|
|
|
|
|
วัดใหญ่ชัยมงคลกับเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา
|
|
|
|
|
|
ชาวพุทธ
ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง การเข้าวัดไหว้พระฟังเทศน์
ฟังธรรมถือเป็นเรื่องดี และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น
ตามคติความเชื่อควรเข้าวัดไหว้พระ
9 วัด เพราะว่านี่คือการทำบุญครั้งใหญ่
แน่นอนว่าการไหว้พระไม่จำกัดว่าจะต้องไปที่วัดไหน
จะเข้าวัดไกลบ้าน วัดใกล้บ้านก็ตามแต่ศรัทธา
แต่ว่าถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น(อีกแล้ว)
สำหรับคนที่มีเวลาการไหว้พระ 9 วัด แบบตามสูตรมหามงคล
ถือว่าสุดยอ
และเมื่อต้องการไหว้พระ 9 วัด
แต่ละจังหวัดต่างก็มีวัดเด่นดังให้ไหว้แตกต่างกันออกไป
แต่ที่กิ๊บเก๋ยูเรก้า ก็เห็นจะเป็นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เพราะที่นี่มีกิจกรรม “ไหว้พระ 9
วัด” จาก 33 วัด
ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม
2548
ใครเข้าร่วมกิจกรรมก็จะได้ หนังสือเดินทาง
“อยุธยามหามงคล”
ซึ่งผ่านพิธีพุทธาภิเษกเพื่อความเป็นสิริมงคล
แต่ว่าก็ต้องจ่ายเงินเพื่อความเป็นมงคลด้วยเล่มละ 9 บาท
และเมื่อใครไปไหว้พระวัดใดใน 33 วัดที่กำหนด
ก็จะได้เครื่องหมายประทับตรา เมื่อครบ 9 วัด
สามารถนำไปรับเหรียญอยุธยามหามงคลรุ่นทองแดง 1 เหรียญ
ส่วนใครมีที่มีศรัทธาล้นเหลือและมีเวลาไหว้พระครบ 33 วัด
ก็สามารถไปรับเหรียญอยุธยามหามงคล รุ่นเหรียญทองได้ 1
เหรียญ
 
|
|
|
|
|
|
หลวงพ่อโต หรือซำปอกงที่วัดพนัญเชิง
|
|
|
|
|
สำหรับข้าพเจ้าถือว่าการนำตราประทับไปรับเหรียญเป็นกุศโลบายที่จะดึงคนให้ไปเที่ยววัดมากขึ้น
แต่กับคนที่ศรัทธาอยู่ที่ใจ ไปไหว้พระวัดไหน
ได้เหรียญหรือไม่ได้เหรียญหาใช่สิ่งสำคัญไม่
เอาหละเมื่อจะไหว้พระแล้วก็อย่ารอช้าอยู่ใย
ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วเดินเข้าวัดไหว้พระตามสูตรมหามงคลเมืองอยุธยากันดีกว่า
โดยพระ 9 วัดที่ข้าพเจ้าไหว้นี้
เป็นเพียงหนึ่งสูตรไหว้พระอยุธยามหามงคล
ซึ่งใครที่มีสูตรไหว้พระ 9 วัด
ที่แตกต่างก็สามารถไปไหว้กันได้ตามสะดวก
เริ่มกันที่วัดแรก
“วัดใหญ่ชัยมงคล”วัดนี้เดิมชื่อ“วัดป่าแก้ว”สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ
พ.ศ. 1900 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
และในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ.2135
ได้มีการสร้าง“พระเจดีย์ชัยมงคล”ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศที่ได้ชัยในการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี
พร้อมกับพระราชทานนามว่า “วัดชัยมงคล”
แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล”
เพราะมีเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในอยุธยามองเห็นโดดเด่นแต่ไกล
เมื่อไปวัดใหญ่ฯก็อย่าลืมเข้าไปไหว้
“พระพุทธชัยมงคล”
ที่เป็นพระประธานของวัด
ซึ่งว่ากันว่าใครใครที่ไหว้พระวัดนี้จะมีมงคล
สมดังชื่อวัดแถมยังจะมีหน้าที่การงานใหญ่โต
สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆได้โดยง่าย
จริงเท็จแค่ไหนต้องไปพิสูจน์
วัดที่สอง“วัดพนัญเชิงวรวิหาร”
วัดนี้อยู่ใกล้ๆกับวัดใหญ่ฯ
เชื่อว่าใครที่มาไหว้วัดนี้จะทำมาค้าขึ้น รุ่งเรืองด้านพาณิชย์
เดินทางปลอดภัย
โดยในตำนานระบุว่าวัดพนัญเชิงเป็นวัดที่สร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยา
มี“พระเจ้าพนัญเชิง”
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า
“หลวงพ่อโต”
เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ส่วนชาวจีนนิยมเรียกกันว่า
“ซำปอกง”
ซึ่งมาในสมัยรัชกาลที่ 4
ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมและพระราชทานนามว่า
“พระพุทธไตรรัตนายก”
|
|
|
|
|
|
หลวงพ่อมงคลบพิตร พระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา
|
|
|
|
|
ใครที่ทำการค้าเมื่อไปเยือนอยุธยาแล้วไม่น่าพลาดการไปสักการะหลวงพ่อโตด้วยประการทั้งปวง
ไหว้หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิงแล้ว
ก็ไปไหว้“หลวงพ่อมงคลบพิตร”
ในวิหารมงคลบพิตรกันต่อเป็นวัดที่ 3
สำหรับหลวงพ่อมงคลบพิตร ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่และถูกพม่าลอกทองไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่
2
เมื่อไหว้แล้วก็จะเสริมมงคลและเมตตาบารมีให้กับชีวิต
วัดที่ 4
“วัดธรรมิกราช”
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา
มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างเช่น
เจดีย์ประธานทรงลังกาที่เป็นรูปพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน
นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่
แต่ว่าถูกเผาทำลายเหลือแต่เศียรพระ
เป็นศิลปะสมัยอู่ทองมีพระพักตร์สี่เหลี่ยมดูเคร่งเครียดจนชาวบ้านเรียกกันว่า
“หลวงพ่อแก่”
ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ฯสามพระยา
ส่วนพระพุทธรูปองค์ที่น่าสนใจในปัจจุบันก็คือ
พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ลักษณะนอนขวางในวิหารหลังเล็ก
ซึ่งใครที่มาไหว้พระที่วัดธรรมิกราชนั้นจะมีเมตมหานิยมและช่วยคุ้มครองรักษาโรคภัยอันตรายให้กับตัวเรา
|
|
|
|
วัดพุทไธศวรรย์ที่ว่ากันว่าไหว้พระวัดนี้แล้วจะอยู่ยงคงกระพัน
เติบโตในหน้าที่การงาน
|
|
|
|
วัดต่อมาวัดที่
5 “วัดพุทไธศวรรย์”
วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณ“ตำหนักเวียงเหล็กหรือเวียงเล็ก”ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
ภายในวัดพุทไธศวรรย์มีสิ่งที่น่าสนใจ
คือ
พระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอมที่มีสีขาวโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล
มี
“หลวงพ่อดำ”เป็นองค์พระประธานของวัด
ใครที่ไหว้พระในวัดนี้จะถือว่าอยู่ยงคงกระพัน
เติบโตในหน้าที่การงาน รวมไปถึงเรื่องของการสอบเข้าทหารตำรวจด้วย
นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อที่เล่าต่อๆกันมาว่า
หากลูกหลานเจ็บไข้ได้ป่วยชาวบ้านก็จะนำไปถวายให้เป็นลูกของพระเจ้าอู่ทอง
เพื่อให้หายไข้และก็จำทำการแก้บนด้วยการบวชถวายเมื่ออายุครบ
ไหว้พระในอยุธยามาเกินครึ่งทางแล้ว
ใครที่รู้สึกหิวก็น่าที่จะแวะพักหาอะไรใส่ลงท้องสักหน่อย
ก่อนที่จะไปไหว้พระต่อกันที่
“วัดกษัตราธิราชวรวิหาร”
ใครที่ไหว้พระที่วัดนี้จะมีเมตามหานิยม และคงกระพันชาตรี
มีหน้าที่การงานดี
สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่สำคัญในวัดนี้ก็คือ
พระประธานที่มีแท่นฐานผ้าทิพย์ปูนปั้น
ซึ่งช่างทำด้วยฝีมือประณีตงดงามมาก
|
|
|
|
พระพุทธนิมิตรฯองค์งดงามที่วัดหน้าพระเมรุ
|
|
|
|
|
|
วัดที่ 7
“วัดธรรมาราม”
วัดนี้มีอายุ 400 กว่าปีแล้ว
ใครเป็นผู้สร้างไม่ปรากฎหลักฐาน
สำหรับวัดนี้เมื่อไปไหว้พระแล้วตามความเชื่อก็ว่ากันว่าตะมีมงคลด้าน
ศีล สมาธิ และปัญญาในการดำเนินชีวิต
อ้อ!?!
ที่วัดธรรมารามยังมีของดีอีกอย่าง นั่นก็คือ
“ต้นโพธิ์” จากศรีลังกา
ซึ่งเป็นหน่อจากต้นโพธิ์ต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
มีอายุเก่าแก่กว่าสองพันปีปลูกอยู่ในวัด
วัดต่อมาคือ
“วัดหน้าพระเมรุราชิการาม”
วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกเผาทำลาย
เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2
ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
ยกให้เป็นหนึ่งในวัดอันซีนไทยแลนด์
เนื่องจากว่ามีพระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชรญ์บรมไตรโลกนาถ
ที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องที่ใหญ่และงดงามที่สุดในเมืองไทย
นอกจากนี้ก็ยังมีพระคันธารราฐ
ปางประทับห้อยพระบาท ที่วิหารน้อยข้างพระอุโบสถ ซึ่งมีไม่กี่องค์ในโลก
ใครไปไหว้พระที่วัดนี้ว่ากันว่าจะมีมงคลด้านความเจริญรุ่งเรืองเมตามหานิยม
และเมื่อไหว้พระแล้วก็อย่าลืมชมความงามของพระพุทธรูปทั้ง 2
องค์ในวัดด้วย
แล้วก็มาถึง
“วัดนครหลวง”
วัดสุดท้ายของการทำบุญครั้งใหญ่ วัดนี้อยู่ที่ปราสาทนครหลวง
มีความน่าสนใจตรงที่ มีพระพุทธบาท 4 รอย
และธรรมจักรศิลา(ศาลาพระจันทร์ลอย)
ที่ว่ากันว่าใครได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่วัดนี้ก็จะมีเมตตามหานิยม
แคล้วคลาดจากเภทภัย
ซึ่งก็เหมาะสมแก่การไหว้ปิดท้ายเพราะจะได้เดินทางกลับบ้านใครบ้านมันโดยสวัสดิภาพ
และเมื่อไหว้พระครบทั้ง
9 วัด สำหรับคนทั่วไปคงจิตใจผ่องแผ้วแจ่มใส
แต่กับคนที่ยึดติดไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ว่าจะไหว้พระ 9 วัด
ไหว้พระทั่วประเทศ หรือออกทัวร์นกขมิ้นเหลืองอ่อนไปนอนค้างที่วัด
งานนี้ก็คงช่วยไม่ได้เท่าไหร่ เพราะจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ
หากจิตใจสะอาดคิดดี ทำดี
ไหว้พระที่ไหนจิตใจก็ผ่องแผ้วแจ่มใสเบิกบานอยู่เนืองนิจ...สาธุ
|
|
* * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
1.วัดใหญ่ชัยมงคล
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 3059
ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก จากตัวเมืองอยุธยาข้ามสะพาน
สมเด็จพระนเรศวร-มหาราช
เจอสี่แยกเลี้ยวขวาสักนิดก็จะเห็นป้ายวัด
2.วัดพนัญเชิงวรวิหาร
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง
ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร
หรือเมื่อออกจากวัดใหญ่ชัยมงคล ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามถนนประมาณ
1 กิโลเมตร ก็จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ
3.
วัดมงคลบพิตร
อยู่ในเกาะเมืองใกล้ๆกับวัดพระศรีสรรเพชญ์
4.วัดธรรมิกราช
ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง
5.
วัดพุทไธศวรรย์
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทางด้านใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง
สามารถไปได้โดยใช้เส้นทางสายอยุธยา-เสนา ทางทิศตะวันตกของเกาะเมือง
ข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชแล้วเลี้ยวซ้าย จะผ่านวัดไชยวัฒนาราม
มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ
ก็จะถึงทางแยกซ้ายเข้าวัดพุทไธศวรรย์
6.
วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
อยู่นอกเกาะเมืองตรงข้ามกับเจดีย์พระศรีสุริโยทัย
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
สามารถใช้เส้นทางเดียวกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ไปจนถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชฯ
จากนั้นเลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนักก็จะถึง
7.
วัดธรรมาราม อยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.
พระนครศรีอยุธยา
8.
วัดหน้าพระเมรุราชิการาม
ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านเหนือของพระราชวังหลวง ตำบลวาสุกรี
อ.พระนครศรีอยุธยา
9.
วัดนครหลวง ตั้งอยู่ที่ ต.นครหลวง
อ.นครหลวง

|
มาชม
เรื่องดีมีสาระน่าสนใจนะครับ
มีคนให้ความสนใจมากครับ วันเดียวทำ 9 วัด อยุธยา ระยะทางไม่ไกลกำลังพอเหมาะพอดี ยากได้แผนที่เดินทางจัง จะได้วางแผนได้ถูกต้องไม่เสียเวลา ขอบพระคุณ
สวัสดีค่ะคุณumi
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาเยี่ยมชม
สวัสดีน้องม่อน
เพิ่มแผนที่การเดินทางให้แล้วนะ