การเรียนรู้ทักษะเกี่ยวกับเรื่องเล่า เป็นเครื่องมือการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก
เมื่อครั้งไปร่วมงานมหกรรมสุขภาพชุมชน 2552 ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซื้อหนังสือของอาจารย์หมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ มาเล่มหนึ่งชื่อ สังคมปรนัย เป็นหนังสือรวบรวมบทความที่อาจารย์เขียนลงในนิตยสาร way โดยมี คุณอธิคม คุณาวุฒิ เป็นบรรณาธิการ สังคมปรนัย ของอาจารย์ กล่าวถึง เรื่องราวของสังคมที่มีความแตกต่างกัน ทั้งในบริบท สิ่งแวดล้อม และการตีความ มีเรื่องหนึ่งอ่านแล้วโดนใจ จึงอย่างนำเล่าให้ฟังต่อ เพื่อจะได้เป็นกำลังใจของคนทำงานต่อไป ...
และเผื่อ....เรื่องเล่าจะเป็นเครื่องมือการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก ตามความมุ่งหวังที่อาจารย์หมอโกมาตร กล่าวไว้
เรื่องมีอยู่ว่า
ชาวนาพ่อลูกคู่หนึ่งมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แม้จะไม่ได้ร่ำรวยมีสัตว์เลี้ยงมากมาย แต่ทั้งสองก็มีม้าอยู่ตัวหนึ่ง วันหนึ่งม้าที่มีอยู่เพียงตัวเดียวเกิดหลุดออกจากคอกวิ่งหนีหายเข้าไปในป่า
“ซวยจริงแก โชคร้ายอะไรอย่างนี้”เพื่อนบ้านว่าให้แกได้ยิน
“โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้” ชาวนาตอบ
หลายอาทิตย์ต่อมา ม้าของแกที่วิ่งหนีไป กลับมาพร้อมกับพาม้าป่าสี่ห้าตัวเข้ามาในคอกของชาวนา
“โชคดีอะไรอย่างนี้ ได้ม้าป่ามาฟรี ๆ สี่ห้าตัว” เพื่อนบ้านของแกว่า
“โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้...” ชาวนาตอบ
ไม่นาน ลูกชายของแกเริ่มเอาม้าป่าออกไปหัดขี่ ไม่ทันไรก็โดนม้าป่าพยศสะบัดลูกแกตกจากหลังม้าขาหัก
“โชคร้ายอะไรอย่างนี้” เพื่อนบ้านของแกว่า
“โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้...” ชาวนาตอบ
อาทิตย์ถัดมา มีทหารมาที่หมู่บ้าน มาเกณฑ์เอาคนหนุ่มทั้งหมดไปเป็นทหารเพื่อออกรบ
ลูกชายของชาวนายังขาหักนอนรักษาตัวอยู่ จึงไม่ถูกเกณฑ์ไปรบ
โชคดี โชคร้าย ไม่มีใครรู้
ที่เล่าเรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะให้คิดเปรียบเทียบกับเรื่องของใครบางคนที่ทำธุรกิจจนเกือบเจ๊งแต่ก็กลับได้สัมปทานมือถือจนร่ำรวย เกือบติดคุกเพราะซุกหุ้นแต่ก็พ้นคดีได้อย่างเฉียดฉิวจนได้เป็นนายกรัฐมนตรี แถมโชคดีขายหุ้นได้เงินกว่าเจ็ดหมื่นล้าน แต่กลับโชคร้ายจนแทบไม่มีแผ่นดินอยู่
ที่ผมชอบเรื่องเล่าข้างต้นไม่ใช่เพราะมันคอยปลอบประโลมผมให้สบายใจว่าเรื่องร้าย ๆ ที่ผมเจออยู่นั้นในที่สุดอาจกลายเป็นเรื่องดีไปก็ได้ แต่ผมชอบเพราะเรื่องนี้ทำให้เราเห็นความเป็นจริงของชีวิตบางอย่าง
ผมเพิ่งกลับจากจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ‘การเรียนรู้จากเรื่องเล่า’ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และหมออนามัยเกือบ 50 คนที่เมืองกาญจน์ มีเป้าหมายคือการเรียนรู้ทักษะเกี่ยวกับเรื่องเล่าเพื่อใช้เป็นเครื่องมือการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก


อ่านถึงตรงนี้...ขอให้ทุกท่านมีความสุข ในวันสงกรานต์นะคะ...ขอบคุณค่ะ..^_^...
สวัสดีค่ะคุณสีตะวัน
เรื่องนี้เคยอ่านมาแล้ว อ่านอีกก็ยังชอบและได้ยิ้มทุกครั้งไป...
ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ และคำอวยพรค่ะ
ขอให้มีความสุขในเทศกาลสงกรานต์ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณคนไม่มีราก
..อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกไม่ยึดมั่นในสิ่งที่ได้มา หรือเสียไปนะคะ ..
ขอบคุณค่ะ
อ่านเรื่องราวดีดี..ให้ได้คิด..โชคดีวันนี้หรือโชคร้ายวันหน้า..โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้จริงๆ..ขอบคุณค่ะ
(¯`°.•°•.★* กำเนิดวันสงกรานต์ *★ .•°•.°´¯)
สวัสดีคะ
แวะมาทักทายคะ
สวัสดิวัฒน์ พิพัฒน์พูนผล บุญบันดาลดล กุศลเตื่อมแถ้ง
ปี๋ใหม่เมืองมี ศะหรีส่องแจ้ง เต๋จ๊ะเรืองแฮง เน้อครับ
จงอยู่สุขี มั่งมีสินทรัพย์ อายุนับได้ ทีฆา
พละเลิศล้ำ วรรณะงามต๋า อุดมปั๋ญญา วาทะเก่งถ้อย
สวัสดีค่ะ...
ครับ..
ผมเชื่อว่า ชีวิตยังต้องเจอเรื่องดีๆ อีกมาก..
สำคัญว่า เราต่างสามารถเรียนรู้ที่จะรอคอย และก้าวไปสู่เรื่องดีๆ อย่างมีจังหวะจะโคนแค่ไหน...
และหากต้องขี่หลังเสือ..ก็กล้าพอที่จะกระโจนลงจากหลังเสือแค่ไหน
...ขอบคุณครับ..
อากาศร้อนจังค่ะ
วันนี้ปลายฟ้ามาทำงานอยู่ที่โรงเรียนค่ะ
ขอให้มีความสุข สดชื่น ทั้งวันนะคะ
★.• •★ ทานอาหาร...ตามกรุ๊ปเลือด...เพื่อสุขภาพที่ดี★... •★