การออกแบบการสอนแบบย้อนกลับที่ต้องปฏิบัติ เป็นสิ่งใหม่ที่ครูต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อเด็กและอยากให้การเรียนรู้แต่ละครั้งมีคุณค่าเพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เกิดการเรียนรู้อย่างรอบด้านทั้งKAP

...เช้าวันนี้เพื่อนครูโทรศัพท์มาแต่เช้า...บ่นเสียงอิดออดว่าแผนการจ้ดการเรียนรู้เสร็จหรือยัง...เราก็ตอบไปว่า...ยัง...ด้วยน้ำเสียงชัดแจ๋ววววว.... เพื่อนที่โรงเรียนบางคนยังบอกว่าไม่เข้าใจเลย ทำไงดี....ก็เลยคิดว่า สิ่งที่เราทำอยู่ตามสไตล์ของเราเนี่ยมันพอใช้ได้มั๊ย...และอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กอร์ปกับคำชี้แนะจากผู้รู้ทุกท่านด้วยนะคะ

     ก็เลยหาทางคิด...คิด....คิด...ว่าจะช่วยเพื่อนให้เข้าใจ  Backward Design ได้ง่ายๆอย่างไร  นึกถึงที่เข้าไปอบรม พัฒนาต่อยอดกระบวนการเรียนรู้กับ สมศ. ครั้งโน้น  นานแล้ว  ขออนุญาตนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมและจากการศึกษามาด้วยตนเองมาสรุปเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันดังนี้ค่ะ การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ เป็นเรื่องที่ครูต้องคิดแล้วทำว่า  ทำอย่างไรให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน  มีชิ้นงานอะไรเพื่อยืนยันหรือแสดงว่าเด็กเกิดการเรียนรู้และรู้ได้อย่างไรว่าชิ้นงานมีคุณภาพ เราจึงออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

     เมื่อก่อนก็กลัวกับคำว่าออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ หรือ  Backward Design  ฟังดูเหมือนยากมากๆเลยนะ  แต่เราก็ไม่ท้อแท้ สิ่งใดที่เราไม่รู้เรามักจะปรึกษาผู้รู้ เช่นท่านศึกษานิเทศก์  เพื่อนครูที่เชี่ยวชาญด้านการสอน  เพราะทุกอย่างไม่ยากเกินสำหรับเราหากเราให้ความสนใจและพยายามจะเข้าใจในสิ่งที่ไม่รู้  เพราะจุดใหญ่ๆคือ ทำอย่างไรให้เด็กตาดำๆที่อยู่ในความดูแลของเราเกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำหรับผู้ที่จะนำไปปฏิบัติ  หลายๆคนคงจะเข้ารับการอบรม หลายครั้งหลายครา เมื่อกลับมาก็ได้แต่จับปากกาจดๆจ้องๆ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร  เรามาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ง่ายๆสำหรับความรู้ที่จะแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ตามสไตล์ครูบ้านนอกผู้ด้อยความรู้ความสามารถเพราะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และคิดอยู่เสมอว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างรอยยิ้มได้เสมอ แนวปฏิบัติของเราที่ทำได้จริงๆ ก็คือ  (1) ครูต้องคิดชิ้นงานหรือภาระงานของเด็ก ว่าในหน่วยที่จะสอน มีชิ้นงานอะไรบ้างก็จดๆไว้      (2)  เลือกดูความเหมาะสมและความเป็นไปได้ที่จะใช้สอนคำนึงถึงเวลาในหน่วยนั้นๆว่า น่าจะมีสักกี่ชิ้นงานดีนะ   แล้วเราต้องทำได้ด้วย  (3)  เสร็จแล้วเพื่อความมั่นใจว่าชิ้นงานของเด็กจะมีคุณภาพหรือไม่ ต้องออกแบบเครื่องมือในการวัดผลประเมินผลคุณภาพของชิ้นงาน ตรงนี้ยากหน่อยค่ะ เพราะต้องนึกคุณภาพของชิ้นงานตามลำดับ    (4) เมื่อวางแผนได้แล้ว ก็คิดกิจกรรมการเรียนการสอนว่า จะจัดกิจกรรมอย่างไรดีให้เด็กมีชิ้นงานที่ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่แรกโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

          ....จากนั้นก็ลงมือเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่อบรมมา  แต่ตัวบิ๊คบุ๊คเองจะเพิ่มเติมนิดหน่อยตรงกิจกรรมต่อเนื่อง  เพราะเวลาของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่เรากำหนดไว้ในแต่ละหน่วยมักจะไม่พอ ต้องใช้เวลานอกเวลาเรียน เช่น ชั่วโมงซ่อมเสริม  หลังเลิกเรียนบ้างเป็นต้น  อยากให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่มีคุณค่า เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้ง KAP อยากเห็นเด็กๆมีชิ้นงานหรือผลงานของตัวเองอย่าหลากหลาย และบรรลุตามเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่ตั้งไว้จริงๆ ขออวยพรให้คุณครูมีพลังในการพัฒนาเด็กไทย ให้ก้าวไกล ตามแบบที่สังคมต้องการ..ยิ้มไว้นะคะ..และหวังว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้คงสร้างรอยยิ้มให้กับคุณครูหลายๆท่านได้บ้าง....และยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน...