วันนี้นั่งทำงานต่อ อ่านเรื่องราวที่ต้องนำมาใช้งานในภารกิจที่กำลังดำเนินอยู่ จู่ๆอารมณ์ที่กำลังเข้มข้นจริงจังกับการงานก็หลุดขำก๊ากกกกกกก เมื่อไปเจอกับเรื่องนำเสนอเรื่องหนึ่ง แล้วคิดว่าน่าจะี่เป็นประโยชน์สำหรับคนอีกหลายคนที่สนใจหรือทำงานอยู่กับเรื่องราวเหล่านี้ จึงนำเรื่องราวนี้มาเล่าต่อให้ได้รู้กัน 

จำได้ว่า เมื่อเด็กๆนั้น จะปลดทุกข์ที่ไหนก็ได้ที่เด็กๆอยากจะทำเลอะให้ผู้ใหญ่มือเละเล่น แล้วถ้าจะหาที่เหมาะที่ไม่ทำให้ผู้ใหญ่มือเละก็ต้องไปจองยองๆเหลา หาที่นั่งให้เหมาะกับตัวไม่งั้นหล่นลงหลุมตัวเละหน้าเละไม่รู้เรื่องเลย แล้วในสมัยก่อนตอนที่ทางการเขาปั๊ดตะนาแล้ว เด็กก็ไม่ต้องจองที่นั่งในยองๆเหลาเพราะกลัวตกร่องตกถังอีก ในตอนนั้นนะเทศบาลเขาใช้วิธีแจกถังรองรับอะไรๆไว้ให้ แล้วขนถังแลกถังวนเวียนไปมาทุกวัน เวลาลงมือขนถังทีไรส่งกลิ่นฟุ้งทุกทีไป ผู้ทำกิจเหล่านี้ของเทศบาลจึงจำใจต้องเป็นมนุษย์ทำงานกลางคืนไปโดยปริยายเชียวหละ  

จำได้อีกว่ามีผู้เฒ่าข้างบ้านเขาทำให้ดู เอาไหมาเก็บฉี่ไว้ทำปุ๋ย แล้วไอ้เจ้าไหนี่นะแทนที่แกจะไว้ที่บ้านแก แกก็มาวางไว้แถวข้างๆบ้านเราซะงั้นเอง โชคดีที่แถวบ้านเป็นป่าละเมาะเล็กๆ กลิ่นที่มันโชยออกมาจากไหจึงไม่ทำให้รำคาญนัก ยกเว้นเมื่อมีลมโชยมาให้เย็นสบาย สบายกายแต่ไม่สบายจมูกเท่าไรเลย จนโตขึ้นได้ร่ำเรียนหนังสือ จึงเข้าใจว่า อ้อ! ในฉี่นะมีของมีค่า ที่ใส่ให้พืชแล้วพืชมันจะโตสวย มิน่าผู้เฒ่าเขาจึงแยกไว้ใช้

วันนี้ที่ไปเจอเรื่องราวของฉี่ที่สวยๆและขำๆค่ะ เป็นเรื่องเล่าของการ พัฒนาโถส้วมให้แยกฉี่มาใช้ประโยชน์ในแง่พลังงานได้ เป็นพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้ม แถมยังได้ปุ๋ยสำหรับให้พืชแต่งตัวให้สวยด้วย เรื่องนี้มันทำให้ยิ้มๆ คนอะไรช่างคิดช่างประดิษฐ์ชะมัดเลย

แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นภาพวิดิโอที่มุมขวาบน เปิดเข้าไปดูแล้วขำก๊ากส์เลยกับวิธีชวนประหยัดน้ำของพรีเซนเตอร์ ชมดูกันนะค่ะ ได้ความรู้แล้วยังทำให้อารมณ์ดีด้วยน๊า เรื่องนี้เขาตั้งชื่อว่าเมื่อฉี่สีเขียว ส่วนเจ้าวิดิโอนะเขาตั้งชื่อว่า "ห้องน้ำสีเขียว" เจ้าของที่นำเรื่องราวมาเขียนไว้เขาใช้ชื่อว่า "เจ๊เขียว" ค่า  ใครสนใจว่าเจ้าโถนี้มันที่มาอย่างไรเปิดไปที่นี่ค่ะ