กรมอนามัยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุไทย ได้มีฟันใช้เคี้ยวอาหารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตต่อไป

 

ท่านรองอธิบดีกรมอนามัย นพ.โสภณ เมฆธน ได้กล่าวความเป็นมาของโครงการฟันเทียมพระราชทาน จาก ปี 2548-2551 และก้าวเข้าสู่ "โครงการฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระมหามงคล 84 พรรษา ในปี 2554" ค่ะ ว่า

"... เรื่องของในโครงการฟันเทียมพระราชทานนั้น ... กรมอนามัยเป็นหน่วยประสานงานโครงการในภาพรวมของประเทศ

โครงการฟันเทียมพระราชทานมีที่มาจาก กระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า "เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตจใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง"  ... นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงเห็นความสำคัญของสุขภาพช่องปาก ต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

ประกอบกับผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ปัญหาสุขภาพช่องปากที่สำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ การสูญเสียฟันทั้งปาก จนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ ของผู้สูงอายุ 300,000 ราย กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับผู้สูงอายุ ด้วยการใส่ฟันเทียมทั้งปาก หรือเกือบทั้งปากให้กับผู้สูงอายุ นับตั้งแต่ ปี 2548 ถึงปัจจุบัน ภายใต้โครงการฟันเทียมพระราชทาน

  • ผู้สูงอายุทั่วประเทศได้รับฟันเทียมถึง 128,257 ราย
  • มีการรณรงค์จัดบริการใส่ฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุในถิ่นธุรกันดาร ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกปี
  • มีการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยชมรมผู้สูงอายุ
  • มีการจัดบริการป้องกันโรคในช่องปาก แก่ผู้สูงอายุในน่วยบริการ เพื่อลดการสูญเสียฟัน

จากการติดตาม ประเมินผลโครงการ พบว่า

  • ผู้สูงอายุมีฟันใช้เคี้ยวอาหารอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 44 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 49 ในปี 2551
  • มีความพึงพอใจฟันเทียมที่ได้รับ ถึงร้อยละ 97 ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทั้งด้านกายภาพ อารมณ์ และสังคม
  • ในส่วนของผู้ให้บริการ ร้อยละ 83 ของผู้ให้บริการ
  • และร้อยละ 96 ของผู้ประสานงาน ล้วนมีความพึงพอใจต่อโครงการ

ในปี 2552 กรมอนามัยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย โดยจัดหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร และบุคลากรสาธารณสุข 3 หลักสูตร

  • เพื่อให้ทันตบุคลากรจัดบริการใส่ฟันเทียม
  • จัดบริการป้องกันโรคในช่องปากได้อย่างมีคุณภาพ
  • สามารถสนับสนุน การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก โดยชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นภาคประชาชนได้
  • นอกจากนี้ ได้เตรียมจัดทำโครงการฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระมหามงคล 84 พรรษา ปี 2554 เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ ให้เป็นที่ประจักษ์ ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ 2552-2554
    - เป้าหมาย จัดทำฟันเทียมพระราชทานผู้สูงอายุทั่วประเทศ 90,000 ราย
    - สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยภาคประชาชน ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุ และอาสาสมัครสาธารณสุข
    - ให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุภาพช่องปากตนเอง และพึ่งพาบริการตามความจำเป็น
    - ระยะยาว จะลดการสูญเสียฟัน ลดความต้องการฟันเทียมในกลุ่มผู้สูงอายุ

กรมอนามัยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุไทย ได้มีฟันใช้เคี้ยวอาหารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตต่อไป ..."

รวมเรื่อง "ยิ้มสร้างสุข" ที่ราชบุรี