จบปีการศึกษา ๒๕๕๑ แล้ว แต่ยังมีหลายคนที่บ่นว่างานยังยุ่งอยู่ อันนี้ก็ยังไม่เสร็จ อันโน้นก็ยังไม่เสร็จ ไหนยังจะต้องไปอบรมอีก ฯลฯ
ผมได้ฟังก็เป็นกังวลแทน กลัวคุณครูคิดมาก เดี๋ยวไปเที่ยวสงกรานต์ไม่สนุก ก็เลยมีนิทานสั้น ๆ มาฝาก ชื่อว่า ต้นไม้ปัญหา ดังนี้ครับ
ช่างไม้ที่ฉันจ้างมาซ่อมบ้านต่างจังหวัด เพิ่งเสร็จงานอย่างทุลักทุเล ยางรถที่แตก ทำให้เขาเสียเวลางานไปกว่าชั่วโมง เลื่อยไฟฟ้าก็เสีย แล้วนี่รถปิกอัพโกโรโกโส ก็สตาร์ทไม่ติดเสียอีก ฉันจึงต้องขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขานั่งเงียบตลอดทาง
เมื่อไปถึงเขาขอให้ฉันไปรู้จักกับสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างที่เราเดินผ่านประตูรั้ว เขาหยุดครู่หนึ่งที่ต้นไม้หน้าบ้าน เอามือทั้งสองขึ้นไปเหนี่ยวกิ่งใหญ่ชั่วครู่หนึ่ง
เมื่อไปถึงประตูบ้าน สีหน้าของเขาแช่มชื่นเป็นคนละคน เขาสวมกอดลูกชายเล็กๆ ทั้งสอง รวมทั้งหอมแก้มภรรยาหลังจากนั้น เขาก็เดินมาส่งฉันที่รถ เราเดินผ่านต้นไม้ต้นเดิม
ฉันอดไม่ได้ที่จะถามเขาด้วยความอยากรู้ว่า เขายกมือทั้งสองเหนี่ยวกิ่งไม้ตอนขาเข้ามาทำไม
"อ้อ..นั่นมันต้นไม้ปัญหาของผมเอง" เขาตอบ
"ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นกับผมเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ปัญหาต่างๆ พวกนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกๆ ดังนั้น ผมก็เลยแขวนปัญหาทั้งหมดที่มีในแต่ละวันไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ก่อนเข้าบ้าน แล้วผมก็จะเอาปัญหาที่แขวนไว้ออกไปกับผมใหม่ในตอนเช้า" เขายิ้ม
"คุณรู้ไหม? ที่แปลกก็คือ ดูเหมือนปัญหาที่ผมเอาติดตัวกลับไปทำงานในทุกเช้า ไม่เคยมากเท่าตอนเอามาแขวนเลยสักที"
ลืมปัญหาทุกปัญหา มีความสุขเมื่อพบหน้าคนที่รอท่านด้วยความรักความคิดถึง ขอให้ทุกท่านมีความสุข ประสบแต่สิ่งที่ดีงามในวันปีใหม่ไทย ตลอดปี ๒๕๕๒ ทุกท่านครับ
ขอบคุณค่ะที่นำสิ่งดีงามมาแบ่งปัน
ปัญหาคือดิน
ปัญญาคือดอกไม้เบ่งบานและกลับกลายเป็นผลอันหวานชื่น เติบโตเป็นต้นอ่อน โตขึ้นๆ แตกหน่อ ออกใบ ออกดอก และ....ต่อๆไป โลกนี้น่ารักเสมอ
ขอบคุณที่เก็บเอาสิ่งดีๆมาฝาก มารับไว้ แล้วค่ะ
ขากลับจึงหอบกองบุญแห่งความสุขกลับไปมากมาย
เข้าใจเปรียบเทียบนะครับ ครูต้อย
แสดงว่าเมื่อเกิดปัญหา หากเราแก้ไขให้ดี จะทำให้เราอยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข ใช่ไหมครับ
ตรงกับภาษิตที่ว่า "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ"
ดีใจครับ ที่ครูต้อยกลับไปด้วยกองบุญแห่งความสุข
สวัสดีค่ะ
ศิริวรรณเป็นคนหนึ่งที่ชอบวางปัญหาไว้ก่อนเข้าบ้าน พอกลับไปที่ทำงาน ปัญหาก็อยู่ไม่ครบ มักจะหายไปบ้าง ลืมไปบ้าง งงๆ อยู่เหมือนกันว่าทำถูกไหม แต่ที่แน่ๆ เข้าบ้านแล้วมักจะมีความสุข ผ่อนคลาย ไร้กังวล (เว้นแต่จะไปเจอโจทย์ใหม่ในบ้านเท่านั้นเอง)
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ
ศิริวรรณค่ะ
เป็นข้อคิดที่ดีมาเลยค่ะ จะหาต้นไม้มาไว้หน้าบ้านสักต้น
สวัสดีค่ะ
เป็นเรื่องเล่าที่ให้ข้อคิดได้มากมายค่ะ
เรามักไม่อยู่กับ "ปัจจุบัน" จึงทุกข์เพราะใจมัววุ่นวาย ตามติดกับอดีตและอนาคตเสมอเลยค่ะ
พูดได้ไม่ยาก แต่ทำยากค่ะ ...
แต่ก็ต้องเพียรพยายามกันต่อไป
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
มีความสุข สมหวัง ชุ่มฉ่ำ หัวใจ...นะคะ
แวะไปที่นี่นะคะ
(¯`°.•°•.★* กำเนิดวันสงกรานต์ *★ .•°•.°´¯)
ลืมปัญหาทุกปัญหา มีความสุขเมื่อพบหน้าคนที่รอท่านด้วยความรักความคิด
เที่ยวสงกรานต์ให้สนุก สบายใจ นะคะ
เป็นเรื่องที่สอนได้ดีมากๆเลยค่ะอาจารย์
ดิฉันก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยจะแยกแยะเรื่องงาน
ต่อไปจะทำแบบผู้ชายคนนี้บ้าง
สุขภาพจิตคงจะดีขึ้นมากๆเลยแต่ไม่ใช่จะไม่แก้ไขปัญหาแต่ค่อยๆหาวิธีแก้ปัญหา เพราะมีคำกล่าวว่า ทุกปัญหามีทางแก้ ทุกต้องไหมคะอาจารย์
เยี่ยมเลยครับ คุณครูศิริวรรณ
ปัญหาที่ทำงานพอที่จะแขวนได้ โจทย์ใหม่ที่บ้านยากจริงๆ แต่ด้วยรักและเข้าใจ ก็พอทำให้ลืมปัญหาได้
จำแต่สิ่งที่ดีครับ แล้วสิ่งที่ดีงามจะมาหาเราบ่อยๆ
สวัสดีครู ป.๑
ขออภัยที่ตอบช้า พอดีมีงานวุ่นๆ (พาคนใกล้ๆ ไปเที่ยวสงกรานต์)
ไม่มีต้นไม้ ก็เขย่าประตูบ้านก็ได้นะครับ ฮิฮิ
สวัสดีครับ คนไม่มีราก
ผมอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ (จำไม่ได้แล้ว) เขาบอกว่า "ภรรยาจะมีความสุขมาก หากจดจำแต่สิ่งที่ดีๆ และลืมสิ่งที่ไม่ดีของสามี" แต่...อย่างว่า...เวลาผ่านไปยี่สิบปีแล้ว หล่อนยังจำสายตาที่สามีมองนักร้องได้อยู่เลย ฮิฮิ
มีความสุขเช่นกันครับ ปลายฟ้า แล้วจะไปเยี่ยมในบล็อกนะครับ
มีความสุขเช่นกันครับ คุณน้อยหน่า ที่น่านสงกรานต์คงสุภาพดีมากเลยนะครับ
ใช่ครับ ทุกปัญหามีทางแก้ เพียงแต่เราจะต้องแก้ด้วยการมีสติครับ
ปัญหาทำให้คนแข็งแกร่งครับ (แต่....อย่าให้มีปัญหาเลยดีที่สุด ฮิฮิ)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ เปลวเทียน
เจอคนแขวนปัญหาอีกหนึ่งคนแล้ว ดีจังเลยค่ะ..
Moon smiles on Venus&Jupiter จะทิ้งปัญหาก่อนนอน.. แล้วบางปัญหา ก็จะหายไปเฉยๆ เมื่อผ่านกาลเวลาด้วยค่ะ
ขอบคุณบันทึกเขียนไปเรื่อยเฉื่อย แต่มีคุณค่ามากมายค่ะ
ขอให้อาจารย์ เปลวเทียน มีความสุข กายใจสดใจผ่องแผ้ว ทุกๆ เวลานะคะ
ยินดีที่พบกันอีกครั้งครับ พระจันทร์ยิ้ม
ปัญหามีไว้เพื่อแก้ การแขวนก็เป็นการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่ง
มีคนเขาบอกว่า "เวลาสามารถชะล้างบางสิ่ง"
ขอบคุณครับ มีความสุขทุก ๆ เวลาเช่นกันครับ
จะเป็นเพราะว่าประสบการณ์มีมากมาย และต่อสู้ต่อต้านมาตลอด ด้วยลำแข้งของตนเอง ตั้งแต่เล็กจนโต (แก้มาตลอด) แก้ปัญหานะคะ ไม่ใช่แก้อย่างอื่น ปัญหาคนอื่นมองแล้วยาก แต่สำหรับตนเองเฉยๆ แก้ไปเรื่อยๆ ส่วนมากนำมาวิเคราะห์ก่อน แต่ก่อนยังไม่ได้เรียนหนังสือ แก้ไปตามบุญตามกรรม แก้ได้ไม่ได้ ก็แก้เพื่อการเอาตนเองให้รอดตลอดเวลา ว่ากันไม่ได้ ชีวิตมันต้องสู้ สู้ไม่ถอยโดยการเอาตัวอย่างผู้อื่นที่มีปัญหาคล้ายกัน มาเป็นตัวอย่าง
แต่ทุกวันนี้ ไปเรียนรู้มา ถ้าใช้หลักการนี้แล้วจะแก้ปัญหาได้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น หลักการนั้นก็คือ อริยสัจสี่ค่ะ ท่านก็คงรู้ดี แต่จะเล่าตามความรู้สึกให้ฟัง ถ้าแก้ด้วยหลักการนี้แล้ว ไม่ว่าปัญหาอะไร เราก็จะแก้ไขได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น หลักการมันมีอยู่ว่า (อยากอายบอกเด้ เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ และที่สุด สอนสังฆราช) แต่อยากบอก เพราะหลักการนี้ ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านตามหลังมา นำไปใช้ประโยชน์ จะมีคนตามมาอ่านไหมนี่ คริ คริ หรือจะมีแค่ 2 คน
เนี่ยหละ ไปบล้อคไหน ไปเขียนของเขาจนเต็มบล้อค ว่าจะไปเรียนประกอบภาพ วันนี้ก็เลยเฉยเลย เกเรแล้ว อิสระเกินไปก็เป็นอย่างนี้แหละ
หลักของการ แก้ปัญหา ก็นำหลักขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาใช้แก้ปัญหาได้ทุกปัญหา คือหลักอริยสัจสี่ มีดังนี้
--ทุกข์ ----สมุทัย ----นิโรจน์---มรรค
ความหมาย มีย่อดังนี้ คือ ทุกข์ คือ อะไรที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ก่อน หลังจากวิเคราะห์ทีละข้อ ทีละข้อ แล้วเลือกปัญหา ที่ปัญหาหนักมากที่สุด
สมุทัยเมื่อรู้ว่าอะไร คือปัญหาแล้ว ที่สุดแล้ว ก็มาวิเคราะห์อีก ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เขียนวิเคราะห์มาเป็นข้อ ๆ แล้วเลือกปัญหาที่เป็นไปได้ มากที่สุด และจำเป็นต้องแก้ก่อน สาเหตุที่ทำให้เกิด คืออะไรกันแน่
นิโรธ คือ เมื่อรู้ปัญหา รู้ต้นตอแห่งการเกิดปัญหาแล้ว ข้อนี้มาสรุปหาวิธีการต่างมาแก้ปัญหา ในวิธีการ แนวทางต่างๆ เลือกวิธีที่ดีที่สุด นำมาแก้ปัญหาต้นตอนั้น
มรรค คือ เมื่อเรารู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว เราก็นำวิธีเหล่านั้นมาคัดเลือกอีกว่าหนทางการแก้ปัญหา จะใช้วิธีอะไร บ้างที่เขียนขึ้นมาให้เลือก เลือกเอาวิธีที่ดีที่สุด และเป็นวิธีที่สามารถนำไปแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม และเกิดผลดีที่สุด
โอม พุทธโธ พุทธโธ ยันกันผีได้ เชื่อคุณเปลวเทียน
ทุ สะ นิ มะ
นอกจากจะใช้แก้ปัญหาได้ดีแล้ว ยังเป็นคาถากันผีได้ดีเช่นกัน
พระพุทธเจ้าเผยแผ่ศาสนาครั้งแรกมีนักบวชฟังแค่ 5 คน เอง
เรามีคนอ่านสองคน ก็ยอดเยี่ยมแล้วครับ คริ คริ (เช่นกัน)
ผมยอมรับว่า คุณสุ เป็นหญิงที่สู้ชีวิตคนหนึ่ง เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตที่ดี....
ด้วยความจริงใจครับ
VER ไป
ไม่ ver ยังไงก็ ไม่ ver แน่นอนครับ