11-4-52

วันนี้เป็นวันเสาร์ช่วงสงกรานต์  ดิฉันถือโอกาสไปทำบุญที่สวนสันติธรรมค่ะ   ก่อนไปคุณชัยณรงค์โทรถามพระป๋องว่าวัดขาดอะไรบ้างเพราะท่านได้รับมอบให้ดูแลคลังพัสดุ    ส่วนใหญ่เราจะซื้อของที่วัดขาดเช่นน้ำยาถูพื้น   ผงซักฟอก  น้ำมัน สบู่ล้างมือ    เดือนนี้ท่านแจ้งว่าขาดน้ำยาล้างตาและกระบวยตักน้ำ   ดิฉันซื้อยาส่วนคุณชัยณรงค์ซื้อกระบวย

วันนี้คนมาวัดเยอะมาก  ก่อนมาดิฉันคาดว่าคงเจอเพื่อนเก่าบ้าง   ครั้งนี้พบกับคุณหมอสุวิภา บุณยโหตระซึ่งมาอยู่วัดและลูกชายค่ะ   ดิฉันบอกคุณหมอว่าเพื่อนเราที่เป็นจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาก็มาหลายครั้งและปฏิบัติได้ดี   คุณหมอสุวิภาและลูกชายก็ปฏิบัติได้ดีเพราะพระป๋องบอกว่าหลวงพ่อชม   เราคุยกันถึงเราเสียดายโอกาสที่สมัยเด็กๆไม่ค่อยมีใครสอนธรรมะเราที่ตรงกับจริตของหมอซึ่งเป็นพวกคิดมาก   ต้องมีเหตุมีผล   ถ้าเราเอาความรู้ทางศาสนาไปใช้ตั้งแต่แรกน่าจะทำให้เราใช้ชีวิตที่เป็นสุขมากกว่านี้ค่ะ   เราคงมีเป้าหมายในชีวิต   เข้าใจคนไข้มากขึ้น   ไม่ทำแต่งานโดยลืมเรื่องคุณภาพชีวิตซึ่งคุณหมอหลายคนเป็นโรคนี้ค่ะ

มาครั้งนี้มีเรื่องเสื้อแดงกับรัฐบาลทำให้หลวงพ่อว่าขณะนี้บ้านเมืองเราขาดคนมีสติเพราะทุกคนมีแต่ความโกรธ   ขอให้เรามีสติรู้กายรู้ใจและหมั่นทำบ่อยๆในชีวิตประจำวันและขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

มาครั้งนี้เห็นคนส่งการบ้านหลวงพ่อมีแต่เด็กๆอายุไม่เกิน30ปีทำให้ดีใจที่คนปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันมากขึ้น   

ความจริงดิฉันก็รู้หลักแต่ทำไมเรายังทำได้ไม่ดีนัก   หลวงพ่อบอกว่าจุดอ่อนของฆราวาสคือทำไม่ต่อเนื่องจริงจังค่ะ       บางครั้งก็ดีแต่บางครั้งต้องมาตั้งต้นใหม่   นับหนึ่งใหม่ทุกวัน  

กลับบ้านฟังข่าวเสื้อแดงที่พ้ทยาทำให้ปวดศรีษะและไม่อยากดูทีวีเลย  

ได้แต่เศร้าใจว่าประเทศเราจะเป็นอย่างไรต่อไป    แต่พอมีสติเศร้าก็ให้รู้ตัวว่าเศร้าทำให้คิดใหม่ว่าคงต้องแก้ที่เหตุของมัน

สามีดูทีวีและเดินมาถามดิฉันว่าคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ที่พัทยา   ดิฉันได้แต่ปลอบไปตามเรื่องว่า     ช่างมันเถอะพ่อ   มันมีเหตุปัจจัยทำให้เกิดขึ้น   เราไม่ชอบก็อย่าไปรับรู้   ปิดทีวีดีกว่า ( ลืมบอกให้มีสติว่าไม่ชอบก็ให้รู้ว่าไม่ชอบ )

ช่วงเย็นพี่สามีที่ชอบคุณทักษิณเข้ามาคุย   เราเฉยๆไม่วิจารณ์ทำให้ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกันค่ะ

 

ก่อนกลับดิฉันขอคุณหมอสุวิภาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

นึกถึงสมัยเด็กๆที่เราแย่งกันเรียนหนังสือ   ดูแลป(กล้องมีน้อย )   แต่สุดท้ายเราเพิ่งนึกได้ว่าเราเรียนมาเยอะแยะ      ลืมเรียนเรื่องของตัวเราค่ะ    ลองหัดดูจิตง่ายๆคือให้รู้ตัวบ่อยๆเมื่อมีความรู้สึกเช่นชอบ ไม่ชอบ รัก เกลียด เบื่อ เศร้า จะเห็นว่าตัวเรามีกิเลสมากมาย   ความรู้สึกนี้บังคับๆไม่ได้เพราะมันเกิดตามเหตุปัจจัย   ทำบ่อยๆจะเห็นตัวตนของตัวเองได้ดีขึ้นมากค่ะ

ดิฉันกลับมากรุงเทพประมาณ11โมงเช้า   ส่วนคุณหมออยู่วัดต่ออีก3-4วัน