ปกิณณกะ คือหมวดเบ็ดเตล็ด
อุปกิเลส คือ โทษเครื่องเศร้าหมอง 16 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
มลทินโทษ หรือพิษร้าย ที่เกาะกิน (ครอบงำ) จิตทำให้หม่หมอง เสื่อมเสีย
1. อภิชฌาวิสมโลภะ ความโลภอยากได้นั่นอยากได้นี่ แก้ด้วย ทาน จาคะ
2. โทสะ ใจเหี้ยมโหด มุ่งร้ายหมายชีวิต แก้ด้วย เมตตากรุณา พรหมวิหาร
3. โกธะ โกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว แก้ด้วย ขันติ เมตตาพรหมวิหาร
4. อุปนาหะ เคียดแค้น ผูกใจเจ็บ แก้ด้วย กายคตาสติ
5. มักขะ เนรคุณ มองข้ามความสำคัญของผู้ใหญ่ แก้ด้วย กตัญญูกตเวที
6. ปลาสะ จองหอง ยกตนข่มว่าเลิศเท่ากัน แก้ด้วย สัมมาคารวะ
7. อิสสา ริษยา ทนดูคนอื่นดีกว่าตนไม่ได้ แก้ด้วย มุทิตาพรหมวิหาร
8. มัจฉริยะ ตระหนี่ ใจแคบ สะสมไม่ใช้จ่าย แก้ด้วย มรณัสสติ
9. มายา เลห์เหลี่ยม ฉลาดแกมโกง แก้ด้วย สัจจะ
10. สาเถยยะ โอ้อวด คุยเขื่องวางโต แก้ด้วย วจีสุจริต
11. ถัมภะ กระด้าง ถือรั้น ดื้อด้าน แก้ด้วย โสวจัสสตา
12. สารัมภะ แข่งดี คนอื่นสู้ตนไม่ได้ แก้ด้วย อสุภกัมมัฏฐาน
13. มานะ ถือตัวจัด ทรนง แก้ด้วย นิวาต
14. อติมานะ ดูหมิ่นเหยียดหยาม แก้ด้วย อปจายนะ
15. มทะ หลงมัวเมา สำคัญผิดเป็นชอบ แก้ด้วย จตุธาตุววัฏฐาน
16. ปมาทะ เลินเล่อ เผลอพลั้งสติ แก้ด้วย เจริญกสิณ
โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ
ความหมาย ประเภทธรรม
องค์ ธรรมประกอบเป็นเครื่องตรัสรู้สัจธรรม
1. สติปัฏฐาน 4
2. สัมมัปปธาน 4
3. อิทธิบาท 4
4. อินทรีย์ 4
5. พละ 4
6. โพชฌงค์ 7
7. มรรคมีองค์ 8
คิหิปฏิบัติ
กรรมกิเลส คือ กรรมเครื่องเศร้าหมอง 4 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
พฤติกรรม ก่อความเสื่อมเสีย สร้างเวรภัย ไม่ควรประกอบ
1. ปาณาติบาต ฆ่าหรือทำลายสัตว์มีชีวิตถึงตาย
2. อทินนาทาน ลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นมาครอบครอง
3. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดจารีต ประเวณีทางกามารมณ์
4. มุสาวาท พูดเท็จ หลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อและเสียประโยชน์
อบายมุข คือเหตุเครื่องฉิบหาย 4 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
บ่อเกิดแห่งความวิบัติ จิตใจเสื่อม ครอบครัวล่มจม ไม่ควรประพฤติ
1. ความเป็นนักเลงหญิง ประพฤติตนเป็นคนยเจ้าชู้ เสเพลมั่วอยู่กับรักๆ ใคร่ๆ
2. ความเป็นนักเลงสุรา มั่วสุมกับของมึนเมา และสิ่งเสพติดให้โทษ
3. ความเป็นนักเลงเล่นการพนัน หมกมุ่นเล่นการพนัน แบบผีสิง
4. ความคบคนชั่วเป็นมิตร สนิทเชื้อ และถูกชักจูงทำชั่วทุจริต ตามเพื่อนเลวๆ
ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
บทบาทในทางสร้างความสำเร็จ และมั่งคั่งแห่งชีวิต ในปัจจุบัน หัวใจเศรษฐีก็เรียก
1. อุฏฐานสัมปทา เพียรเอาจริงเอาจัง ในการศึกษาเลี้ยงชีพ ธุรกิจ ทุกอย่าง
2. อารักขสัมปทา คุมภารกิจมิให้บกพร่อง ประหยัดและคุ้มครองทรัพย์สิน
3. กัลยาณมิตตตา เลี่ยงหลบคนชั่ว ปลูกมิตรกับคนดี
4. สมชีวิตา จับจ่ายเลี้ยงชีพและครอบครัว พอควรแก่รายได้และเท่าที่จำเป็น
สัมปรายิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ภายหน้า 4 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
คุณสมบัติหลักในทางสะสมขุมทรัพย์ คือ บุญ ความสุขและมรรคผลภายหน้า
1. สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา เชื่อมั่นหลักธรรม เชื่อกฎของกรรม
2. สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล ประพฤติชอบด้วยกายวาจา
3. จาคสัมปทา ถึงพร้อม้ด้วยบริจาค น้ำใจเสียสละ เกื้อกูลผู้อื่นให้มีความสุขสบาย
4. ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา จิตสำนึกผิดชอบชั่วดี รู้ปรัชญาชีวิตเจนจบ
มิตรปฏิรูป คือ คนเทียมมิตร 4 จำพวก
ความหมาย ประเภทธรรม
คนที่มิใช่มิตรแท้ ผู้ไม่มีความจริงใจ ไม่ควรคบใกล้ชิด มีลักษณะต่างๆ
1. คนปอกลอก ทำตีสนิทให้วางใจ ปลิ้นปล้อน
2. คนดีแต่พูด กำนัลด้วยลมปากหวานหว่านล้อม
3. คนหัวประจบ ทำโอนอ่อนใจเลี้ยวลด ใจคดปากซื่อ
4. คนชักชวนทางฉิบหาย ชักจูงให้หลงผิดจนเสียตัวเสียคน
ลักษณะของคนปลอกลอก 4
1. คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
2. เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรีบทำกิจของเพื่อน
3. เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก
4. คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว
ลักษณะของคนดีแต่พูด 4
1. เก็บเอาของล่วงแล้วมาปราศรัย
2. อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย
3. สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
4. ออกปากพึ่งมิได้
ลักษณะของคนหัวประจบ 4
1.จะทำชั่วก็คล้อยตาม
2. จะทำดีก็คล้อยตาม
3. ต่อหน้าว่าสรรเสริญ
4. ลับหลังตั้งนินทา
ลักษณะของคนชักชวนในทางฉิบหาย 4
1. ชักชวนดื่มน้ำเมา
2. ชักชวนเที่ยวกลางคืน
3. ชักชวนให้มัวเมาในการละเล่น
4. ชักชวนเล่นการพนัน
มิตรแท้ 4 จำพวก
ความหมาย ประเภทธรรม
เพื่อนแท้ที่มีความปรารถนาดี มีน้ำใสใจจริง รักเพื่อนเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตตน
1. มิตรมีอุปการะ ยามเดือดร้อนอาศัยได้ คราวลำเค็ญก็เกื้อหนุน
2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ น้ำใจซื่อเปิดเผย เข้าถึงใจกัน เสียสละแทนกันได้
3. มิตรแนะประโยชน์ ตักเตือนมิให้หลงผิด ปลุกปลอบให้ตั้งตนไว้ชอบ
4. มิตรมีความรักใคร่ เสมอต้นเสมอปลาย รักและภักดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ลักษณะของมิตรมีอุปการะ
1. ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
2. ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
3. เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้
4. เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก
ลักษณะของมิตรร่วมสุข ร่วมทุกข์ 4
1. ขยายความลับของตนแก่เพื่อน
2. ปิดความลับของเพื่อนไม่ให้แพร่งพราย
3. ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ
4. แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้
ลักษณะของมิตรแนะประโยชน์ 4
1. ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว
2. แนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี
3. ให้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
4. บอกทางสวรรค์ให้
ลักษณะของมิตรมีความรักใคร่ 4
1. ทุกข์ๆด้วย
2. สุขๆ ด้วย
3. โต้เถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน
4. รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน
สังคหวัตถุ 4
ความหมาย ประเภทธรรม
สังคหวัตถุ คือ ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ ธรรมสำหรับผูกไมตรีเป็นจรรยาบรรณ ด้าน มนุษยสัมพันธ์
เกิดเสน่หานิยม ชนะใจคน ครองใจคน
1. ทาน แจกจ่ายแก่คนยากจน คนประสบภัยพิบัติต่างๆ และบริจาคเพื่อกุศลสงเคราะห์
2. ปิยวาจา พูดจานุ่มนวล อ่อนหวาน
3. อัตถจริยา สงเคราะห์ผู้ขัดสน และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
4. สมานัตตตา วงตนเหมาะแก่สิ่งแวดล้อม ไม่ถือตัว
คุณภาพ ผลประโยชน์
1. สร้างความผาสุกแก่เพื่อนมนุษย์ ส่งเสริมเศรษกิจสังคมให้คล่องตัว
2. สร้างความเยื่อใยไมตรีจิตกระชับมนุษย์สัมพันธ์
3. อนุรักษ์สวัสดิภาพ วัฒนธรรม เพิ่มเกียรติคุณเพื่อตนและประเทศ
4. เป็นตัวอย่างที่ดี น่าเคารพ สรรเสริญ
สุขของคฤหัสถ์ 4
ความหมาย ประเภทธรรม
ความสุขคือสิ่งที่ก่อให้เกิดความอิ่มใจ และสะดวกเยี่ยงในชีวิตของสามัญชนที่เป็นคฤหัสถ์
1. สุข เพราะมีทรัพย์มั่งคั่ง ร่ำรวยโภคสมบัติ มีกินมีใช้
2. สุข โดยใช้ทรัพย์บำรุงเลี้ยงตน ครอบครัว ใช้เป็นประโยชน์
3. สุข เนื่องจากโปร่งใจ ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใคร
4. สุข ที่มีอาชีพสุจริต ปราศจากพิษปลอดภัย
ความปรารถนาของบุคคลในโลก ที่ได้สมหมายด้วยยาก 4 อย่าง
1. ต้องการกอบโกย ร่ำรวย หรือมั่งคั่งแก่ตน (ลาภ)
2. ปรารถนาให้ตัวเองและญาติมิตรมีตำแหน่งหน้าที่ดีเด่น (ยศ)
3.หวังให้ชีวิตผาสุก ยั่งยืน เพื่อครองทรัพย์สิน (ผาสุก)
4. หมายชมสมบัติมากมียิ่งกว่านี้ ถ้าจะต้องพรากไป (สวรรค์)
ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานได้ เพราะสถาน 4
ความหมาย ประเภทธรรม
ครอบครัว คือ ตระกูสล จะดำรงความั่งคั่งยั่งยืนนานต่อไปได้ คือจะไม่เสื่อมละลาย เพราะแก้ไขความบกพร่อง คือ
1. ติดตามหาของตนที่คนหยิบยืมไปเอาคืนกลับมา หรือที่หายไปมาคืนที่เดิม
2. เก็บรักษาของใช้ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และสะอาดเสมอ
3. จ่ายซื้อของใช้ของกินเท่าที่จำเป็น และเหมาะสมแก่อัตภาพ
4. ผู้เป็นพ่อบ้านแม่เรือน คือ ผู้นำครอบครัว มีคุณสมบัติผู้ดี และอบรมมาเรียบร้อยแล้ว
ธรรมของฆราวาส 4
ความหมาย ประเภทธรรม
ชีวิตชาวบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข และรุ่งโรจน์มั่นคงเหมือนเรือนสวรรค์ เพราะคุณธรรม คือ
1. สัจจะ น้ำใจสัตย์ซื่อ จริงใจ และจงรักภักดีซึ่งกันและกัน
2. ทมะ ข่มจิต ยับยั้งชั่งใจ ปรับอารมณ์โดยนึกเอาใจเขามาใส่ใจเรา
3. ขันติ อดทนสู้ในการประกอบสัมมาชีพ อดทนต่ออุปสรรค และอดกลั้นสิ่งสะเทือนใจ
4. จาคะ เอื้อเฟื้อแบ่งปันสิ่งของ อดออมถนอมใจ ให้สลัดอารมณ์ที่คั่งค้างให้หมด
ปัญจกะ
ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ 5 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
การใช้จ่ายที่ถูกต้องตามระบบเศรษฐกิจแบบพุทธ จะต้องถือประโยชน์และความจำเป็น เป็นสำคัญ คือ
1. ใช้จ่ายให้ความสุข แก่ตน คนในครอบครัว และผู้อาศัย
2. เลี้ยงมิตรสหาย และเพื่อนร่วมงาน ให้อิ่มหนำสำราญ
3. ป้องกันภัยพิบัติ และบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ
4. สงเคราะห์ญาติ ต้อนรับเพื่อนบ้าน ทำบุญบริจาค เสียภาษีอากร
5. อุปถัมภ์พระสงฆ์ บำรุงวัด และกุศลสงเคราะห์สาธารณประโยชน์
ศีล 5
ความหมาย ประเภทธรรม
เจตนางดเว้นการประพฤติมิชอบทางกายและวาจาประจำตลอดชีพเรียกว่าศีล สำหรับคฤหัสถ์ทั่วไปควรถือศีล 5 คือ
1. ไม่ฆ่าคนและสัตว์มีชีวิตให้ถึงตาย มีเมตตาปรานี
2. ไม่ลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น มีน้ำใจโอบอ้อมเสียสละ
3. ไม่ร่วมการผิดประเวณีและกฏหมาย ยินดีแต่คู่ครองของตน
4. ไม่พูดเท็จ หลอกลวง ซื่อสัตย์
5. ไม่ดื่มเครื่องดองของมึนเมาและสิ่งเสพติด มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
มิจฉาวณิชชา คือ การค้าขายไม่ชอบธรรม 5 อย่าง
ความหมาย ประเภทธรรม
อาชีพซื้อขายเฉพาะสินค้าที่ตะขิดตะขวงใจ ชาวพุทธไม่ควรดำเนินการคือ
1. ค้าขายเครื่องประหาร ศัสตรา อาวุธ หอก ดาบ ปืน ระเบิด และเครื่องดักจับสัตว์
2. ค้าขายคนโดยบังคับใช้งานเยี่ยงทาส และขายหญิงค้าประเวณี
3. ค้าขายสัตว์มีชีวิต เพื่อฆ่าปรุงเป็นอาหารบริโภค
4. ค้าขายของมึนเมาประเภทสุรายาเมา และสิ่งเสพติดให้โทษ
5. ค้าขายยาพิษ ยาเบื่อ อุปกรณ์สำหรับทำลายชีวิตสัตว์และแมลง
สมบัติของอุบาสก 5 ประการ
ความหมาย ประเภทธรรม
เอกลักษณ์ คือ คุณสมบัติพิเศษของชาวพุทธ ทั้งอุบาสก และอุบาสิกา คือ
1. เปี่ยมด้วยศรัทธา เชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธศาสนา เชื่อกฎแห่งกรรม
2. มีศีลบริสุทธิ์ เคร่งครัดไม่ละเมิดผิดศีลทั้งทางกาย และวาจา
3. เชื่อแน่ว่าโชคลาภหรืออาภัพเพราะอำนาจกรรม มิใช่เทวดาบันดาล
4. ไม่รวนเรแส่หาที่พึ่งทางใจนอกจากพุทธศาสนา
5. ประพฤติคงที่ตามหลักพุทธศาสนา
ฉักกะ ทิศ 6
ความหมาย ประเภทธรรม
จุดสัมพันธ์แห่งหน้าที่พลเมืองดีแต่ละหน่วย ตามแบบฉบับชาวพุทธ คือ
1. พ่อแม่ คือ ผู้ที่ลูกรู้จักและใกล้ชิดก่อนใครหมด ชื่อว่าตรงหน้า
2. อาจารย์ หรือ ครู ผู้อบรมและสั่งสอน ชื่อว่าขวามือ
3. ภรรยาและบุตรธิดา ติดตามมาภายหลัง จำต้องเลี้ยงดู ชื่อว่าเบื้องหลัง
4. มิตร เพื่อนสนิทที่ร่วมเรียนร่วมงาน ชื่อว่าซ้ายมือ
5. บ่าว คนรับใช้ กรรมกรรับจ้าง ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ชื่อว่าเบื้องล่าง
6. สมณพราหมณ์ นักบวชบำเพ็ญพรตพรหมจรรย์ ชื่อว่าเบื้องบน
1. หน้าที่อันบุตรธิดาต้องทำต่อพ่อแม่ 5 คือ
เลี้ยงดูด้วยอาหารและเอาอกเอาใจ ทำงานแทนเมื่อตนสามารถ
รักษาจารีตประเพณีของสกุลไว้ ประพฤติเป็นทายาทน่าวางใจ
ทำบุญอุทิศกุศลให้ตามโอกาส
พ่อแม่อนุเคราะห์บุตรธิดา 5 คือ
ป้องกันมิให้หลงผิดเสียคน ปลูกฝังนิสัยดีงาม
ส่งเสริมให้ศึกษาและรู้จักเลี้ยงชีพ หาคู่ครองที่เหมาะสมให้
มอบทรัพย์มรดกให้
2. หน้าที่ศิษย์พึงปฏิบัติต่ออาจารย์ 5 คือ
เอาใจใส่คอยต้อนรับ คอยรับใช้อยู่ใกล้ชิด
เชื่อฟังและว่าง่าย ปรนนิบัติและช่วยทำกิจท่าน
ตั้งใจเรียนโดยเคารพอ่อนน้อม
ครูอาจารย์สนองน้ำใจศิษย์ 5 คือ
อบรมให้วางตนอ่อนน้อม สอนจนเกิดความสันทัดจัดเจน
ชี้แจงให้รู้แจ้งปฏิบัติตามได้จริง ให้กำลังใจจนผลงานดีเด่น
ฝากฝังให้แสดงผลงานตามสถาบันต่างๆ
3. หน้าที่สามีต่อปฏิบัติต่อภรรยา 5 คือ
ยกย่องให้ภรรยามีหน้าที่ในสังคม ไม่หยามเหยียดหรือทำให้สะเทือนใจ
ทะนุถนอมรักใคร่ให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่น มอบให้ภรรยารับผิดชอบการเรือนเต็มที่
ให้เครื่องประดับและอาภรณ์
ภรรยาสนองตอบสามี 5 คือ
จัดแจงควบคุมกิจการภายในบ้านเรียบร้อย อุดหนุนเครือญาติของสามีมิให้แหนงใจ
เอาใจรักและภักดีไม่จืดจาง สะสมทรัพย์สินเศรษฐกิจมั่นคง
ทำภารกิจหนักเบาทุกประเภทด้วยความฉลาดปราดเปรียว
4. เพื่อนพึงปฏิบัติต่อมิตร 5 คือ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พูดจาปลอบใจ ปราศรัยจูงจิต
ร่วมแรงร่วมใจทำงานให้จนสำเร็จ วางตนเป็นกลางและเสมอต้นเสมอปลาย
มีจิตซื่อสัตย์และปรารถนาดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง
มิตรสนองตอบเพื่อน 5 คือ
ป้องกันมิให้เพื่อนถูกชักชวนหลงทำผิด คุ้มครองลูกเมียและสมบัติให้ปลอดภัย
ปลุกปลอบเป็นที่พึ่ยามว้าเหว่เดือดร้อน สุขก็เคียงไหล่ ยากไร้ก็กอดคอกัน
นับถือญาติของเพื่อนเหมือนญาติสนิทของตน
5. นายจ้างถึงอนุเคาระห์ผู้รับจ้าง 5 คือ
มอบหมายงานให้เหมาะแก่วัยและกำลังความสามารถ เฉลี่ยของกินและของใช้ เป็นรางวัล
มีสวัสดิการสงเคราะห์ยามเจ็บป่วย แจกของกำนัลและของขวัญแปลกๆ บ้าง
ปล่อยให้เที่ยวเตร่ผ่อนคลายอารมณ์ในงานเทศกาลพิเศษ
ผู้รับจ้างพึงสนองน้ำใจนายจ้าง 5 คือ
ความขะมักเขม้นเริ่มงานก่อนนายจ้างเสมอ ตรวจงานเรียบร้อยแล้วเลิกงานทีหลัง
ซื่อตรงไม่ยักยอกกินเศษกินเลย แก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติให้รุดหน้าอยู่เสมอ
แพร่เกียรติคุณของนายจ้างและกิจกรรมของวงงานให้รู้ทั่วถึง
6. ศาสนิกชนพึงอุปถัมภ์สมณพราหมณ์ 5 คือ
แสดงน้ำใจเคารพยำเกรงด้วยกิริยามารยาทเรียบร้อย พูดจาปราศรัยถ่อมตน นอบน้อม
เชิดชูบูชาด้วยน้ำใสใจจริง ยินดีเชื้อเชิญสู่บ้านเรือนตลอดเวลา
อุปภัมภ์สิ่งบริโภคใช้สอยและบำรุงสถาบันให้มั่นคง
สมณพราหมณ์ควรอนุเคราะห์สนองต่อศาสนิกชน 6 คือ
สั่งสอนมิให้หลงทำทุจริตผิดศีลธรรม ชักจูงนำทางในทางประพฤติชอบ
หมายส่งเสริมให้ก้าวหน้าเจริญสุขด้วยใจจริง แนะแนวดำเนินชีวิตใหม่และแปลกเสมอ
ชี้แจงย้ำบ่อยๆ ให้เข้าใจชัด จูงใจให้ทำดีมีความสุขก้าวหน้ายิ่งขึ้น
อบายมุข คือเหตุเครื่องฉิบหาย 6
ความหมาย ประเภทธรรม
เหตุใกล้ต่อความเสื่อม ไร้ความเจริญรุ่งเรือง ไม่ควรประกอบ
1. ดื่มของมึนเม