หมู่บ้านที่ฉันอยู่เป็นบ้านจัดสรร  ทุกครอบครัวเป็นข้าราชการและข้าราชการส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่คือครู  ฉันอยู่ซอย ๔ ตัดกับซอย ๒  บ้านฉันจึงอยู่สามแยก  ทำให้มีเพื่อนบ้านทั้ง ๒ ซอย มีบ้านอยู่ ๑๘ ครอบครัว ที่สามารถไปมาหากันได้บ่อย ๆ

       แต่ที่ใกล้ชิดกันคือครอบครัวของข้าราชการบำนาญ  ภรรยาของข้าราชการบำนาญผู้นี้มีน้ำใจงาม  พูดตรงไปตรงมาบางครั้งก็น่ากลัว ปัจจุบันอายุ ๕๐ ปี แต่ได้เรียนหนังสือแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เพราะแม่เสียชีวิต อยู่กับพ่อที่ยากจนและมีพี่น้องอีกหลายคน ต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยพ่อทำนา 

     เพื่อนบ้านคนนี้สารภาพกับฉันเสมอว่าอยากอ่านหนังสือได้ อยากคิดเลขเป็น อยากรู้ภาษาอังกฤษ  เมื่อมีโอกาสจึงพาเขาไปสมัครเรียน กศน.และรับปากว่าจะช่วยสอนการบ้าน 

     แต่ละวันเพื่อนบ้านคนนี้จะมาปลุก มาตามฉันให้ไปทานข้าวเสมอ ๆ รวมทั้งหาข้าวปลาอาหารให้ฉันไปทานที่โรงเรียน  และฉันก็ตอบแทนคุณงามความดีของเขาโดยการพาเขาไปในที่ต่าง ๆ ที่เขาไปได้ ไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ ไปทานอาหารและไปดูหนัง  ฉันสอนให้เขาอ่านปริมาณ คุณภาพของผลิตภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ นำมาเปรียบเทียบกับราคาก่อนตัดสินใจซื้อ อย่างไหนคุ้มค่า อย่างไหนสูญเปล่ารวมทั้งคุณและโทษภัยของการรับประทานอาหารบางอย่าง 

    บางเวลาหาโอกาสอ่านหนังสือให้เขาฟัง  เมื่อเขาติดใจเขาจะขอยืมฉันอ่านเอง  บางครั้งเขาใช้คำภาษาต่างประเทศ  ฉันได้อธิบายความหมายและบริบทที่ต้องใช้ให้เขาเข้าใจ ทำให้เลือกใช้คำภาษาต่างประเทศได้เหมาะสม และพยายามหาหนังสือที่คาดว่าเขาจะชอบเช่นชีวิตรัก ชีวิตจริงและคุ่สร้างคู่สม ฉันได้บอกร้านค้าให้นำมาส่งให้และฉันเป็นคนจ่ายตังค์ค่าหนังสือทั้งหมด

      ปัจจุบันเขาเขาชอบหนังสือของอยู่ ๒ เล่มที่อ่านแล้วอ่านอีกคือ "อัจฉริยะบนทางสีขาว" ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา และ "อัจฉริยะสร้างได้"ของวนิษา เรซ  เพราะฉันอ่านบางตอนให้เขาฟัง  เขาสามารถเล่าเรื่องคนไทยในองค์การนาซาและท่านไสบาบาให้คนอื่นฟังได้  และกำลังสนใจ Secret ที่ฉันอ่าน และมาขอยืมบ้างแล้ว 

       นอกจากนี้ฉันได้เอาชนะในการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในการบริโภค การใช้จ่ายอย่างประหยัด คุ้มค่า และการดูแลข้าวของเครื่องใช้  ให้หันมานิยมไทยและช่วยกันลดภาวะโลกร้อน การรับใช้สังคมและการมีจิตสาธารณะ และรู้จักใช้คำพูดอย่างมีกาละเทศะมากขึ้น เขาบอกว่าสมัยหน้าจะไปสมัครเป็นสมาชิก อบต. ฉันยินดีสนับสนุน

       อีกคนหนึ่งอายุประมาณ ๓๐ ปี  พ่อแม่พาไปอยู่ในป่า ไม่มีโรงเรียน พ่อน้องหลายคนก็ไม่มีใครได้เข้าโรงเรียน  ตอนแรกฉันไม่ทราบว่าเขาอ่านหนังสือไม่ได้  ส่งเอกสารให้  เขาบอกให้ฉันอ่านให้ฟัง ภายหลังสามีพาไปเรียน กศน.โครงการผู้ไม่รู้หนังสือ ปัจจุบันอ่านได้แต่คำง่าย ๆ เขียนตามได้ทุกตัว อ่านอักษรภาษาอังกฤษได้ คิดเลขบวกและลบเป็น คิดในใจเกี่ยวกับการซื้อขายหรือทอนเงินได้

      ฉันไม่มีเวลาคลุกคลีเหมือนกับรายแรก  แต่เมื่อมีโอกาสฉันจะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องค่านิยมในการบริโภค การใช้จ่ายอย่างประหยัด คุ้มค่า และการดูแลข้าวของเครื่องใช้  ให้หันมานิยมไทย  การดูแลคนในครอบครัว การสั่งสอนอบรมลูก ๆ และช่วยกันลดภาวะโลกร้อน การรับใช้สังคมและการมีจิตสาธารณะ  

       ฉันจะนำโน้ตบุคต่อมือถือ  ให้เขาเรียนรู้ความสำคัญในการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์และ Internet  ทำให้เขารู้ว่า..ความรู้มีอยู่ทั่วไปอย่างไร้ขอบเขตไม่หยุดนิ่งเหมือนอย่างที่คิด