จะเป็นเพราะว่าประสบการณ์มีมากมาย และต่อสู้ต่อต้านมาตลอด ด้วยลำแข้งของตนเอง ตั้งแต่เล็กจนโต  (แก้มาตลอด) แก้ปัญหานะคะ ไม่ใช่แก้อย่างอื่น  ปัญหาคนอื่นมองแล้วยาก แต่สำหรับตนเองเฉยๆ แก้ไปเรื่อยๆ ส่วนมากนำมาวิเคราะห์ก่อน  แต่ก่อนยังไม่ได้เรียนหนังสือ แก้ไปตามบุญตามกรรม แก้ได้ไม่ได้ ก็แก้เพื่อการเอาตนเองให้รอดตลอดเวลา  ว่ากันไม่ได้   ชีวิตมันต้องสู้ สู้ไม่ถอยโดยการเอาตัวอย่างผู้อื่นที่มีปัญหาคล้ายกัน มาเป็นตัวอย่าง 

          แต่ทุกวันนี้ ไปเรียนรู้มา ถ้าใช้หลักการนี้แล้วจะแก้ปัญหาได้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น  หลักการนั้นก็คือ  อริยสัจสี่ค่ะ ท่านก็คงรู้ดี  แต่จะเล่าตามความรู้สึกให้ฟัง  ถ้าแก้ด้วยหลักการนี้แล้ว ไม่ว่าปัญหาอะไร เราก็จะแก้ไขได้เร็วขึ้น  ง่ายขึ้น หลักการมันมีอยู่ว่า (อยากอายบอกเด้ เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน   สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ  และที่สุด สอนสังฆราช) แต่อยากบอก เพราะหลักการนี้ ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านตามหลังมา นำไปใช้ประโยชน์ จะมีคนตามมาอ่านไหมนี่  คริ  คริ  หรือจะมีแค่ 2 คน  

เนี่ยหละ ไปบล้อคไหน ไปเขียนของเขาจนเต็มบล้อค ว่าจะไปเรียนประกอบภาพ วันนี้ก็เลยเฉยเลย  เกเรแล้ว อิสระเกินไปก็เป็นอย่างนี้แหละ

หลักของการ แก้ปัญหา ก็นำหลักขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาใช้แก้ปัญหาได้ทุกปัญหา  คือหลักอริยสัจสี่ มีดังนี้

--ทุกข์   ----สมุทัย  ----นิโรจน์---มรรค

ความหมาย มีย่อดังนี้ คือ  ทุกข์ คือ  อะไรที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ก่อน หลังจากวิเคราะห์ทีละข้อ ทีละข้อ แล้วเลือกปัญหา ที่ปัญหาหนักมากที่สุด

สมุทัยเมื่อรู้ว่าอะไร คือปัญหาแล้ว ที่สุดแล้ว  ก็มาวิเคราะห์อีก ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เขียนวิเคราะห์มาเป็นข้อ ๆ แล้วเลือกปัญหาที่เป็นไปได้ มากที่สุด และจำเป็นต้องแก้ก่อน สาเหตุที่ทำให้เกิด คืออะไรกันแน่

นิโรธ คือ เมื่อรู้ปัญหา  รู้ต้นตอแห่งการเกิดปัญหาแล้ว   ข้อนี้มาสรุปหาวิธีการต่างมาแก้ปัญหา ในวิธีการ แนวทางต่างๆ  เลือกวิธีที่ดีที่สุด นำมาแก้ปัญหาต้นตอนั้น

มรรค คือ เมื่อเรารู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว เราก็นำวิธีเหล่านั้นมาคัดเลือกอีกว่าหนทางการแก้ปัญหา จะใช้วิธีอะไร  บ้างที่เขียนขึ้นมาให้เลือก เลือกเอาวิธีที่ดีที่สุด และเป็นวิธีที่สามารถนำไปแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม และเกิดผลดีที่สุด

     โอม  พุทธโธ   พุทธโธ   ยันกันผีได้ เชื่อคุณเปลวเทียน