การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้

          ในการพัฒนาการเรียนการสอนที่ผ่านมา  มีการพัฒนาครูให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามวิธีการที่กำหนด

          ผมจะขอหยิบยกมาตั้งแต่หลักสูตรฉบับบปรับปรุง ๒๕๓๓ หลักสูตรฉบับนี้จะเน้นไปที่ “ทักษะกระบวนการ”  มีอยู่ทั้งหมด ๙ ขั้น  ก็มีการประชุมอบรมครูให้สอนแบบทักษะกระบวนการ

 

          พอมาถึงการปฏิรูปการศึกษา เมื่อปี ๔๑ – ๔๒ ก็ได้มีนโยบายให้ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้  ในช่วงนี้ จะมีวิธีการสอน  และ วิทยากรเข้ามามากครับ  ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดู

๑.               การจัดการเรียนการสอนบูรณาการ แบบ Web   แบบ  Mind  mapping

๒. การเรียนการสอนแบบ  4  Mat

๓.  การเรียนการสอนแบบ  EAP

๔.  การบูรณาการแบบ Story  line

๕.การเรียนการสอนแบบโครงงาน

 

ช่วงนี้ เป็นช่วงที่เกิดการเคลื่อนไหวในวงการศึกษามากครับ  คุณครูพยายามจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ได้ชื่อว่าสอนแบบปฏิรูป    คือ พยายามจะทำรูปแบบออกมาให้ได้ว่าสอนแบบ  “ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้”

   และ ล่าสุด ปี ๕๑ – ๕๒  ก็มีวิธีการเขียนแผนการสอนแบบใหม่ คือ  Backward design ครับ

   ผมไม่ปฏิเสธครับว่าวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบต่างๆ ที่นำมาเสนอนั้น  เป็นวิธีการที่ดี  และ เป็นวิธีการของการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ 

     แต่ที่ผ่านมา  ผมว่าเรานำมาใช้กันอย่างรวบรัดไปหน่อย

    นั่นคือ  เรามักจะนำไปใช้ด้วย   “วิธีลัด”  ครับ  นั่นคือเข้าอบรมเพียงสองสามวัน   หลังจากนั้นก็นำไปใช้ในห้องเรียนเลย

      คนที่เข้ารับการอบรม  ผมไม่ทราบว่าเข้าใจเพียงใด  แต่ก็สามารถนำหลักการที่อบรมมาไปใช้ในห้องเรียนได้ใน “รูปแบบ” เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้สอนแบบ “ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้”

     ตามความคิดเห็นของผมเอง  ผมว่าก่อนที่จะนำการสอนแต่ละวิธีมาใช้  จะต้องศึกษาถึงสภาพความสอดคล้องระหว่างวิธีการสอน  เนื้อหา   ตัวผู้สอนเอง  ตัวผู้เรียน  รวมทั้งบริบท และ วัฒนธรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องกลมกลืนกันหรือไม่

     อย่างน้อย  จะจัดการเรียนการสอนแบบใด ต้องตอบให้ได้ว่า

๑.      ทำไมถึงต้องสอนแบบนี้

๒. ผู้สอนมีความถนัดในวิธีการแบบนี้หรือไม่

๒.   สอนแบบนี้แล้วเด็กได้อะไร

๓.    แน่ใจอย่างไร ว่าสอนแล้วได้ผลดี ไม่เสียเวลาเปล่า

ต้องใจเย็นครับ  ต่อการที่จะปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้

การเร่งอย่างรวบรัดเพื่อให้มีผลงานโดยใช้วิธีลัด   บางทีก็ไม่คุ้มค่าและเสียเวลาเปล่าครับ