เสาร์ก่อน  ได้มีโอกาส  ให้  เหล่า ทพ และ ทญ   ที่ รร Royal Cliff  ที่  โดน แดงบุกไล่ประชุม อาเซียน มาแล้ว

เท่าที่จำได้

เชื่อมโยง  Co-Initate  กันก่อน   คือ คุณปู่ ของผม ก็เป็น หมอฟัน  แบบโบราณ  ไหหลำ มาเอง  เครื่องมือต้องของ เยอรมัน เท่านั้น   และ  ลูกของพี่ชาย  กำลังเรียน ทันตะ ที่ มหิดล ูชื่อ "นายภัทร ภู่เจริญ"   ชื่อเหมือนๆ ผมเลย

 

หัวข้อบรรยาย น่าเป็น Life Balancing แต่  เวลามีแค่  1 ชม ครึ่ง    ...  เลย  บรรยาย เรื่อง DIalogue ให้ฟังดีกว่า

ผมเลยขอแซวว ่า  งานของคุณหมอ  หน้าห้องบรรยาย  มีแต่  ขายอุปกรณ์ทำงาน เครื่องมือประกอบอาชีพ  แต่  ไม่มี   เครื่องมือ "สอนจิต" เลย    ....  สงสัยทำงานกันเพลิน ...แต่  ก็มี หมอฟัน ที่สนใจธรรมะ คือ  ทพ สม .... The Secret

เราเรื่อง วิทยาศาสตร์ใหม่  New Science  ว่า  วิทยาศาสตร์ที่เราเรียนๆมา  เป็นสมัย Newton  เป็นแนวคิดแบบยุคอุตสาหกรรม    แต่ ตอนนี้ โลกเปลี่ยนไปแล้ว   เป็นแนวคิดใหม่   ดังนั้น อย่ามั่นใจว่า  สิ่งที่เรียนมาจะถูกต้อง  สนใจศาสนากันบ้างนะ  ....  วิทยาศาสตร์ยังค้นพบไม่ทั่ว ไม่รอบ ไม่ครบ ไม่ละเอียดพอ ฯลฯ  อย่าประมาท   ...  นักวิทยาศาสตร์ NASA และ ฝรั่ง    หันมาศึกษาทางพุทธมากขึ้น   เราอยู่เมืองพุทธ  แต่ ไปหลงกับ วิทยาศาสตร์เก่า

ตายแล้วไปไหน เกิดมาทำอะไร ...   วิทยาศาสตร์ยังตอบไม่ไ่ด้เลย

เรื่อง Dialogue  เป็น การฝึกดูจิต รู้เท่าทันความคิด ...  เป็นการค้นพบตนเอง  สร้างกำลังสติ  .... เป็นเครื่องมือบริหารสมัยใหม่ มากๆ    ...

หมอฟันที่เข้าใจ เรื่องธรรมะ   อาจจะสอน คนไข้   เรื่อง กายเจ็บใจอย่าเจ็บ    สอนให้ดูลมหายใจขณะโดนทำฟัน   สอนให้แยกจิตกับความคิด  ฯลฯ  

 

หมอฟัน ได้เปรียบ   เรื่ีอง  เคยเห็นภาษากาย ของคนไข้มาก่อน  เช่น    คนไข้ เจ็บ ปวด  ดูจากสีหน้า การเกร็ง ฯลฯ  ถ้า จะฝึก ธรรมะ  ในแนว จิตดูจิต  ..........  คุณหมอ ก็เพียงแค่  หัด ย้อนมาดูตนเอง  ยามโกรธ  กายของหมอเป็นอย่างไร   ยามกังวล ยามอยาก ยามไม่อยาก  ฯลฯ   นี่แหละ   คุณหมอ สามารถ บรรลุธรรม พ้นทุกข์  ขณะทำฟันได้เลย