จากหัวข้อข่าว "อ.จุฬาฯ ห่วงเด็กไทยคิดเองไม่เป็น เชื่อจากที่อ่าน-ฟัง" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ 21 เมษายน 2552 ...

 

เนื้อข่าว มีดังนี้

วันนี้ (21 เม.ย.) นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ศูนย์ภาษาไทยสิรินธร จุฬาฯ จัดการทดสอบวัดสมรรถภาพในการใช้ภาษาไทย ทักษะการเขียนภาษาไทยเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับบัณฑิต เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้ประกอบการในการรับบัณฑิตเข้าทำงาน เนื่องจากภาษาไทยมีความสำคัญและเป็นรากฐานต่อการเรียนรู้ภาษาอื่นๆ อีกทั้งมีความจำเป็นมากในการประกอบอาชีพ หลายบริษัทรู้สึกกังวลมากเมื่อพนักงานที่รับเข้าไปแล้วไม่สามารถสรุปบันทึกการประชุม ร่างจดหมายโต้ตอบได้ ทำให้มีปัญหาต่อการทำงาน จุฬาฯ จึงมอบหมายให้ศูนย์ภาษาไทยสิรินธร ซึ่งดูแลการใช้ภาษาไทยของนิสิตจุฬาฯ อย่างครบวงจร ตั้งแต่ปี 1 กระทั่งจบการศึกษา และจะเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้าทดสอบด้วย

อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวด้วยว่า สังคมไทยขณะนี้รับข้อมูลแล้วจะเชื่อทันที ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชน และอื่นๆ มีมากมาย แบบทดสอบวัดสมรรถภาพในการใช้ภาษาไทย ของศูนย์ภาษาไทย เป็นแนวทางหนึ่งที่จะสอนให้นิสิตรู้จักคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

ด้าน ดร.เทพี จรัสจรุงเกียรติ รองกรรมการผู้อำนวยการศูนย์ภาษาไทยสิริธร จุฬาฯ กล่าวว่า แบบทดสอบวัดสมรรถภาพในการใช้ภาษาไทยนั้น อยู่บนพื้นฐานที่ว่า นิสิตมีความสามารถในการใช้ภาษาไทยที่ดีพอควร แต่สิ่งที่น่าตกใจและน่าเป็นห่วงของเด็กไทยและสังคมไทยคือ คนไทยเชื่อทุกอย่างที่อ่านหรือที่ได้รับฟัง สิ่งที่ขาดคือ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ว่า ข้อมูลใดควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ และความสามารถในการสกัดข้อมูลและตัดสินใจบนความถูกต้องและสามารถสื่อสารการวิเคราะห์ และความคิดเห็นของตนเองออกไปด้วยภาษาไทยที่ผู้อื่นเข้าใจ

 

......................................................................................................................................

 

การที่คนไทย "อ่าน" หรือ "ฟ้ง" แล้วเชื่อ เชื่อแล้วนำมาใช้ นำมาปฏิบัติกัน โดยขาดการ "คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์" น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ซึ่งการ "อ่าน" หรือ "ฟัง" ก็ยังผลมาจากสื่อมวลชนที่ง่ายต่อการเข้าใจถึงในปัจจุบัน สื่อไม่ได้มีจรรยาบรรณทั้งหมด สื่อเอียงข้างไหน หากใจไม่เป็นกลาง ก็จะเชื่อ จะฟัง จะทำตามอย่างง่ายดาย บางทีอาจจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับบ้านเมืองและประเทศชาติโดยไม่รู้ตัว แต่กลับมีความเชื่อว่า เราทำดี คนอื่นเดือดร้อน ถือเป็นความเสียสละ น่าตกใจมาก

ผมได้มีโอกาสสอนนักศึกษา สร้างสถานการณ์การเรียนการสอนให้นักศึกษาได้มีโอกาสคิดวิเคราะห์ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่น่าพอใจเท่าไหร่ ให้ไปหาบทความเกี่ยวกับ "สื่อทางไกล" มา กลับได้บทความที่เกี่ยวกับ "การศึกษา" มาแทน ร้อยละ 20 - 30 เชียวนะครับที่หามาผิดตลอด

ถามนักศึกษาว่า ได้อ่านบ้างหรือเปล่า บทความที่หามาว่า เกี่ยวกับ "สื่อทางไกล" ไหม ... คำตอบคือ ไม่ได้อ่านทั้งบทความแล้ววิเคราะห์ แต่เห็นหรืออ่าน และพบ แค่คำว่า "วิทยุ" "โทรทัศน์" "คอมพิวเตอร์" "อินเทอร์เน็ต" แล้วนักศึกษาคิดว่า ใช่แล้ว ... ถอนหายใจไปหลายเฮือกเลยผม

ผมในฐานะครูสอนครู ยืนยันในวิธีคิดของเด็กรุ่นใหม่ว่า เด็กไทยอ่านแล้วเชื่อ ฟังแล้วเชื่อ แต่ไม่ใช้วิจารณญาณวิเคราะห์สังเคราะห์ให้ดีว่า ควรเชื่อ หรือ ไม่ควรเชื่อ

น่าเป็นห่วงชะมัด ... นี่มันเข้ากรอบ "สังคมปรนัย" หรือเปล่าครับเนี่ย

อยากให้ทุกคนช่วยการสอนเด็กให้รู้จักการวิเคราะห์ สังเคราะห์มากขึ้นนะครับ

อนาคตจะได้ไม่มีใครฟังวิทยุชุมชน ใครดูสถานีโทรทัศน์ที่เอาแต่สร้างข่าวเข้าข้างตัวเอง อ่านเว็บไซต์ แล้วเชื่อทั้งหมดในสิ่งที่ได้ "อ่าน" และ "ฟัง" แต่ไม่ได้ใช้มันสมองคิดไตร่ตรอง

บุญรักษา ทุกท่าน :)

 

.......................................................................................................................................

 

แหล่งอ้างอิง

ทีมข่าวการศึกษา.  "อ.จุฬาฯ ห่วงเด็กไทยคิดเองไม่เป็น เชื่อจากที่อ่าน-ฟัง", ไทยรัฐออนไลน์. 21 เมษายน 2552. http://www.thairath.co.th/content/edu/1027.