เกรด ๓ กว่า  แม่ตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าลูกซะอีก  ลูกเองก็ไม่เคยคิดฝันว่า
จะทำได้ถึงขนาดนี้  ต้องยกความดีนี้ให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้  ขอขอบคุณคณาจารย์
ทุกท่านที่ขุดค้นความเก่งกาจของลูกออกมาได้ (หลังจากที่ถูกฝังไปเสีย ๖ ปี) 
ลูกมีความสุขในการเรียน และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น  ไม่เคยมีปัญหาติด

 อีกแล้ว (เหลือแต่ชักช้า เชื่องช้าจนเพื่อนให้ฉายา) 

 

          เต่าลูกแม่เรียนไปได้อย่างราบรื่นจนปีสุดท้ายมีเหตุให้แม่สุดแสนจะ
เป็นห่วง  ลูกกับน้องขี่รถแฉลบล้ม  ลูกเป็นคนขี่มีเด็กวิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน
จึงเหยียบเบรกอย่างเร็ว ทำให้รถหยุดกึก แฉลบล้มแล้วตัวลูกก็พุ่งหัวโม่งพื้น
นอนหมดสติ ชักดินชักงอบนถนน (คนน้องซึ่งบาดเจ็บเข่าถลอกเล่าให้ฟัง)
วันนั้นแม่กำลังอบรมอยู่ที่กรุงเทพฯ  รู้ข่าวแล้วก็แทบจะหมดสมาธิกับงานเลยทีเดียว
 
 
ลูกหยุดเรียนเกือบเดือนเพื่อรักษาตัว  กลับไปเรียนได้ไม่นานลูกก็ป่วยเป็นไข้หัด
อีก ๒ สัปดาห์  หมอให้อยู่คนเดียวห้ามเฝ้า  พอออกจากโรงพยาบาลไปเรียนได้
๓-๔ วัน เกิดปัญหาสายตามองไม่ชัด ก็สงสัยว่าสายตาเปลี่ยนจะไปตัดแว่นใหม่ 
วัดสายตาแล้วก็ยังเหมือนเดิม  กลับไปตรวจซ้ำก็ไม่มีอะไร  ช่วงนั้นว้าวุ่นที่สุด 
ลูกได้แต่ฟังเลคเชอร์อย่างเดียว  อ่านเขียนไม่ได้  เดินทางไปมาก็ลำบาก 
ขี่รถต้องเพ่งสายตามองดูทาง ขี่ไปช้าๆ  เต่าช้าอยู่แล้วยิ่งมางุ่มง่ามเพิ่มขึ้นอีก
ดีแต่ว่าเพื่อนๆ เข้าใจ (ขอบใจมากนะจ๊ะที่ช่วยประคับประคองเต่า)
 
แม่ลูกโทรหากันทุกวัน  แม่ก็โอมเพี้ยงส่งพลังไปตามสายลมประมาณ
๒ สัปดาห์ก็หายเป็นปกติ  ลูกดีใจมากและแม่ดีใจยิ่งกว่า  เฮ้อ
! โล่งอกไปที
ขอขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสากลโลก ทั้งจักรวาล

 

          ใกล้จบแล้ว มีเรื่องให้ลุ้นอีกจนได้  ลูกบ่นว่ากลัวติด P  โปรเจ็ค 
แม่ว่า P
 ดีสิ ผ่านแล้ว  ลูกว่าไม่ใช่ P ของที่นี่คือ ติด "ร"  อ๋อ งง! 
บรรยากาศเดิมๆ ชักจะลอยมาอยู่เบื้องหน้า  พูดให้กำลังใจลูกไปว่าติดก็แก้
ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน  แต่ลูกเกรงว่าใบ
transcript ออกมาจะไม่สวย

และไม่ได้เกียรตินิยม (แหม! หมั่นไส้จังนะ)  ช่วงก่อนส่งโปรเจ็คราวเกือบเดือน 
แม่คอยถามไถ่ความคืบหน้าอยู่ทุกวัน  วันไหนเขียนงานได้ลื่นไหลก็ดีไป 
วันไหนเขียนไม่ออกแม่ก็โอมเพี้ยงไปช่วยอีกแรง (ลุ้นรายวัน) จนถึงวันสุดท้าย
ลูกก็ยังทำไม่เสร็จ  แม่ปลอบใจไปว่าช่าง
Potato เถอะ  เอาไปให้อาจารย์ดู
เท่าที่มี  ปรากฏว่าทั้งรุ่นได้สอบอยู่คนเดียว แม่บอกลูกให้สบายใจ
ได้เลยนะ เราอยู่ฝ่ายเสียงส่วนใหญ่ไม่เป็นหัวเดียวกระเทียมลีบหรอก

             (ฮ่า
!....... เต่ามีเพื่อนเต่าหลายตัวแล้วล่ะ) 


ลูกไปขอสอบเป็นคนที่สอง  อาจารย์จึงทำเรื่องของดเว้น P
 เป็นกรณีพิเศษ 
เจ้าเต่าเลยยิ้มออก   "บ๊าย บาย
! เพื่อนกระต่าย  เต่าไปรอที่เส้นชัยก่อนนะ"
(แม่ว่าเองจ้ะ)

   

       และแล้ว เต่าต้วมเตี้ยมตัวนี้ก็คลานออกจากมหาวิทยาลัยเดิมไปสู่
มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ (ที่น้องชายเรียนอยู่)  ไปพบเจอกับเพื่อนใหม่ ป.โท อีก ๖ คน
ที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาคปกติ    เต่ารู้แล้วว่า
ยังมีเส้ยชัยรออยู่ข้างหน้าอีกเส้นหนึ่ง

                                                       

คำสำคัญ (Tags): #เต่า#เส้นชัย
หมายเลขบันทึก: 258802เขียนเมื่อ 2 พฤษภาคม 2009 17:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (12)

ตามมาอ่านเรื่องของพี่ มากำแพงแสน อีกเมื่อไรครับ แจ้งด้วยจะพาไปเลี้ยงข้าว

เสียดายจัง ปีนี้ไม่มีค่ายที่ ม.เกษตรเลย อดกินข้าวฟรี (ไม่มีลาภปาก)

พี่จึงไปปฏิบัติธรรม ๙ วัน ขอบุญกุศลนี้จงมีแก่อาจารย์ขจิตด้วยค่ะ

  • ยินดี กับเต๋าด้วยนะคะ  กับคุณแม่แสนดีด้วยค่ะ
  • เราผู้เป็นแม่ เห็นลูกขึ้นฝั่งได้ อย่างแข็งแรง  ก็มีความสุขมากๆๆนะคะ

ขอบคุณมากนะคะ  ที่เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

สวัสดีค่ะพี่อ้อย

  • วันนี้มีข่าวดีอีกค่ะ  หลานสาวได้เรียนที่ มช. คณะเดียวกับเต่าแต่ต่างสาขากัน
  • คุณยายดีใจมากที่หลานๆ ทั้ง ๓ คน ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน
  • ขอบคุณกับกำลังใจของพี่อ้อยค่ะ

ตามมาอ่านเรื่องเต่าค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ berger0123

  • ขอบคุณค่ะที่แวะมาเป็นกำลังใจให้เต่า

ตามมาอ่านค่ะ เต่าน่ารักมากในความคิดของครูต้อย แม่เต่ายิ่งสุดเก๋ทีเดียว จะติดตามงานข้อคิดดีๆเพื่อเจริญสติตามนะคะ

ขอถามค่ะ   

9 วันที่ปฏิบัติธรรม สนใจค่ะ และมีครอสอีกไหมคะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะครูต้อย

  • ขอบคุณค่ะที่มาเป็นกำลังใจให้เต่า
  • ปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ ไม่มีครอสค่ะ  ไปเมื่อไหร่ก็ได้

สวัสดีค่ะพี่นาย ตุ้มเองก็หายไปหลานเดือนเหมือนกันค่ะ ไม่ได้เข้ามาอ่าน มาเขียนเลย.....แต่ระลึกถึงพี่นายเสมอค่ะ......สบายดีค่ะไม่มีผลกระทบเรื่องไข้หวัดหมู เพราะตุ้มอยู่เมืองเล็ก ๆ ไม่ได้เข้าไปในชุมชนคนหนาแน่น แต่โรงเรียนก็ปิดสามอาทิตย์แน่ะค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจด้วยค่ะที่น้องเต่าไปถึงเส้นชัยในที่สุด.... อ่านแล้วทั้งเหนื่อยแทน ทั้งชื่นใจแทนค่ะ เป็นแม่คนนี่ไม่ง่ายเลยนะคะ ของตุ้มตอนนี้เก้าขวบ so far so good ยังไม่เจอปัญหาให้ปวดหัวค่ะ..... แต่น้องเต่าเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำแนะนำและพูดคุยให้คุณแม่รับรู้ถึงเรื่องราวอยู่ตลอดของ ก็น่าปลื้มใจตรงนี้นะคะ

...ขออนุโมทนาในการปฏิบัติธรรมของพี่นายค่ะ และขอบคุณที่เอาบุญมาฝากค่ะ 

สวัสดีค่ะน้องตุ้ม

ดีใจจัง ที่แวะมาหา รู้ว่าสบายดีก็โล่งใจค่ะ ขอให้ห่างไกลจากโรคาพยาธินะคะ

วันนี้เต่ากับน้องชายกลับไปเรียนที่ มช.แล้ว โรงเรียนพี่ก็เปิดมาก่อนหลายวัน ปีนี้เด็ก

เยอะขึ้น ห้องเรียนดูคับแคบไปเลย

  • ความฝันชั้นอนุบาลของเต่าเริ่มปรากฏเงาเลือนลาง เมื่อเต่าเอื้อนเอ่ยว่าถ้าเรียนจบจะไปสมัครทำงานที่.....
  • และเงาเริ่มปรากฏชัดขึ้นทุกที  เมื่อเต่าบอกว่าได้สมัครเป็นผู้ช่วยสอนแล้ว
  • ประสบการณ์วันแรก เต่าบอกแม่ว่า เพิ่งรู้ว่าเป็นครูนั้นเหนื่อยจัง
  • ได้ขึ้นแท่นสอนครั้งแรก เต่าก็ตื่นเต้นเพราะมีนักศึกษาเป็นร้อยๆ คน

  • ผ่านไป ๑ ปี เต่าก็มุ่งมั่นที่จะเรียนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แถมหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะสมัครเป็นครู TA ให้ได้ตั้งแต่ภาคเรียนแรกเลยทีเดียว
  • แม่ก็สนับสนุนเต็มที่เชียวล่ะ  อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ ให้เรียนรู้
  • อีกอย่างมันก็เป็นความฝันของลูกมาตั้งแต่เด็กอนุบาลแล้วนี่นา    
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี