สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องทำเอง

เมื่อวานไปฉลองวิ่งได้ 5 รอบ ด้วยการดูหนังเรื่องKNOWING ตื่นสายไปหน่อย และต่ออีกนิดเช้านี้ทำอาหารง่ายๆรับประทานเอง ออกไปข้างนอกเดี๋ยวโดนลูกหลงจากเด็กๆเขาเล่นสงกรานต์กัน

ก็เลยเก็บผักหวานในกระถาง มาทำแกงเลียง อร่อยมาก เพื่อให้มีคุณค่าทางโปรตีนบ้างก็ตีไข่ใส่ไป1 ฟอง และไม่ลืมกินยาไทรอยด์ 4 เม็ดตามที่คุณหมอสั่งดื่มน้ำเยอะๆ บ่ายๆก็ม่าม่าผักหวาน มะม่วงกึ่งดิบกึ่งสุกอีก 1 ลูก จบเรื่องอาหาร ก็เดินๆนั่งๆอยู๋ในบ้านนี่แหละ รอเวลา เย็นนี้จะไปวิ่งเหมือนเช่นเคย เพราะเมื่อวานก็ไปย่องๆบนห้างเซ็นทรัลไปแล้ว

17.30 น.ฉันไปสนามกีฬาสถาบันพลศึกษาสมุทรสาคร วันนี้แดดยังไม่ลับ ฉันอบอุ่นร่างกายด้วยการแกว่งแขน 100 พร้อมปรับลมหายใจสบายๆ ตามด้วยการเล่นโยคะเริ่มจากยืดร่างกายก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนทำท่าซันสลู๊ท ท่านักแม่นธนู ท่าต้นไม้ ท่านกบิน ประมาณ 25 นาที เหงือเริ่มออกจนไหลมาตามใบหน้า เดินไปล้างมือ เพราะสัมผัสพื้นตอนทำท่าซันสลู๊ท เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางมือได้

18.00น. ฉันเริ่มวิ่งเหยาะๆ และเร็วขึ้นกว่าเดินเร็วนิดหนึ่ง ได้ 5 รอบแบบสบายๆ และบอกตัวเองว่าวันนี้น่าจะได้ 6 รอบ

โอ้....นายแน่มาก ฉันทำได้...ฉันแผ่เมตตาทันที่ฉันบอกตัวเองว่าวันนี้กายไปไหนจิตจะตามไป ไปเถอะ ถ้าไปได้ ฉันถามกายว่าไหวใช่ไหม เพราะร่างกายยังต้องระวังนะ ยังกินยาควบคุมไทรอยด์ วันละ 4 เม็ดอยู่นะ และแล้วรอบที่ ..6 ก็ผ่านไป

 ร่างกายเริ่มร้อนมากขึ้น ฉันเริ่มนึกถึงคุณความดีของสรรพสิ่งรอบๆตัวฉัน ทั้งที่ที่ผ่านเข้ามา และผ่านไป และฉันแผ่เมตตา และ ขออโหสิกรรม และแผ่เมตตาให้แม่พระธรณี แผ่เมตตา และสวดอิติปิโสไปด้วย  และ พระคาถาชินนะบัญชร ฉันได้ยินเสียงพระสวดมนต์แว่วมา อาจเป็นเพราะทิศทางลม

ครบแล้วรอบที่7

โอ้ ฉันรู้สึกปิติยินดี และบอกตัวเองว่าเกิดขึ้น และดับไป

รอบที่ 8

เริ่มขึ้น คู่ชีวิตฉันวิ่งมาใกล้ๆ และคงสงสัยว่าทำไมฉันไม่หยุดเดิน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าขาฉันวิ่งได้ไง ไม่ปวดขา เอ๊ะ พอนึกถึงก็ร้าวที่ข้อเท้าด้านหน้าขึ้นมาที่หน้าแข้ง ฉันสูดลมหายใจเข้าแรงๆ

มาได้ครึ่งสนามแล้วนี่

ถามกายตัวเองว่าไหวใช่ไหม

ไปให้ครบ รอบนี้ความดีมอบให้พ่อแม่

และผู้มีพระคุณครูอาจารย์ คุณหมอกรภัทร มยุรสาคร คุณหมอจอย

รวมทั้งคุณหมอที่ดูแลรักษาร่างกายฉันและ พยาบาลทุกท่าน เพื่อนร่วมงานทุกคน เพื่อนๆทุกรุ่น

ทั้งที่ล่วงลับไปแล้ว และยังไม่ลับ ขอให้มีความสุขทั่วถ้วนหน้ากัน

 ขอให้มนุษย์ทุกคนมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรง และร่วมสร้างความดีเพื่อมนุษย์ชาติ

ฉันเริ่มรับรู้ถึงลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและเริ่มเห็นลีลาการวิ่งของกายตัวเองชัดมากขึ้น เหมือนตาจะพล่า  เด็กหนุ่มๆวิ่งผ่านไปเสียงหายใจดังมาก แต่ลมหายใจของฉันสงบ อาจเป็นฉันเพียงวิ่งเหยาะๆเท่านั้น

ขออีก 1 รอบเถิด เอ้าเจ้าเชื้อโรคในกายฉันมีความสุขเยอะๆนะ และขอให้ไปเกิดในภพที่ดี ที่สูงขึ้นนะ

ครบรอบที่ 8

แล้วเท้าเริ่มวิ่งเร็วขึ้น แม้จะมีอาการร้าวที่ขาด้านหน้า ฉันรับรู้และรวมใจไปดูอาการ ปวดอย่างไร มันเริ่มจากตรงไหนดู เอาใจไปดู  แล้วมันก็หายไป ไม่ยอมแสดงอาการ คงกะจะให้ฉันตามให้เจอ ..ไม่หรอก ฉันไม่ใส่ใจ หันกลับมาดูกายเคลื่อนไป วิ่งไป ดูมีจังหวะมากขึ้นรู้สึกคล้ายเหมือนเต้นระบำมากกว่า

เกือบครบแล้ว โอ..รอบนี้ขอถวายแด่องค์ราชันย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู๋หัว

รอบที่9 

ขอพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ขอพระสยามเทวาปกป้องพี่น้องทหาร ตำรวจ เหล่าข้าราชการพลเรือน ทั้งประจำและไม่ประจำการ ทั้งพนักงาน ทั้งประชากรคนไทย และเพื่อนต่างชาติ  ฉันรู้สึกตัวร้อนมากขึ้น แต่แผ่ไปทั่วร่างกาย ช่างผิดแตกต่างจากวันที่ฉันวิ่งได้ 5 รอบเป็นครั้งแรก แต่วันนี้ ฉันกำลังจะวิ่งครบ 9 รอบในอีกไม่ถึง10ก้าว

สาธุ ความพยายาม  จะหยุดไหม เสียงตอบว่า....ไปต่อได้นี่... แน่ใจนะ...อือ...ไปเรื่อยๆ ..วิ่งไป

และฉันก็เริ่มวิ่งเข้าสู่ รอบที่10

คู่ชีวิต วิ่งตามมา แล้วร้องเอ้า ฮุย เลฮุย ฉันกลับต้องควบคุมสติ และสมาธิไม่ให้หลุด หากหลุดออกไปคงต้องหยุดขำแน่ และอยากจะบอกเขาว่า ฉันไปได้  เสียงคู่ชีวิตดังขึ้นอีก ในขณะที่เขาเองก็ส่งเสียงหอบมาให้ได้ยิน ฉันนึกขำนิดๆ

ฉันวิ่งผ่าน เสียงเด็กหนุ่มคนเดิมคุยกับเพื่อนว่าผมไม่อึดนะ ผมวิ่ง สองรอบแล้วก็ต้องเดิน  แล้วค่อยวิ่งต่อ เขาคงหมายถึงฉันละมั๊ง ฉันเอาใจช่วยให้เขาทำได้ เขาวิ่งเร็วมากในขณะที่ฉันวิ่งไม่หยุด หลายคนหยุดพักมองฉัน และหลายคนเก็บเสบียง เสียงหยอกล้อที่เคยดังมันค่อยๆเงียบลง

ฉันรู้สึกว่าฉันมีความปราถนาให้ทุกคนมีสุขภาพดี และทำในสิ่งที่ดีได้ เท้าทั้งสองยังคงวิ่งไป อาการปวดเริ่มหายไปไหน ช่างเถอะ ใกล้แล้ว  ฉันเริ่มตั้งสมาธิอธิษฐานจิตขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร ที่ฉันได้ล่วงเกินทั้งเจตนา และไม่เจตนา และกรรมใดที่ใครทำแก่ข้าพเจ้า ๆขอยกถวายพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นอภัยทานจะได้ไม่มีเวรกรรมกันต่อไป ฉันวิ่งมาถึง และ

ครบรอบที่10 น้ำตาซึม ฉันหายใจเข้า และออกช้าๆ และปล่อยสบายๆ ยกมือไหว้ไปทางเสียงพระสวดที่ฉันได้ยิน ยืนสงบ แผ่เมตตาอีกครั้ง ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเดินจงกลม มืดแล้วซิ ฟ้ามืดแล้ว เสียงแมลงบินผ่านไป...ฉันทำได้แล้ว และฉันอยากร้องตะโกนดังๆ

ต่อจากนี้ ฉันจะเริ่มวิ่งเหมือนคนอื่นๆที่ปกติและฉันนึกถึงคุณหมอ ..

นายแพทย์กรภัทร์ มยุระสาคร

แพทย์หญิง นฤมล  ปัญจมะวัต(หมอจอย)

กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสมุทรสาคร 

 ฉันอยากไปเล่าเรื่องราวให้หมอฟัง ฉันอยากเอาความลับนี้ไปบอกเพื่อนผู้ป่วย

ทุกคน ฉันอยากบอกทุกๆคน...ว่า

สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องทำเอง ต้องทำเอง

ผู้ป่วยเบาหวานวิ่งได้ เบาหวานลด

ผู้ป่วยไทรอยด์ วิ่งได้ อยู่กับไทรอยด์ได้อย่างมีความสุข

ผู้ที่มีอาการข้อเสื่อมแก้ได้ ค่อยๆเดิน

เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ผู้เป็นโรคกรดไหลย้อนกลับ วิ่งได้ เกิดการกระตุ้น การทำงาน ช่วยให้กระเพาะทำงานปกติ ช่วยระบบการย่อย

ผู้ที่ระบบขับถ่ายไม่ปกติวิ่งได้ ถ่ายสะดวก

โรคเข่าเริ่มอักเสบวิ่งได้ อย่ากลัวค่อยไปค่อยๆเดิน เดินเพิ่มกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

โรคอ้วนวิ่งได้ ลดน้ำหนักได้ โดยไม่ต้องอดแต่ควบคุมอาหาร

ทุกอย่างเริ่มเหมือนเด็กหัดเดิน ช้าๆ เท่าที่ร่างกายรับได้

แต่อย่าหยุด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ขอบคุณสถาบันพลศึกษาสมุทรสาคร

ทีเปิดสนามให้ประชาชนเข้ามาแลสุขภาพตัวเอง

และฉันจะทำอย่างนี้ อย่างสม่ำเสมอ จนกว่าสังขารจะลาจากไป  สาธุ..ความดี

 

 

(สำหรับภาพทั้งหมดนี้ถ่ายหลังจากวิ่งได้ 5 รอบ)