วันนี้พี่ครูคิมโทรศัพท์มาอธิบายเรื่อง ร่วมเขียน ร่วมอ่าน Digital Divide  ซึ่งต้องสารภาพว่าไม่ได้อยู่ในความสนใจของครูอิงมาก่อนเลย พี่ครูคิมยังกรุณาบอกว่า บันทึก พืชผักสมุนไพรสายใยรักสายใยผูกพันของครูอิงก็ใช่ Digital Divide จึงต้องคลิ๊กกลับไปอ่านบันทึกของตัวเองอย่างทบทวน จึงเข้าใจว่า อ๋อ มันเป็นเช่นนี้

ดังนั้นครูอิงจึงเริ่มพิจารณาเรื่องนี้ จากสังคมเล็ก ๆ ในหมู่บ้านจัดสรรที่ครูอิงอาศัยอยู่ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คิดขึ้นมาทีไรแล้วเหมือนหัวใจกลัดหนอง ในบรรดาผู้หญิงในหมู่บ้าน ถ้าใช้ใบปริญญาบัตรวัดกันหล่ะก็ คงไม่มีใครเทียบครูอิงได้ แต่....เชื่อมั้ยว่าครูอิงมีความอ่อนด้อยในเรื่องของการพูดภาษาอังกฤษครูอิงรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ  ไม่ว่าจะเป็นชาวสิงคโปร์ อินเดีย เยอรมัน ที่มาใช้บริการบ้านเช่าของครูอิง

ยิ่งรู้สึกอ่อนด้อย และกลายเป็นปมด้อยมากยิ่งขึ้น เมื่อมีสาวไทยที่ชาวต่างชาติใช้บริการให้มาค้างคืน ซึ่งคุณเธอแทบจะไม่ได้เรียนหลักสูตรใด ๆ มาก่อนเลย แต่เจ้าหล่อนพูดภาษาอังกฤษคล่องมาก ข่าวว่าเคยเป็นสาวอะโกโก้มาก่อน

และบัดนี้การพูดภาษาอังกฤษคล่องของเจ้าหล่อน ทำให้เจ้าหล่อนสามารถถีบตัวเองขึ้นเป็นภรรยาของชาวต่างชาติ มีบ้านหลังใหม่ราคาเป็นล้าน  มีรถคันละเป็นล้าน เช่นกัน ทำเอาผู้คนในหมู่บ้านที่เคยดูถูกดูแคลน พูดจาถากถาง เสียดสี ไม่ให้เกียรติเธอหันกลับมาทำในสิ่งตรงกันข้ามแทน                                       

       ในซอยบ้านครูอิงมีทั้งฝรั่งมาเช่าบ้านอยู่และมีฝรั่งที่มีภรรยาเป็นคนไทย  ครูอิงจึงได้มีโอกาสศึกษาการพูดภาษาอังกฤษของคนเหล่านี้ เผื่อจะฝึกตัวเองได้บ้าง  ทำให้ทราบว่าการที่ครูอิงไม่สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษได้เป็นเพราะขาดความมั่นใจที่จะพูด และมัวคำนึงถึงหลักไวยากรณ์มากเกินไป เท่าที่สังเกตภรรยาฝรั่งพูดบางครั้งไม่ได้เป็นประโยคด้วยซ้ำ และใช้ท่าทางเป็นตัวช่วย  ดังนั้นช่วงใดที่มีโอกาสครูอิงจึงมักเข้าไปทักทายชาวต่างชาติเสมอ ๆชาวต่างชาติส่วนใหญ่พูดเร็วมากฟังไม่ค่อยทัน ต้องบอกให้เขากรุณาพูดช้าๆ

       สิ่งหนึ่งคิดว่าเป็นความเหลื่อมล้ำของการศึกษาคือการขาดครูผู้สอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษา  การออกสำเนียงของครูผู้สอนที่ไม่ได้จบด้านภาษาอังกฤษมากับคนที่จบด้านนี้โดยตรงจะต่างกันมาก  ที่กล่าวเช่นนี้เพราะครูอิงเคยต้องสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.5 ทั้งๆที่ครูอิงจบเอกภาษาไทยและเมื่อวันหนึ่งมีครูบรรจุใหม่จบเอกภาษาอังกฤษมาสอนแทนครูอิง  เมื่อฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษของเขาทำให้ทราบว่าสำเนียงที่ครูอิงสอนเด็กมานั้นมันผิด  เอาแค่การออกเสียง Number 1-10 ยังไม่ได้เรื่องเลย อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะคะเพราะเอาเข้าจริงเวลาไปฟังเจ้าของภาษาเค้าพูด จะฟังไม่ออก  ณวันนี้ครูอิงเริ่มมีความมั่นใจที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติมากขึ้นอย่างน้อยก็สื่อสารกับชาวต่างชาติที่มาเช่าบ้านครูอิงอยู่ได้(โดยเฉพาะเวลาทวงค่าเช่าบ้านค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อิ..อิ..อิ..)

       เมื่อทบทวนเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้ย้อนกลับไปอ่านบันทึกของสมาชิกบ้าน G2K ท่านหนึ่ง เคยบันทึกไว้เมื่อท่านเป็นสมาชิกใหม่ ๆ บันทึกของท่านไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกใหม่ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก  มีเพียงครูอิงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นคือบันทึกของนายวิโรจน์  พูลสุข บันทึกนี้ค่ะ  http://gotoknow.org/blog/be5000/224336 ครูอิงขออนุญาตนำบันทึกของท่านมาเผยแพร่อีกครั้ง คิดว่าท่านคงอนุญาต
                      

ถ้าบัณฑิตแน่ อย่าแพ้สาวอะโกโก้

 : หลักสูตรการศึกษาไทย  ตอนที่ 1

 :ทำไมบัณฑิตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

      ทำไมเด็กไทย...จบการศึกษาระดับปริญญากันเป็นโขยง ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริญญาตรี  ที่มีกันเกลื่อนกว่า200 มหาวิทยาลัยนำปริญญาบัตรไปปูพื้นไม่รู้ว่าจะถมประเทศไทยได้กี่เที่ยวหากวางตั้งซ้อนกันขึ้นไปบนอากาศโดยที่มันไม่ล้มลงมาซะก่อนเทวดาที่นอนเล่นบนดวงจันทร์ หรืออยู่บนสวรรค์ก็คงวุ่นวายกันไปทั่ว         เป็นเพราะการศึกษาในเมืองไทยก้าวไกลกว่าประเทศใดๆในโลกหรือ...เฮอะๆ...ฮะ....ฮ่าๆ....ฮ่าๆ....น่าสงสัย?? 

          บัณฑิตปริญญาตรีพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าสาวราตรีที่พัฒน์พงษ์ พัทยา  หรือว่าคนขับแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิแค่ไหน  น่าจะมีรายการทีวี"ถ้าบัณฑิตแน่ อย่าแพ้สาวอะโกโก้" ดูก็ได้ใครจะชนะมากกว่า   ที่กล่าวมาไม่ใช่ว่าจะดูถูกการศึกษาไทยหรอกนะ.....(อย่าบอกนะว่าไอ้ที่พูดได้น่ะ...มันไม่ถูกหลักไวยากรณ์เอาเป็นว่าพูดได้ไหม รู้เรื่องไหม...พอเข้าใจนะ หรือจะแก้ตัวว่าไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ ยิ่งแล้วใหญ่คนไทยสอบตกภาษาไทย เฮ้อ !!....อะไรกันนี่)

                                      

                             หลักสูตรการศึกษาไทยเป็นอย่างไร  ????

          คนจบช่างยนต์  ช่างกล  ก่อสร้างมา  ซ่อมรถ สร้างบ้านสู้พวกคนที่สอบตกจนต้องออกจากโรงเรียนได้หรือเปล่า  เด็กจบ ป.6 ไปอยู่อู่แค่ปีสองปี พอซ่อมรถได้  ฟังเสียงเครื่องยนต์บอกได้ว่าอะไรเสียแต่พวกเรียนมาสี่ห้าปี  ยังต้องรอให้มีประสบการณ์สะสมก่อน  แสดงว่าหลักสูตรการศึกษาไม่แน่กว่าหลักสูตรธรรมชาติประสบการณ์ศึกษาหรอกหรือ ???

        ปริญญาโท ปริญญาเอก (บางสถาบันบางหลักสูตร) ยิ่งแล้วไปกันใหญ่

"การศึกษา คือการลงทุนตอบแทนบุญคุณคณาจารย์ที่ท่านอุตส่าห์เสียสละเวลามาสอนหรือมีชื่อแปะไว้ ให้หลักสูตรดูดีมีราคาเพิ่มขึ้นให้ท่านมีรายได้แล้วมหาบัณฑิต....ก็เอาไปใช้เป็นใบการันตีว่าฉันมีความรู้กว่าคนค่อนประเทศ  อย่างนี้นะหรือ...??? คือการศึกษาไทยในยุคปฏิรูปการศึกษา

      เด็กไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นิสัยก้าวร้าว มัวเมาขาดสติปัญญาน่าเป็นห่วงการศึกษาไทยมากๆ  การศึกษาสร้างคน....(ไม่พอ !!)ต้องเป็น

                       "การศึกษาสร้างคนดีมีความรู้  คนดีมีความรู้คือผู้สร้างชาติ